“IMF–World Bank” ดึง 1.5 หมื่นคนเข้าไทย คาดเงินสะพัด 2 พันล้าน
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดประชุม IMF–World Bank ในไทย 12–18 ต.ค.นี้ กระตุ้นเศรษฐกิจ 1,000–2,000 ล้านบาท หนุนโรงแรม ค้าปลีก และขนส่ง พร้อมเปิดโอกาสดึง FDI ระยะยาว ชูหุ้นเด่น 2 ธีมลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ระบุว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ซึ่งถือเป็นการกลับมาจัดในไทยอีกครั้งในรอบ 35 ปี จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
โดยการประชุมครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน ทั้งผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ การเงิน และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร การเดินทาง และการจับจ่ายสินค้า ซึ่ง InnovestX ประเมินว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างน้อย 1,000–2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ค้าปลีก และขนส่งในกรุงเทพฯ ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรง
ขณะที่ผลบวกระยะยาว มองว่าการประชุมดังกล่าวจะเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านการเงินดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งอาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
นอกจากนี้ ยังอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) กลับมาให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยแบ่งกลยุทธ์ลงทุนออกเป็น 2 ธีมหลัก ได้แก่
ธีมระยะสั้น รับอานิสงส์การใช้จ่ายช่วงการประชุม ประกอบด้วย กลุ่มโรงแรม ได้แก่ ERW และ CENTEL กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ CPALL, CPN และ CRC รวมถึงกลุ่มขนส่ง ได้แก่ AOT และ BEM
และ ธีมระยะยาว รับโอกาสจาก FDI และเศรษฐกิจสีเขียว ประกอบด้วย กลุ่มธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการเงินดิจิทัล ได้แก่ KBANK, KTB และ BBL กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ WHA และ AMATA กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, KCE และ HANA กลุ่มพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ GULF และ GPSC รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยี ได้แก่ TRUE และ SECURE
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามหลังสิ้นสุดการประชุม คือความสามารถของประเทศไทยในการต่อยอดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติไปสู่โครงการลงทุนและเม็ดเงินจริง เนื่องจากผลเชิงบวกต่อ FDI และ Fund Flow ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ และไม่ได้หมายความว่าจะเกิดเงินทุนไหลเข้าในทันที