Skip to content

เปิด 5 สมมติฐานสำคัญ คลังประเมินเศรษฐกิจปี’69 โตได้ 2% ต่อปี

27 ม.ค. 2569 | 14:35น.
เปิด 5 สมมติฐานสำคัญ คลังประเมินเศรษฐกิจปี’69 โตได้ 2% ต่อปี

สศค. กระทรวงการคลัง เปิด 5 สมมติฐาน ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 โต 2.2% จากเดิมคาด 2.4% ส่วนปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน คาดโตเพียง 2.0% คงเดิม จากผลกระทบภาษีการค้าสหรัฐ ฐานส่งออกสูง และความล่าช้างบประมาณรัฐ ชี้การท่องเที่ยวฟื้นเป็นแรงพยุงสำคัญ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.2 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ และการส่งออกที่ดีกว่าคาด สำหรับปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 ท่ามกลางความท้าทายจากมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐ ปัจจัยฐานสูงจากการเร่งส่งออกในปีที่แล้ว และความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยสมมติฐานทางเศรษฐกิจ 5 ประเด็นหลัก ที่ใช้ประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ แม้เผชิญความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ การค้าโลก และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของหลายประเทศ ดังนี้

1.เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก 15 ประเทศ คาดว่าในปี 2568 จะขยายตัวเฉลี่ย 3.6% ต่อปี จากข้อมูลเศรษฐกิจจริงในช่วงครึ่งหลังของปีที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะสหรัฐ จีน ยูโรโซน และกลุ่มเอเชีย ส่งผลให้อุปสงค์โลกไม่อ่อนแรงตามที่ประเมินไว้ ขณะที่ภาคบริการและอุปสงค์ภายในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

ส่วนปี 2569 คาดว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักจะขยายตัว 3.1% สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงแต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย โดยได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินโลก การชะลอลงของเงินเฟ้อ และการขยายตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันของมหาอำนาจ มาตรการกีดกันทางการค้า ภาระหนี้สาธารณะ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจกระทบต่อการผลิตและเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

2.ค่าเงินบาท ในปี 2568 ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 32.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังคาดไว้ จากปัจจัยเงินดอลลาร์อ่อนค่า การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด การถือครองทองคำเพิ่มขึ้น และเงินทุนไหลเข้าตลาดทุนไทย สำหรับปี 2569 คาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ที่เฉลี่ย 32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 31.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 2.8% จากปีก่อน สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยค่าเงินประเทศคู่ค้าหลายประเทศมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในทิศทางเดียวกัน

3.ราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบดูใบในช่วงต้นปี 2569 มีความผันผวนสูง ราคาน้ำมันล่าสุดอยู่ที่ ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยทั้งปี้ 2568 ที่ราคาน้ำมันดิบดูใบเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 59-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (เฉลี่ยที่ 68.3)

โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2569 จะอยู่ที่ 57.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากปี 2568 จากภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก การเพิ่มกำลังการผลิตของประเทศนอกกลุ่ม OPEC+ และอุปสงค์ที่ชะลอลงตามเศรษฐกิจโลก รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยที่อาจกระทบราคาน้ำมัน เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางการดำเนินนโยบายสหรัฐ และการบริหารกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+

4.การท่องเที่ยว ในปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.9 ล้านคน ลดลง 7.2% จากปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวจีนยังชะลอตัวจากความกังวลด้านความปลอดภัยและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวจากประเทศอื่น สำหรับปี 2569 สศค.คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.7% จากปี 2568 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวราว 1.6 ล้านล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวอินเดียและยุโรปยังมีแนวโน้มขยายตัวดี แม้ตลาดจีนจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยและยังต่ำกว่าระดับก่อนหน้า

5.รายจ่ายภาครัฐ รายจ่ายภาคสาธารณะในปี 2568 คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ 4.30 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.3% ขณะที่ปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.38 ล้านล้านบาท ขยายตัว 1.6% โดยการบริโภคและการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มชะลอลงจากข้อจำกัดด้านกระบวนการงบประมาณในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐในปี 2569 คาดว่าจะหดตัว 1.5% จากความล่าช้าในการบังคับใช้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง เศรษฐกิจ