เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา ชี้เป็นปัญหาข้ามชาติ ชูแนวทาง Bangkok Blueprint – WBG เน้นการใช้ Small AI – IMF ย้ำต้องมีวินัยการคลังและเกาะเทรนด์เอไอ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (WBG) หรือ (IMF–World Bank Group Annual Meetings) ครั้งนี้นั้น เป็นประโยชน์กับทุกประเทศที่เข้าร่วม ไทยได้รับประโยชน์จากหลายประเด็น และไทยเองก็เป็นต้นแบบให้หลายประเทศเช่นกัน
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับ นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับคำชื่นชมและความสนใจเรื่องการปราบสแกมเมอร์และทุนเทาของไทย ผ่านกลไก Connect the Dots ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน และได้ร่วมกับ IMF ในชื่อ Bangkok Blueprint เป็นหลักการให้ประเทศต่างๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้
“เพราะปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา ไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง เป็นปัญหาข้ามชาติ แม้จะถูกหลอกลวงในประเทศหนึ่ง แต่เงินอาจถูกโอนไปประเทศหนึ่ง และไหลผ่านสินทรัพย์ทางการเงินหลายรูปแบบ” ดร.เอกนิติ กล่าว
นอกจากนี้ WBG ยังเน้นการใช้เอไอขนาดเล็ก (Small AI) ซึ่งใช้ง่าย เพื่อให้คนตัวเล็กมีโอกาสพัฒนาศักยภาพตัวเอง เช่น เอไอนกกระซิบ ซึ่งอยู่ในหัวข้อ Small AI, Better Jobs ที่ถูกหยิบยกขึ้นเป็นตัวอย่าง สำหรับช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าตามท้องถนนค้าขายได้ดีขึ้น และอยู่ในระบบสินเชื่อ โดยใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งประธานธนาคารโลกได้หยิบยกขึ้นเป็นตัวอย่าง
ขณะที่ IMF ได้สรุปว่า แต่ละประเทศยังต้องย้ำเน้นวินัยการคลัง ซึ่งไทยมาถูกทางแล้ว และสะท้อนความต่างว่าประเทศที่เน้นวินัยการคลังจะทำให้ต้นทุนไม่สูงมาก และประเทศที่ไม่เน้นวินัยการคลังก็จะมีผลตอบแทนและอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้นมาก เช่น ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 5% สอดคล้องกับยุโรป และญี่ปุ่น แต่ไทยอยู่ที่ 2.3-2.4% สอดคล้องกับตลาดการเงิน ซึ่งสะท้อนความมั่นใจในการคลังและเศรษฐกิจไทย
“หัวใจสำคัญและบทเรียนสำหรับไทยที่ย้ำเน้นคือ 1.เน้นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต อย่าพึ่งพาเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างเดียว ต้องสร้างเสถียรภาพ เน้นวินัยการคลัง 2.ไทยโชคดีที่อยู่ในกระแสเอไอสำคัญของโลก สิ่งสำคัญคือต้องคว้าโอกาสเพื่อพัฒนาคนไทย เราจะไม่ดูแค่เม็ดเงินลงทุน แต่นำการลงทุนสมัยใหม่มาพัฒนาคนไทยให้เก่งขึ้น และรายได้ดีขึ้น สอดคล้องกับ IMF ที่เสนอว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกประเทศ” ดร.เอกนิติ กล่าว