ทีทีบีดันยอดขายผ่านดิจิทัลทะลุ 60% พลิกโฉม ttb touch ขยายทุกช่วงวัย
ทีทีบีเผยธุรกรรมรายย่อยผ่านแอป ttb touch กว่า 95% ของธุรกรรมทั้งหมด ปริมาณธุรกรรมโต 10% จากปีก่อน ขณะที่ช่องทางดิจิทัลสร้างยอดขายให้ลูกค้ารายย่อยเกิน 60% ของยอดขายทั้งหมด จากจำนวนผู้ใช้บริการ 6.2 ล้านราย ใช้งานสม่ำเสมอวันละ 1.5-2 ล้านราย พร้อมเผย My Credit มีผู้ใช้งานกว่า 4 แสนรายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ประเมินวงเงินสินเชื่อบ้าน-รถยนต์รวมกว่า 7 แสนล้านบาท
นายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่มกลยุทธ์องค์กรและดิจิทัล ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้ายกระดับบริการดิจิทัลแบงก์กิ้ง ภายใต้แนวคิด Humanized Digital Banking “ดิจิทัลแบงก์กิ้งที่ใช่ [รู้ใจคุณ]” โดยผสานพลังระหว่างดิจิทัล มนุษย์ และ AI (Digital x Human x AI) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต
ทำให้ธนาคารจึงยกระดับแอปพลิเคชันทีทีบี ทัช (ttb touch) ให้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงบริการและประสบการณ์ทางการเงิน ทั้งช่องทางดิจิทัล พนักงานสาขา และศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center) เพื่อช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการเงิน วางแผนอนาคต และสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้จริง ครอบคลุมทั้งกลุ่มวัยเริ่มทำงาน วัยสร้างตัวและสะสมความมั่งคั่ง ตลอดจนวัยเกษียณ
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานด้านดิจิทัลที่ผ่านมา พบว่า ธุรกรรมรายย่อยกว่า 95% ดำเนินการผ่านแอป ttb touch ขณะที่ธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มและเครื่องรับฝากเงินสด (ATM/CDM) อยู่ที่ 4% และผ่านสาขา 1% โดยภาพรวมปริมาณธุรกรรมเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนช่องทางดิจิทัลสร้างยอดขาย (Digital Contribution) ให้กับธนาคารในกลุ่มลูกค้ารายย่อยเกิน 60% ของยอดขายทั้งหมด
ปัจจุบันผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อบริการบนแอป ttb touch สูงถึง 90% มีผู้ใช้งานสม่ำเสมอประมาณ 1.5-2 ล้านรายต่อวัน จากจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมด 6.2 ล้านราย
ทางด้านการขอสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล สินเชื่อที่มีหลักประกันทั้งสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อบ้านมีการขยายตัว โดยสินเชื่อรถยนต์เติบโตขึ้นอย่างมากผ่านฟีเจอร์ My Credit ซึ่งเปิดให้ลูกค้าประเมินวงเงินสินเชื่อบ้านและรถยนต์ล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน ก่อนเดินทางไปยังโชว์รูมหรือโครงการที่อยู่อาศัย
ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวกว่า 400,000 ราย ได้รับอนุมัติกว่า 200,000 ราย คิดเป็นวงเงินประเมินรวมกว่า 700,000 ล้านบาท
สำหรับสินเชื่อไม่มีหลักประกัน (Unsecured Lending) แอป ttb touch เปิดให้ลูกค้ายื่นสมัครสินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อเงินสด โดยรับใบสมัครสินเชื่อรวมประมาณ 1.9 ล้านใบต่อปี และมีระบบอนุมัติอัตโนมัติ (Auto Bar) ที่ประมวลผลอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีทันทีประมาณ 400,000 ใบสมัครต่อปี
นายนริศกล่าวต่อว่า การปรับโฉมแอป ttb touch มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าตามช่วงชีวิต โดยกลุ่มวัยเริ่มทำงาน ธนาคารเน้นเสริมสร้างวินัยทางการเงิน ผ่านการสรุปค่าใช้จ่ายประจำเดือนและแจ้งเตือนภาระหนี้หรือบัตรเครดิต พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น บัญชี ttb all free ซึ่งให้ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุเมื่อมีเงินฝากเกิน 5,000 บาท และบัญชี ttb ME save
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อแคชชวนยิ้ม (Cash Chill) ซึ่งใช้หลักการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า (Risk-based Pricing) ร่วมกับการดึงข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) โดยอัตโนมัติ เพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้า
ส่วนกลุ่มวัยสร้างตัวและสะสมความมั่งคั่ง ธนาคารมีบริการคำแนะนำการลงทุน (Advisory Service) เพื่อให้ลูกค้าที่มีเงินเก็บหลักล้านบาทเข้าถึงการจัดพอร์ตลงทุนและกระจายความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ พร้อมรวบรวมกรมธรรม์ประกันภัยทุกฉบับมาสรุปภาพรวมความคุ้มครองแยกตามความต้องการของลูกค้า
“ถ้าเป็นลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ทุกวันนี้ขอให้ลูกค้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ttb touch แล้วใช้ฟังก์ชันที่เรียกว่า My Credit ในการขอวงเงินประเมินสินเชื่อเบื้องต้นก่อน ซึ่งอันนี้ลูกค้าสามารถกดเสร็จภายในเวลา 2–3 นาทีเอง แล้วก็รู้สิทธิ์สินเชื่อประเมินเบื้องต้น โดยธนาคารมีการดึงข้อมูล NCB เข้ามาประกอบในการตัดสินใจ แล้ว Accuracy ของการประเมินสินเชื่อเบื้องต้น เรามีการแมตช์กับการอนุมัติจริงมาเกิน 90% ทำให้ลูกค้าสามารถไปเลือกซื้อรถตามวงเงินที่เราประเมินให้ได้”
สำหรับกลุ่มวัยเกษียณ ซึ่งให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความปลอดภัยทางการเงิน ธนาคารมีฟีเจอร์กำหนดวงเงินให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย รวมถึงบริการตรวจสอบและตั้งค่าความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ (Security Checkup) ซึ่งมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1.4 ล้านรายการ ลูกค้าสามารถตรวจสอบประวัติการใช้งานย้อนหลัง และระบบสามารถปรับลดวงเงินโอนลงโดยอัตโนมัติ หากพบว่าลูกค้าโอนเงินจริงน้อยกว่าวงเงินที่ตั้งไว้
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ล็อกบัญชีเงินเก็บไม่ให้โอนเงินออกผ่านแอปพลิเคชัน โดยลูกค้าต้องเดินทางไปยืนยันตัวตนด้วยตนเองที่สาขาของธนาคารเพื่อปลดล็อกเท่านั้น
นายนริศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลูกค้าที่มีเงินเก็บหลักล้านบาทยังเป็นกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินและการลงทุนอย่างทั่วถึง (Underserved) และมีโอกาสลงทุนต่ำกว่าศักยภาพ (Underinvest) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรูปแบบการให้บริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ในอดีต ซึ่งมักมุ่งเน้นลูกค้าที่มีเงินลงทุนหลายล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากการนำผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไปให้คำแนะนำแก่ลูกค้าที่มีเงินลงทุนไม่มากนักอาจมีข้อจำกัด ทำให้ลูกค้ากลุ่มที่เริ่มมีเงินเก็บหลักล้านบาทยังเป็นช่องว่างในการให้บริการของธนาคาร
ธนาคารจึงต้องการขยายโอกาสให้ลูกค้าที่มีเงินเก็บประมาณ 1-2 ล้านบาท สามารถเข้าถึงคำแนะนำด้านการลงทุนได้ในระดับเดียวกับลูกค้าที่มีเงินลงทุนหลักสิบล้านหรือหลักร้อยล้านบาท โดยนำ AI และแอปพลิเคชันดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือช่วยให้บริการผ่านฟีเจอร์ My Wealth บนแอป ttb touch เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงคำแนะนำด้านการบริหารความมั่งคั่งและการจัดพอร์ตลงทุนได้สะดวกขึ้น