TRUE ถอนลงทุนฟิลิปปินส์ ขายหุ้น 70% หวังสกัดภาระขาดทุน
TRUE ปรับพอร์ตลงทุน ขายหุ้น ZAPGROUP ในฟิลิปปินส์ทั้งหมด 70% ให้ผู้ก่อตั้งในราคาเพียง 1 ดอลลาร์ หรือ 33.52 บาท พร้อมสละสิทธิเรียกร้องหนี้กว่า 8.71 ล้านบาท หลังธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง หวังลดภาระสนับสนุนเงินทุนในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 ว่า บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด (TDG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่กลุ่มบริษัทถือหุ้น 100% ได้จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน ZAPGROUP Inc. (ZAP) ประเทศฟิลิปปินส์ ให้แก่ Ms. Angelique Auhra Chua Uy ผู้ก่อตั้ง ZAP ในมูลค่าเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33.52 บาท เพื่อปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนและลดภาระทางการเงินจากธุรกิจที่ขาดทุนต่อเนื่อง
สำหรับการทำรายการครั้งนี้ TDG ได้ขายหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของ ZAP ทั้งหมดจำนวน 410,081 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 70% ของหุ้นที่ออกทั้งหมด ส่งผลให้ภายหลังการทำรายการ TDG ไม่เหลือสัดส่วนการถือหุ้น และ ZAP สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของ TRUE
ขณะเดียวกัน True Digital Philippines Inc. (TDPH) ซึ่งเป็นบริษัทที่ TDG ถือหุ้น 100% ได้สละสิทธิเรียกร้องหนี้เงินกู้ยืมที่ ZAP ค้างชำระ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 16,335,751 เปโซฟิลิปปินส์ หรือประมาณ 8.71 ล้านบาท
ทั้งนี้ ZAP ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสิทธิประโยชน์ และแพลตฟอร์มเชื่อมโยงการให้บริการระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ในประเทศฟิลิปปินส์
สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจขายเงินลงทุนในราคาดังกล่าว เป็นการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม โดยมุ่งลดการลงทุนในบริษัทย่อยต่างประเทศที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และมีผลการดำเนินงานขาดทุน รวมถึงลดภาระการสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมในอนาคต
ส่วนการกำหนดราคาซื้อขายเป็นผลจากการเจรจาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยพิจารณาจากฐานะทางการเงินของ ZAP ซึ่งประสบผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง มีภาระหนี้สินคงค้าง และยังจำเป็นต้องได้รับเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นเดิมของ ZAP ยังตกลงรับผิดชอบภาระหนี้สินทั้งหมดของ ZAP ภายหลังการซื้อขายหุ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม การทำรายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน และมีขนาดรายการเพียง 0.0014% ตามเกณฑ์มูลค่ารวมสิ่งตอบแทน โดยอ้างอิงงบการเงินรวมฉบับสอบทานล่าสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 จึงไม่เข้าข่ายรายการจำหน่ายสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง