ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
ก.ล.ต.ปรับหลักเกณฑ์ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ 4 ฉบับ เพิ่มความคล่องตัวจัดการกรณีผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ โดยไม่ต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอมติ หากดำเนินการตามข้อกำหนดสิทธิและสัญญาแต่งตั้ง พร้อมเพิ่มมาตรการคุมผลประโยชน์ขัดแย้ง มีผล 16 เม.ย. 2570
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ได้ปรับปรุงประกาศที่เกี่ยวข้องกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จำนวน 4 ฉบับ เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแลและการคุ้มครองผู้ถือหุ้นกู้ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2570 เป็นต้นไป
สาระสำคัญประการหนึ่ง คือ การปรับปรุงกระบวนการดำเนินการของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ โดยเปิดทางให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้สามารถดำเนินการตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดสิทธิและสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอมติดำเนินการ เพื่อช่วยกระชับขั้นตอนการดำเนินงาน
สำหรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ก.ล.ต.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งในส่วนของหลักการและร่างประกาศแล้ว โดยผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางที่เสนอ ก่อนดำเนินการปรับปรุงประกาศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีสาระสำคัญรวม 5 ประเด็น ได้แก่
1.ปรับหลักเกณฑ์ผลประโยชน์ขัดแย้ง (Conflict of Interest : COI) ระหว่างผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กับผู้ออกหุ้นกู้ เพื่อให้การพิจารณาประเด็นผลประโยชน์ขัดแย้งมีความชัดเจนมากขึ้น
2 ปรับปรุงคุณสมบัติด้านบุคลากร ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้สอดคล้องกับลักษณะการปฏิบัติงาน
3.เพิ่มหน้าที่รายงานเหตุการณ์สำคัญต่อ ก.ล.ต. โดยกำหนดให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ต้องรายงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ ก.ล.ต.สามารถติดตามการดำเนินงานและการดำรงคุณสมบัติของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้
4.ปรับขั้นตอนดำเนินการกรณีผิดนัดชำระหนี้ ให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดสิทธิและสัญญาแต่งตั้งได้ โดยไม่ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอมติดำเนินการ ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัว
และ 5.กำหนดหลักเกณฑ์การสิ้นสุดหน้าที่ ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตและระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ ประกาศที่ปรับปรุงทั้ง 4 ฉบับ ได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 และกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2570 เป็นต้นไป สำหรับการปรับปรุงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน รวมถึงเสริมสร้างการคุ้มครองผู้ลงทุนในตลาดตราสารหนี้