Skip to content

FETCO ชี้ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเข้าสู่โซนร้อนแรง กลุ่มต่างชาติปรับเพิ่ม 100%

08 ม.ค. 2569 | 16:44น.
FETCO ชี้ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเข้าสู่โซนร้อนแรง กลุ่มต่างชาติปรับเพิ่ม 100%

FETCO เผยนักลงทุนไทยยังเชื่อมั่นตลาดทุนต่อเนื่อง ดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 156.60 ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” โดยมีแรงหนุนจากสถานการณ์การเมืองในประเทศและการไหลเข้าของเงินทุน ขณะที่ปัจจัยกดดันคือการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ-ความผันผวนของค่าเงินบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจในเดือนธันวาคม 2568 โดยสำรวจระหว่างวันที่ 19-31 ธันวาคม 2568 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 156.60 นักลงทุนมองว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด

รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ รองลงมาคือ ความผันผวนของค่าเงินบาท และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ

โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

ทั้งนี้ มีหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น (FASHION)

ด้านปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ ส่วนปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ

“ผลสำรวจ ณ เดือนธันวาคม 2568 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับเพิ่ม 8.2% อยู่ที่ระดับ 102.67 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 12.0% อยู่ที่ระดับ 140.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 12.8% อยู่ที่ระดับ 133.3 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 100.0% อยู่ที่ระดับ 200.00”

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สัญญาณที่ชัดเจนขึ้นของทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ และธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและจีนซึ่งมีความสำคัญต่อภาคส่งออกของไทยปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทั้งในอเมริกา-เวเนซูเอลา, จีน-ไต้หวัน และกัมพูชา-ไทย

ขณะที่ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่าซึ่งกระทบต่อการส่งออก ความต่อเนื่องและประสิทธิผลของนโยบายเศรษฐกิจภาครัฐ ความคืบหน้าของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ การบริโภคภาคเอกชนหลังช่วงเทศกาล และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

นายกอบศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือนธันวาคม 2568 ดัชนี SET ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางการเมืองหลังมีการประกาศยุบสภา ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ความผันผวนในตลาดหุ้นโลกจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐ และแรงซื้อขายหลักทรัพย์เบาบางก่อนในช่วงสิ้นปี

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากความชัดเจนทางการเมืองหลังกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ การประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ลง 0.25% เหลือ 1.25% และ FED ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% อยู่ที่ระดับ 3.50% – 3.75% โดย SET Index ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ปิดที่ 1,256.67 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ 31,474 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 6,202 ล้านบาท โดยมูลค่ารวมทั้งปี 2568 นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิรวม 107,097 ล้านบาท