“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
คปภ.ลุยลำพูน-เชียงใหม่ หลัง “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มคุ้มครองจริง พบลำพูนกระทบบ้าน 225 หลัง จ่ายเบื้องต้นหลังละ 1 หมื่นบาท สูงสุด 1 แสนบาท ขณะที่เชียงใหม่พบผู้เสียชีวิตรายแรกเข้าเกณฑ์ความคุ้มครอง 2 ล้านบาท
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ว่า “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เริ่มเข้าสู่การให้ความคุ้มครองจริง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและวาตภัยในพื้นที่ภาคเหนือจากฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569
โดยกรมธรรม์ดังกล่าวเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุมบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้นจาก อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเริ่มทยอยแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมผ่านระบบแล้ว
สำหรับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย กรมธรรม์ให้ความคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหวจ่ายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
นอกจากนี้ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ ให้ความคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ให้ความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย
นายชูฉัตร กล่าวว่า สถานการณ์ในจังหวัดลำพูน เหตุน้ำป่าไหลหลากในตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง กระทบพื้นที่ 4 หมู่บ้าน เบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 225 หลังคาเรือน โดยจังหวัดได้รวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัย พร้อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบหลักฐานและแนะนำการลงทะเบียน เพื่อเร่งกระบวนการขอรับค่าสินไหม
ผู้ประสบภัยจากอุทกภัยที่ผ่านหลักเกณฑ์จะได้รับค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายที่เกินจากวงเงินดังกล่าว จะพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 90,000 บาท ทำให้วงเงินรวมสูงสุดอยู่ที่ 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบและประเมินความเสียหาย เพื่อให้กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมรวดเร็วขึ้น
ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ จากเหตุวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ต.ค. มีประชาชนถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี ซึ่งจังหวัดระบุว่า นับเป็นกรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับค่าสินไหมภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนอีก 2 หลังได้รับความเสียหาย
คปภ.จึงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ประสบภัยมีกรมธรรม์ประเภทอื่นที่สามารถได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่
ด้าน ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีบริษัทประกันภัยร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยบ้านที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองต้องมีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย และกรมธรรม์คุ้มครองความเสียหายต่อตัวสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์
ประชาชนสามารถแจ้งความเสียหายได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ ThaiNATCAT, LINE Official Account @ThaiNATCAT, ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ โดยการแจ้งผ่านระบบออนไลน์จะยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์ บ้านเลขที่ ข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหม และแนบภาพถ่ายความเสียหาย ก่อนตรวจสอบว่าบ้านอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตภัยพิบัติในช่วงที่เกิดเหตุหรือไม่
อย่างไรก็ตาม คปภ.จะเร่งกระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด