เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
Politics เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
ดูทั้งหมด

เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank

20 ต.ค. 2569 | 11:36น.

สันติธาร เปิดบันทึกโอลิมปิกการเงิน IMF–World Bank เผยเบื้องลึกกลยุทธ์ชูไทยเป็น “Trusted Connector” ผ่าน 5 ภารกิจหลัก พร้อมขับเคลื่อนดึงเม็ดเงินลงทุนจริงสู่มือ SME ชี้ความสำเร็จเกิดจากพลัง “ทีมไทยแลนด์”

สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงการคลัง เปิดบันทึกเบื้องหลัง “โอลิมปิกการเงิน” IMF–World Bank Group Annual Meetings จาก Editor-in-Chief ฝั่งเจ้าภาพ เผยเบื้องลึกกลยุทธ์ชูไทยเป็น “Trusted Connector” ผ่าน 5 ภารกิจหลัก ทั้งการวางโจทย์เนื้อหา Push เวทีระดับโลก และคิดค้น Bangkok Dialogue Notes เพื่อกำหนดทิศทางสื่อสาร พร้อมขับเคลื่อนดึงเม็ดเงินลงทุนจริงสู่มือ SME ชี้ความสำเร็จเกิดจากพลัง “ทีมไทยแลนด์” ที่ร่วมกันสร้างชื่อจนได้รับคำชมทั่วโลก

เนื้อหาทั้งหมดระบุดังนี้

หลายคนถามผมว่า ขึ้นเวทีพูดในงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกครั้งนี้เหนื่อยไหม

ต้องบอกตามตรงครับว่า เหนื่อย แต่รอบนี้งานที่ท้าทายกว่ามากอยู่ข้างหลังเวที ที่หมวกที่ชื่อว่า

Editor-in-Chief หรือ “บรรณาธิการใหญ่” ฝั่งเจ้าภาพ

แล้วหน้าที่นี้ทำอะไรบ้าง?

ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ตอบเรื่องนี้ รวมทั้งเล่าเบื้องหลังและบทเรียนที่ได้ เผื่อเป็นประโยชน์ครับ (อาจจะยาวหน่อยนะครับ)

เป้าหมายของเรา คือให้โลกได้เห็นไทยเป็นทั้ง:

-เจ้าภาพที่โลกหลงรัก,
-ผู้ร่วมกำหนดวาระที่โลกยอมรับ หรือ agenda shaper ที่มีส่วนตั้งคำถาม เสนอแนวคิด, และ
-พาร์ทเนอร์ที่โลกเชื่อมั่น น่าลงทุนด้วย (นอกจากจะเป็นประเทศที่น่าเที่ยวแล้ว)

หน้าที่นี้เหมือนเป็นทั้ง “คนช่วยแต่งเพลง” และ “คอนดักเตอร์” ที่ช่วยให้ดนตรีหลายชิ้น หลายวง เล่นสอดประสานกัน

งานหลัก ๆ มี 5 ส่วนครับ

1) “แต่งเพลง” ที่มีทั้งความเป็นสากลและความเป็นไทย

เริ่มจากตั้งโจทย์ว่า เราจะชวนโลกคุยเรื่องอะไร
ถ้าตั้งโจทย์จากประเทศไทยมากเกินไป ประเทศอื่นก็อาจไม่เห็นว่าเกี่ยวกับเขาอย่างไร แต่ถ้าคุยเรื่องโลกโดยไม่มีมุมที่ไทยจะมีส่วนช่วยได้ เราก็เสียโอกาสที่จะมีบทบาท
จึงต้องหาจุดพบกันระหว่าง “สิ่งที่โลกต้องการ” กับ “สิ่งที่ประเทศไทยมีดี”
ในการออกแบบ Royal Pavilion เฉลิมพระเกียรติ ทางทีมก็ตั้งใจเลือกหลักการทรงงานและประสบการณ์การพัฒนาที่เชื่อมกับโจทย์ที่โลกกำลังสนใจ เพื่อให้ผู้ชมต่างชาติเห็นว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประเทศไทย

เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เขากำลังเผชิญในปัจจุบันอย่างไร

วิธีคิดเดียวกันนี้ยังใช้ในการวาง 4 เสาหลักของเนื้อหาฝั่งเจ้าภาพ ได้แก่

-โลกที่แบ่งขั้วและห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนไป
-เทคโนโลยีดิจทัลและ AIที่ก้าวกระโดด
-การเปลี่ยนผ่านพลังงานและการปรับตัวต่อภูมิอากาศที่แปรปรวน
-สังคมสูงวัยกับเศรษฐกิจอายุยืน

โดยบทบาทที่ไทยโดดเด่นที่สุด และยิ่งเป็นที่ต้องการในโลกที่กำลังแบ่งขั้ว คือการเป็น Trusted Connector หรือ “ผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ”
ไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เป็นมิตรและเชื่อมได้กับหลายเศรษฐกิจสำคัญ อีกทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ จึงมีจุดแข็งในการเป็นสะพานเชื่อมที่โลกกำลังต้องการ
การเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้เข้าร่วมราว 20,000 คน มีผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเงินจากกว่า 190 ประเทศ รวมถึงนักลงทุนที่เดินทางมาเพื่อพบกับผู้นำเหล่านี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะต่อยอดบทบาทนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

2) สำรวจว่ามี “เวที” ไหนบ้างที่จะเล่นเพลงของเราได้

หากเปรียบงาน IMF–World Bank เป็นมหกรรมดนตรีที่มีหลายวงเล่นหลายเพลง ก็ต้องดูว่าเรามีพื้นที่เพียงพอจะเล่นเพลงของเราให้โลกได้ยินหรือยัง
นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราผลักดันให้มี Host Country Events หรือเวทีที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอง ออกแบบหัวข้อและคำถามได้ พร้อมเชิญผู้นำระดับโลก เช่น ประธานธนาคารโลกและกรรมการผู้จัดการ IMF มาร่วมเสวนา

กว่าจะได้มาไม่ง่าย เพราะการให้เจ้าภาพจัดเวทีเองในระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นปกติ ต้องอาศัยการผลักดันและเจรจาอยู่หลายรอบ
สุดท้ายเราได้สองเวทีของไทยเอง มาชวนผู้นำระดับโลกคุยว่า ในโลกที่แตกแยก เราจะสร้างความร่วมมือกันอย่างไร และจะทำให้เงินทุนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการปรับตัวต่อภูมิอากาศได้อย่างไร ซึ่งทั้งสองเวทีได้รับการตอบรับดีมาก

ยังมีอีกหนึ่งเวทีร่วมเรื่อง Bangkok Blueprint เพื่อต่อสู้กับภัยทางการเงินข้ามพรมแดน
พาวิลเลียนทั้งสี่ที่แสดงศักยภาพของไทยด้านต่าง ๆ รวมถึงปาฐกถาและการเสวนาที่ผู้นำไทยได้รับเชิญไปร่วมบนเวทีสำคัญของงาน
จึงมีทั้งไปร่วมโต๊ะสำคัญของเขา และได้ตั้งโต๊ะใหญ่ให้เขามาร่วมสนทนากับเรา

3) ออกแบบตอนจบ ก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม

เมื่องานจบแล้ว อยากให้คนจำอะไรได้? “ท่อนฮุก” ของประเทศไทยควรอยู่ตรงไหน?

สิ่งที่ผมลองทำร่วมกับทีม คือเขียนร่างบทสรุปไว้ล่วงหน้า ก่อนผู้นำต่าง ๆ จะเดินทางมา และก่อนจะรู้ว่าแต่ละเวทีจะพูดอะไรกันจริง ๆ
นี่คือที่มาของ Bangkok Dialogue Notes เอกสารที่ฝั่งเจ้าภาพจัดทำขึ้นเพื่อสังเคราะห์ข้อคิดจากการสนทนาตลอดสัปดาห์..โดยที่เขียนขึ้นก่อนที่บทสนทนาจริงจะเริ่ม

ระหว่างเตรียมงาน ร่างนี้เป็นแกนกลางในการสื่อสารและประสานงานระหว่างทีมด้วย
เมื่อทุกคนเห็นว่า “ท่อนฮุก” ที่อยากให้คนจำเป็นอย่างไร ก็กลับไปดูงานที่ตัวเองรับผิดชอบได้ว่า กำลังช่วยส่งสารนั้นหรือเปล่า มีตรงไหนความหมายเพี้ยน ประเด็นสำคัญเบาไป หรือบางส่วนหายไปเลย

แต่ละทีมจึงตัดสินใจในรายละเอียดได้โดยเห็นภาพใหญ่ร่วมกัน และเราก็รู้ว่าต้องเติมบทสนทนาหรือกิจกรรมตรงไหน
ส่วนระหว่างงานต้องฟังจริง เก็บข้อคิดใหม่ และพร้อมแก้ร่างตามสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้จริงครับ

4) เมื่อ”งานดนตรี“จบแล้ว จะมีอะไรเกิดขึ้นต่อ?

การประชุมควรเปิดทางไปสู่การลงมือทำ ที่เป็นประโยชน์กับคนไทยและธุรกิจไทย เราจึงคิดเรื่องสานต่อไว้สามทาง
หนึ่ง การพบผู้นำภาครัฐ ทั้งประเทศที่มีเรื่องทำต่อด้วยกันได้ เช่น สิงคโปร์ที่จะเป็นประธานอาเซียนปีหน้า ก่อนส่งต่อให้ไทย และประเทศที่ปกติมีโอกาสพบกันยาก เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ ๆ

สอง การเชื่อมกับเอกชน เมื่อเห็นว่ายังมีพื้นที่พบปะกันน้อย จึงเติมงาน World Economic Forum dinner ที่จัดร่วมกับกระทรวงการคลัง เชิญภาคธุรกิจและธนาคารชั้นนำจากหลายทวีปมาเริ่มคุยความร่วมมือกันที่กรุงเทพฯ แล้วสานต่อไปถึงการประชุมดาวอสต้นปีหน้า
โดยมีคุณคริสตีน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป และคุณอินทรานี ราจาห์ รัฐมนตรีคนที่สองว่าการกระทรวงการคลังสิงคโปร์ มาร่วมแลกเปลี่ยนกับภาคเอกชนด้วย

สาม ใช้ความสนใจจากโลกเป็นแรงส่งให้การปฏิรูปในประเทศเดินหน้าต่อ ผ่านกลไก กรอ. และเป้าหมายร่วมกับเอกชน โดยมีงานศึกษาของธนาคารโลกช่วยประกอบทิศทางสู่ประเทศรายได้สูงที่เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

เมื่อประกาศทิศทางไว้แล้ว ก็เป็นแรงกดดันให้เราต้องทำให้เกิดขึ้นจริงด้วย
เพราะเราตั้งไว้ว่า Trusted Connector ต้องไม่ใช่แค่ “เชื่อมโลก”เข้าด้วยกัน แต่ “เชื่อมประโยชน์จากโลกลงถึงผู้คน SME และชุมชน”ในประเทศด้วย
ความสนใจต้องถูกแปลงมาเป็นเม็ดเงินลงทุนจริง และเม็ดเงินลงทุนต้องแปลงมาเป็นทักษะ งานที่มีคุณภาพ และโอกาสของคน-ผู้ประกอบการไทย

5) เป็นคอนดักเตอร์ ตั้ง “วอร์รูม” ประสานให้เกิดงาน

เมื่อลงมือทำจริง การสื่อสารและประสานงานสำคัญมาก เพราะหลายฝ่ายต้องทำงานร่วมกันทั้งที่ไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน
ต้องสื่อสารข้ามภาษา ข้ามไทม์โซน และข้ามวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน

ต้องช่วยให้ทุกคนเห็นภาพใหญ่ตรงกัน และรู้ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปกระทบกับงานของตัวเองอย่างไร

ยิ่งโค้งสุดท้ายยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงหน้างานตลอดเวลา จึงต้องมีแผนสอง แผนสาม มีวอร์รูมหลายห้อง ผู้รับผิดชอบชัดเจน และทีมประสานงานเก่ง ๆ ช่วยตามให้ทุกชิ้นเดินไปด้วยกัน

ทั้งหมดเป็นผลงานของทีมไทยแลนด์ครับ ผมเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่พยายามช่วยเชื่อมคน เชื่อมความคิด และเชื่อมงานหลายส่วนเข้าด้วยกัน
แล้วช่วงไหนที่รู้สึกว่าเพลงเริ่มประสานกัน?

มีสามคำพูดและภาพจำที่ผมจดไว้ครับ

อย่างแรก ในฐานะเจ้าภาพ

ช่วงท้ายของงาน คุณอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก พูดไว้ว่า คนไทยมี “อะไรบางอย่าง” ที่พิเศษในการทุ่มเทดูแลเอาใจใส่ผู้มาเยือน
คนไทยเองอาจไม่รู้ตัว เพราะทำกันเป็นธรรมชาติ แต่ผู้คนจากทั่วโลกที่มาครั้งนี้สัมผัสได้ชัดเจน

ได้ฟังแล้วนึกถึงคนทำงานจำนวนมาก รวมทั้งน้องๆอาสาสมัคร ทั้งที่เห็นหน้าและอยู่ข้างหลัง ซึ่งช่วยกันดูแลแขกของประเทศตลอดสัปดาห์ครับ
อย่างที่สอง ในฐานะพาร์ตเนอร์ที่น่าลงทุนและทำธุรกิจด้วย

นักลงทุนและคนทำธุรกิจบางคนบอกว่า การมาครั้งนี้ทำให้เห็นศักยภาพของไทยที่มองไม่เห็นจากตัวเลขเพียงเดียว และอาจไม่รู้เลยหากไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง
จนทำให้รู้สึกว่า “Thailand is back”

อย่างที่สาม ในฐานะประเทศที่มีแนวคิดและประสบการณ์ให้โลกเรียนรู้

ภาพที่มีความหมายกับผมมาก คือช่วงที่คุณคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF อัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากล่าวบนเวทีต่อหน้าผู้แทนจากกว่า 190 ประเทศ โดยมีการถ่ายทอดไปทั่วโลก

สำหรับคนทำงานข้างหลัง นี่คือโมเมนต์ที่ภาคภูมิใจและตื้นตันใจครับ

แน่นอนว่างานของเราไม่ได้จบลงใน 7 วันนี้ ความสนใจและความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นยังต้องสานต่อให้เป็นประโยชน์กับคนไทย
แต่การประชุมเพียงหนึ่งสัปดาห์นี้ ก็อาจทิ้งความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับประเทศไทยไว้กับผู้คนจากทั่วโลกไปอีกนาน

และระหว่างที่โลกได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรา

เราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองด้วย

ว่าแม้จะเจองานที่ใหญ่และยากจนตอนแรกนึกไม่ออกว่าจะสำเร็จได้อย่างไร เมื่อคนไทยร่วมมือกันและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เราก็ทำได้ไม่แพ้ใครในโลก
วันข้างหน้าประเทศไทยยังมีโจทย์ยากอีกมาก อยากให้เก็บความรู้สึกนี้ไว้เป็นพลังให้เดินหน้าต่อ

ขอบพระคุณท่านรองนายกฯ เอกนิติ ที่ไว้วางใจและนำทีม และขอบคุณทุกทีมทั้งหน้าเวทีและหลังเวทีที่ช่วยสร้างประวัติศาสตร์หน้านี้ครับ 🙏