เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แมริออทฯ สยายปีก ผนึกฟิโก้ฯ เตรียมเปิดโรงแรม 7 แห่ง ทั้งกรุงเทพฯ-พัทยา-ภูเก็ต
Business แมริออทฯ สยายปีก ผนึกฟิโก้ฯ เตรียมเปิดโรงแรม 7 แห่ง ทั้งกรุงเทพฯ-พัทยา-ภูเก็ต
ลุ้นหุ้นไทยแตะ 1,700 จุด ชู 5 กลุ่มเด่น ปศุสัตว์-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก-เกษตร-FDI
Finance ลุ้นหุ้นไทยแตะ 1,700 จุด ชู 5 กลุ่มเด่น ปศุสัตว์-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก-เกษตร-FDI
เอกนิติ เตรียมสร้าง New Chapter กับญี่ปุ่น ดึงการลงทุนคุณภาพ ฝ่า 4 เทรนด์ใหญ่
Finance เอกนิติ เตรียมสร้าง New Chapter กับญี่ปุ่น ดึงการลงทุนคุณภาพ ฝ่า 4 เทรนด์ใหญ่
Paymentology เผยวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งการชำระเงินดิจิทัล
Tech Paymentology เผยวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งการชำระเงินดิจิทัล
น้ำท่วมสวนทุเรียน “จันทบุรี-ระยอง” เกือบ 4 หมื่นไร่ ห่วงผลผลิตฤดูหน้าสะดุด
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมสวนทุเรียน “จันทบุรี-ระยอง” เกือบ 4 หมื่นไร่ ห่วงผลผลิตฤดูหน้าสะดุด
สยาม ทาคาชิมายะ จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “ECHOES of Waste – เสียงสะท้อนแห่งสังการ”
Biz Movement สยาม ทาคาชิมายะ จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “ECHOES of Waste – เสียงสะท้อนแห่งสังการ”
MAZDA CX-6e เคาะราคาเริ่มต้น 1.259 ล้านบาท เผยตั้งเป้าขาย 2,000 คัน
EV MAZDA CX-6e เคาะราคาเริ่มต้น 1.259 ล้านบาท เผยตั้งเป้าขาย 2,000 คัน
ศาลภาษีนัดฟังคำสั่ง ‘ทักษิณ’ ขอคุ้มครอง ปมสรรพากรยึดทรัพย์ จากภาษีขายหุ้นชิน 1.7 หมื่นล้าน
Politics ศาลภาษีนัดฟังคำสั่ง ‘ทักษิณ’ ขอคุ้มครอง ปมสรรพากรยึดทรัพย์ จากภาษีขายหุ้นชิน 1.7 หมื่นล้าน
ไต้หวันฉลองวันชาติครบ 115 ปี ภาพสะท้อนสัมพันธ์ไทยแน่นแฟ้นผ่านตัวเลข “1-6”
World ไต้หวันฉลองวันชาติครบ 115 ปี ภาพสะท้อนสัมพันธ์ไทยแน่นแฟ้นผ่านตัวเลข “1-6”
ลำไยตะวันออก ราคาร่วงเหลือ 20 บาท/กก. คนเหมาสวน-เกษตรกร ขาดทุนยับ
เศรษฐกิจภูมิภาค ลำไยตะวันออก ราคาร่วงเหลือ 20 บาท/กก. คนเหมาสวน-เกษตรกร ขาดทุนยับ
ดูทั้งหมด

พิพัฒน์ KKP ชี้ประกันสังคมต้องรื้อธรรมาภิบาล แยกลงทุนพ้นระบบราชการ

31 ม.ค. 2569 | 14:37น.
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

ดร.พิพัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP เสนอปฏิรูปกองทุนประกันสังคม เริ่มจากโครงสร้างกำกับดูแลและการแยกการลงทุนออกจากระบบราชการ เพิ่มความเป็นอิสระ-โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า การปฏิรูปกองทุนประกันสังคมจำเป็นต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างการกำกับดูแล (governance) โดยเฉพาะบทบาทของคณะกรรมการบริหาร ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ภายใต้ระบบราชการ ส่งผลให้ขาดความเป็นอิสระ ความคล่องตัว และความเป็นมืออาชีพในการบริหารกองทุนขนาดใหญ่

หากสามารถปรับโครงสร้างให้มีคณะกรรมการที่เป็นอิสระ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีตัวแทนจากผู้ประกันตน นายจ้าง ภาครัฐ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนเข้ามาถ่วงดุลอำนาจ จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบประกันสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ

“อย่างน้อยควรแยกฟังก์ชันการลงทุนออกจากระบบราชการ (spin-off) ให้มีบอร์ดกำกับชัดเจน มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถดึงบุคลากรด้านการลงทุนที่มีความสามารถเข้ามาได้ คล้ายโมเดลกองทุนบำนาญขนาดใหญ่ในต่างประเทศ” ดร.พิพัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ดร.พิพัฒน์ยกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นตัวอย่างโมเดลธรรมาภิบาลที่ใช้ได้จริงในบริบทประเทศไทย แม้ภารกิจของประกันสังคมจะแตกต่างจาก กบข. แต่ในแง่โครงสร้างธรรมาภิบาล การแยกฝ่ายบริหารออกจากการกำกับ การมีบอร์ดการลงทุนที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ และระบบถ่วงดุลอำนาจที่ชัดเจน ถือเป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำงานได้

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล เช่น หุ้นกู้เอกชนหรือสินทรัพย์นอกตลาด แม้สัดส่วนยังไม่สูงมาก แต่กระบวนการคัดเลือก ความโปร่งใส และความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมือง ยังคงเป็นข้อกังวลของสังคม

รวมไปถึงความไม่ชัดเจนในการเปิดเผยผลตอบแทนการลงทุน โดยตัวเลขที่สำนักงานประกันสังคมรายงาน เช่น กำไรจากการลงทุนปีละประมาณ 6-8 หมื่นล้านบาท เป็นเพียงผลตอบแทนที่ “รับรู้แล้ว” ไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากราคาตลาด (mark to market)

หากคำนวณจากขนาดกองทุนราว 2.8 ล้านล้านบาท ผลตอบแทนดังกล่าวคิดเป็นเพียงประมาณ 3% ต่อปี ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังราว 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 3-3.5% ซึ่งต่ำกว่ากองทุนขนาดใหญ่หลายแห่งในต่างประเทศ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้จัดการกองทุนทำงานด้อยกว่า แต่สะท้อนถึงนโยบายการลงทุนที่เน้นสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม พอร์ตการลงทุนของประกันสังคมมีสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ 35% และที่ผ่านมาได้เริ่มปรับนโยบายเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงเป็นราว 50-65% ในช่วงปี 2568-2570 รวมถึงเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดีต่อผลตอบแทนระยะยาว แต่ต้องแลกกับความผันผวนระหว่างปีที่สูงขึ้น และความเสี่ยงที่บางปีอาจให้ผลตอบแทนติดลบ

สิ่งสำคัญคือการเปิดเผยข้อมูลการบริหารกองทุนอย่างละเอียดและเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงรายงานตัวเลขภาพรวม โดยควรเปิดข้อมูลการลงทุน ผลตอบแทน เหตุผลในการตัดสินใจ และความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ประกันตนและสาธารณชนสามารถตรวจสอบ ตั้งคำถาม และประเมินประสิทธิภาพการบริหารได้ด้วยตนเอง ซึ่งความโปร่งใสจะช่วยลดข้อครหาเรื่องการทุจริตหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ และทำให้การตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในคณะกรรมการ แต่ขยายไปสู่สังคมในวงกว้าง

“หัวใจสำคัญที่สุดคือการสร้าง Trust and Confidence หากผู้ประกันตนไม่เชื่อมั่น ระบบจะยิ่งอ่อนแอลง เพราะคนที่มีทางเลือกอาจไม่เข้าสู่ระบบ สำหรับลูกจ้างในระบบอาจไม่มีทางเลือกนอกจากต้องส่งเงินสมทบ แต่สิ่งที่ทำได้คือการเป็น active citizen เรียกร้องข้อมูล ความโปร่งใส และการปฏิรูป เพราะเงินก้อนนี้คือ safety net ที่สำคัญของแรงงานไทย เปรียบเสมือนการรวมประกันชีวิตและประกันภัยไว้ในกองทุนเดียว” ดร.พิพัฒน์กล่าว