เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
Biz Movement แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
ดูทั้งหมด

ทำความเข้าใจ ปม 2 ยักษ์ประกันยุติ “เหมาจ่าย” กระทบประชาชนหรือไม่ ?

14 ม.ค. 2569 | 12:44น.
อาภากร ปานเลิศ

จากกรณีข่าวบริษัทประกันเจ้าใหญ่ 2 ราย จะยุติประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายสำหรับลูกค้ารายใหม่ จนเกิดการถล่มขายหุ้นโรงพยาบาลในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เอาประกันภัย

โดยนายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย คปภ. อธิบายเรื่องนี้ ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่อง “ทางการตลาด” ของบริษัทประกัน ซึ่งการยุติดังกล่าว ไม่ได้กระทบกับลูกค้าเดิมที่เคยทำสัญญาไว้ ส่วนลูกค้าใหม่ขณะนี้ก็ยังต้องรอความชัดเจนจากทางบริษัทประกันอีกที เพราะการดำเนินการของบริษัท อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกหลังจากนี้

“บริษัทประกันเขาก็ต้องประเมิน ซึ่งเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงแผนของบริษัท เพื่อรองรับผลกระทบที่จะตามมาก็ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่กฎระเบียบ แต่เป็นเพียงนโยบายการทำการตลาดของบริษัทประกันเขา ทั้งนี้ บริษัทประกันมีการเสนอแบบกรมธรรม์แบบใหม่มาให้ คปภ. พิจารณา ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาอยู่”

นายอาภากร กล่าวว่า บริษัทประกันอยากยุติระบบ “เหมาจ่าย” เนื่องจากเหมือนเป็นการ “ตีเช็กเปล่า” ให้กับทางโรงพยาบาล ที่จะใช้จ่ายอะไรต่าง ๆ ภายใต้กรอบวงเงินที่กำหนด ซึ่งพอกรมธรรม์ประเภทนี้มีมากขึ้น ก็มีผลกระทบ เนื่องจากบริษัทประกันคุมอะไรไม่ได้เลย ก็ทำให้เบี้ยไม่เพียงพอ สุดท้ายบริษัทประกันก็ต้องไปปรับขึ้นเบี้ย ผลกระทบเป็น “ลูกโซ่” ซึ่งการขึ้นเบี้ยก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทอีก

นายอาภากร กล่าวว่า ในส่วนที่ 2 บริษัทประกัน บอกว่าจะเลิก “เหมาจ่าย” นั้น ยังไม่ค่อยชัดเจนนัก ว่าจะออกกรมธรรม์ตัวไหนมาแทน โดยถ้าจะพูดถึง “Co-payment” ก็มีหลายแบบ อย่าง “Co-payment” ของทางสมาคมประกันชีวิตไทยที่ออกมาเมื่อปี 2568 ก็เป็นแบบหนึ่ง ซึ่งจะใช้เงื่อนไข “Co-payment” เฉพาะกับผู้เอาประกันภัยที่ใช้จ่ายไม่เหมาะสม หรือเคลมโรคทั่วไปมากผิดปกติ ไม่ใช่ทั้งหมดหรือทุกกรณี

“Co-payment ของบริษัทประกันที่ประกาศออกมา มันเป็นอีกแบบหนึ่ง คือ เขาจะเป็น Co-payment กับโรงพยาบาล ที่ไม่อยู่ในเครือข่าย แต่กรณีเข้าโรงพยาบาลในเครือข่าย ที่มีรายชื่อตามสัญญาประกันภัยจะไม่ถูกใช้ Co-payment แต่หากไปโรงพยาบาลนอกสัญญาประกันภัย อันนั้นจะมี Co-payment ประเด็นคือ ตอนที่เขาขายก็มีรายชื่อโรงพยาบาลปรากฎอยู่ ซึ่งผู้ซื้อกรมธรรม์ก็จะรู้ว่า ตัวเองเป็นลูกค้าของโรงพยาบาลไหนอยู่ ก็ต้องเลือก ก็มีทางที่จะตัดสินใจได้”

รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า เรื่องที่เป็นประเด็นขึ้นมา หลังการประกาศของบริษัทประกันนี้ มีหลายเรื่องที่ผสมกันอยู่ คือ กรมธรรม์ที่มีลักษณะเป็นการตีเช็กเปล่าให้โรงพยาบาลนั้น ทางบริษัทประกันไม่อยากทำตลาดต่อแล้ว แต่อยากออกกรมธรรม์ใหม่ เพื่อทำตลาดใหม่ ก็คือ กรมธรรม์ที่มีโรงพยาบาลในเครือข่ายของตนเอง ซึ่งบริษัทประกันก็ต้องมั่นใจว่า มีจำนวนโรงพยาบาลในเครือข่ายครอบคลุมเพียงพอบริการลูกค้าได้ เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจจะเสียลูกค้าไปได้

ขณะเดียวกันบริษัทประกันก็อยากจำกัดการใช้สิทธิ์กับโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายได้ เพราะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ มีระบบงานต่าง ๆ ที่มีความพร้อมพอสมควร

“เพียงแต่ในมุมของนักลงทุนมากกว่า ที่มองภาพว่า อาจจะกระทบรายได้ของโรงพยาบาลหรือเปล่า แต่ตอนนี้เป็นแค่การคาดการณ์ของนักลงทุน ส่วนในมุมผู้บริโภค ที่จะซื้อกรมธรรม์ใหม่ ก็จะได้ข้อมูลแน่ ๆ ว่า เข้าโรงพยาบาลอะไร สมมุติเขาเป็นลูกค้าของโรงพยาบาล A แต่โรงพยาบาล A ไม่อยู่ในสัญญานี้ เขาก็ไม่ทำ ก็ไปทำที่อื่น ก็ถือว่าชัดเจนดีด้วยซ้ำ”

นายอาภากร กล่าวว่า ส่วนกรณี Co-payment ของสมาคมประกันชีวิตไทยที่ออกมานั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้กระทบกับลูกค้าทั่วไป แต่จะมีผลแค่กับคนที่เคลมเยอะ และ เคลมในโรคทั่วไป ซึ่งหลังจากมีการชี้แจงชัดเจน ก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น

2 ปัจจัยกดดันหุ้นโรงพยาบาลดิ่ง

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ระบุถึงกรณีหุ้นกลุ่มการแพทย์ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาว่า พบว่ามีความกังวลหลัก ๆ 2 ประการที่กดดัน

1) รายงานข่าวระบุว่าบริษัทประกันภัยรายใหญ่ประกาศว่าจะยุติการขายกรมธรรม์ประกันสุขภาพเอกชนแบบเหมาจ่าย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในไทยในปัจจุบัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2569 และมีการคาดว่ากรมธรรม์ใหม่จะเปลี่ยนเป็นรูปแบบ co-payment แทน การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุจากอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่สูงขึ้นและ loss ratio ของบริษัทประกันที่ภัยเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกังวลว่าประเด็นนี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยประกันของโรงพยาบาลเอกชน

2) ความกังวลเกี่ยวกับบริการผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง เนื่องจากการประท้วงที่รุนแรงขึ้นในอิหร่านและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยลบเหล่านี้กดดันราคาหุ้นกลุ่มการแพทย์ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดย BH ลดลงมากที่สุด -10% ตามด้วย PR9 (-9%) BDMS (-7%) BCH (-6%) CHG (-3%) และ RJH (-3%)

ทั้งนี้ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มีมุมมองว่า สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ใช้ประกันสุขภาพเอกชน เรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ BDMS (32%), BCH (26%), CHG และ RJH (25%), PR9 (24%) และ BH (10%) จึงเชื่อว่าประเด็นการยุติการขายกรมธรรม์ประกันสุขภาพเอกชนแบบเหมาจ่ายนั้น จะไม่กระทบต่อฐานลูกค้าเดิมของโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากผู้ถือกรมธรรม์แบบเหมาจ่ายรายเดิมไม่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ การที่เบี้ยประกันสุขภาพจะมีแนวโน้มลดลงภายใต้โครงสร้างแบบ co-payment จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงประกันสุขภาพในไทยได้ในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คปภ. ประกันสุขภาพ