เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ”เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
Economic “ชัชชาติ”เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
Economic FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
Economic ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
‘โรงเรียนไร้งบ = ประเทศไร้อนาคต’ ฝรั่งเศสไม่ทน! สู้แก๊สน้ำตา ทวงงบการศึกษา
Politics ‘โรงเรียนไร้งบ = ประเทศไร้อนาคต’ ฝรั่งเศสไม่ทน! สู้แก๊สน้ำตา ทวงงบการศึกษา
กกร.ขยับ GDP ปี’69 โต 2.1-2.5% จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.
Economic กกร.ขยับ GDP ปี’69 โต 2.1-2.5% จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.
NEXTTO – DPU เติมทักษะ Data Cleansing ปรับบทบาทนักบัญชียุค AI
Uncategorized NEXTTO – DPU เติมทักษะ Data Cleansing ปรับบทบาทนักบัญชียุค AI
ธปท. ไฟเขียวแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด กนส. ชุดใหม่
Politics ธปท. ไฟเขียวแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด กนส. ชุดใหม่
ออมสิน ออกมาตรการพักหนี้-สินเชื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ซ่อมบ้าน ฟื้นกิจการจากน้ำท่วม
Finance ออมสิน ออกมาตรการพักหนี้-สินเชื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ซ่อมบ้าน ฟื้นกิจการจากน้ำท่วม
กบข. ปรับกลยุทธ์ลงทุนสู่ TPA ชี้ 4 เมกะเทรนด์ เปลี่ยนกติกาการสร้างความมั่งคั่ง
Finance กบข. ปรับกลยุทธ์ลงทุนสู่ TPA ชี้ 4 เมกะเทรนด์ เปลี่ยนกติกาการสร้างความมั่งคั่ง
นายกฯ จี้เร่งสำรวจ-โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม เผยจ่ายแล้วหมื่นครัวเรือน
Politics นายกฯ จี้เร่งสำรวจ-โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม เผยจ่ายแล้วหมื่นครัวเรือน
ดูทั้งหมด

อ่านแนวคิดกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล ของว่าที่ประธานเฟดคนใหม่

04 ก.พ. 2569 | 10:14น.
อ่านแนวคิดกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล ของว่าที่ประธานเฟดคนใหม่
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย

เปิดปีใหม่มาวงการสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกดูจะเงียบเหงาเล็กน้อย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะต้านกระแสร้อนแรงของราคาสินทรัพย์ลงทุนตัวอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมาสะท้อนสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของโลก (แม้จะมีกระแสเทขายทำกำไรในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ตาม)

นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว พฤติกรรมการเทขายของกลุ่มนักลงทุนที่กำหนดแผนการลงทุนไว้ล่วงหน้า ทำให้ราคาบิตคอยน์ตกลงจากยอดดอยที่ราคากว่า 4 ล้านบาทต่อเหรียญในเดือนตุลาคมที่ผ่านเหลือประมาณ 2.6 ล้านบาทต่อหนึ่งเหรียญในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 (ปรับตัวลดลงกว่า 35%)

อาจเรียกได้ว่าตลาดกระทิงทองตัวนี้ได้วายลงเรียบร้อย และในปี 2569 เราคงต้องตั้งรับกับตลาดหมีขาวกัน (ยกเว้นจะมีสถานการณ์อะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก เช่น วิกฤตโควิด-19 เป็นต้น

นอกจากภาพรวมของตลาดคริปโทต้นปีม้า 2569 แล้ว เมื่อ 30 มกราคมที่ผ่านมา มีข่าวเศรษฐกิจโลกสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและราคาของตลาดในอนาคตอย่างแน่นอน นั่นคือ ทำเนียบขาวประกาศว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตัดสินใจเสนอชื่อประธานธนาคารกลางคนใหม่ (Federal Reserve Chair) มาแทนที่เจอโรม พาวเวลล์ หรือ เจย์ พาวล์ (Jerome “Jay” Powell) ที่วาระการดำรงตำแหน่งจะหมดลงในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และหวยงวดนี้ตกอยู่กับ “เควิน วอร์ช” (Kevin Warsh)

วอร์ชไม่ใช่คนแปลกหน้าในตึกธนาคารกลาง เพราะเคยดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกลางมาแล้วในระหว่างปี 2549 ถึง 2554 มีประสบการณ์รับมือกับวิกฤตการเงินโลก และหลังจากลงจากตำแหน่งก็ไปเป็นนักวิชาการอยู่กับสถาบันฮูเวอร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Hoover Institute, Stanford University) ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนโยบายการเงินและบทบาทของธนาคารกลาง ถือเป็นนักการธนาคารสายอนุรักษ์นิยมคนสำคัญคนหนึ่งของอเมริกา

การเปลี่ยนประธานธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อทิศทางและการพัฒนาการเงินของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินสำรองหลักของโลก (global reserve currency) และแน่นอนครับ กระทบต่อโครงสร้างและทิศทางการพัฒนาของตลาดคริปโตโดยเฉพาะเหรียญหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นบิตคอยน์ (BTC) เทเธอร์ (USDT) หรืออีเธอร์ (Ether)

วันนี้ จึงอยากขอเชิญผู้อ่านทุกท่านมาร่วมอ่านแนวคิดด้านการกำกับสิทรัพย์ดิจิทัลเบื้องต้นของว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่กันครับ

“เควิน วอร์ช” มีชื่อเสียงด้านแนวคิดการรักษาวินัยการเงิน ต่อต้านกิจกรรมการลงทุนที่ส่งผลกระทบต่องบการเงินของธนาคารกลาง เช่น การดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อสร้างสภาพคล่องในระบบ หรือที่เรียกว่า Quantitative Easing และยังเป็นผู้ที่ระมัดระวังการเปิดตลาดสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงหรือผันผวนสูง

ในเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ในอดีตวอร์ชเคยให้ความเห็นที่เกี่ยวข้อง เช่น เคยกล่าวว่า คริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่ทำตัวเหมือนเงิน (cryptocurrency was nothing more than software pretending to be money) หรือการปรับตัวของราคาบิตคอยน์เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่ไม่เข้มงวด (speculative excess) จนทำให้มีสภาพคล่องในตลาดเยอะเกินไป (global dollar flood)

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เห็นว่า แม้ว่าวอร์ชจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนคริปโตหัวชนฝา เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ๆ ในกลุ่มที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ก็ไม่ได้แปลงว่าเขาจะปิดกั้นการพัฒนาตลาดคริปโตหรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับระบบการเงินการธนาคาร

วอร์ชเคยเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal เมื่อสามปีที่ผ่านมา เตือนธนาคารกลางให้พิจารณาพัฒนาเงินดอลลาร์ดิจิทัล (Central Bank Digital Currency – CBDC) เพื่อป้องกันไม่ให้เงินหยวนและเหรียญคริปโตต่าง ๆ ทวีอิทธิพลในฐานะเป็นเงินสำรองของโลกแข่งกับดอลลาร์ และแม้ว่าวอร์ชจะเคยปฏิเสธการรับรองให้สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (legal tender) แต่เขาก็ยอมรับว่าในปัจจุบัน บิตคอยน์ได้กลายเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเก็บความมั่งคั่งของประชาชนไปแล้ว

อย่างน้อยที่สุด วอร์ชก็น่าจะต้องขานรับมาตรการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงเช่น คริปโตเคอร์เรนซี่ เนื่องจากนักลงทุนมักจะปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนจากกลุ่มสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ในช่วงที่พันธบัตรรัฐบาลอเมริกันให้ผลตอบแทนต่ำ

หากพิจารณาแนวคิดและทัศนคติของ “เควิน วอร์ช” ตามที่ปรากฏในหน้าสื่อแล้ว คงสรุปได้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐในยุคของวอร์ชน่าจะไม่มีการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างออกไปจากเดิมมากนัก

ในส่วนของการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น คาดว่าจะได้รับความสนใจในฐานะเป็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของตลาด มากกว่าการปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายและกำกับดูแลเพื่อให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นฐานระบบการเงินและการลงทุน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าวอร์ชจะได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางโดยเร็วเสมอไป เพราะตามกฎหมายการธนาคารของสหรัฐ (Banking Act of 1935) แล้ว

ต่อจากนี้วอร์ชจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา (Senate Banking Committee) หากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการ ก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภา และในช่วงที่วุฒิสภาในคองเกรสยังไม่สามารถจัดการโวตเพื่อรับรองได้ เจย์ พาวล์ ก็จะรักษาการณ์ในตำแหน่งต่อไปเรื่อย ๆ

แต่เมื่อไหร่ที่วอร์ชได้รับการรับรองก็จะสามารถเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางได้ ขณะที่ เจย์ พาวล์ ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการธนาคารกลางไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2571 โน้นเลย นั่นแหละครับ เป็นอีกผลที่ทรัมป์อยากปลด เจย์ พาวล์ ใจจะขาด

ก็หวังแต่เพียงว่า “เควิน วอร์ช”จะปกป้องความเป็นอิสระของสถาบันทางการเงินที่สำคัญของโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งบริหารให้ประโยชน์ของชาติมาพร้อม ๆ กับความสงบสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดการเงินและตลาดทุนโลกครับ