วิจัยกสิกรไทย ส่องงบฯ แบงก์ ชี้การเติบโตยังระมัดระวัง สินเชื่อ “SMEs-รายย่อย” ยังอ่อนแอ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์งบฯ แบงก์ไตรมาส 3/2569 ชี้แรงกดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยเริ่มผ่อนคลาย-ตั้งสำรองหนี้เริ่มลดลง แต่การเติบโตยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง-สินเชื่อไม่ได้ฟื้นทุกกลุ่ม “SMEs-รายย่อย” ยังอ่อนแอ
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาส 3/2569 (8 แห่ง) เริ่มเห็นสัญญาณที่ต่างจากช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยแรงกดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเริ่มผ่อนลง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) กลับมาปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้ ทยอยลดลงต่อเนื่อง
โดยรายได้จากธุรกิจหลักเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้น สะท้อนจาก NIM ไตรมาส 3/2569 ที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนเงินทุนที่ทยอยลดลง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แรงส่งการฟื้นตัวของ NIM ในปี 2569 ยังมีจำกัดท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำตลอดช่วงที่เหลือของปี
ขณะที่สินเชื่อเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 แต่ยังไม่ได้ฟื้นตัวทุกกลุ่ม โดยการเติบโตของสินเชื่อภาพรวมยังมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และภาครัฐ ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่อรายย่อยบางประเภทยังมีทิศทางอ่อนแอ
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาส 3/2569 ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แต่สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงในระยะข้างหน้า สะท้อนผ่านการเร่งปรับโครงสร้างหนี้ จัดการ NPL เชิงรุกและรักษาระดับ Coverage Ratio ไว้ในระดับสูงต่อเนื่อง
โดยในช่วงที่เหลือของปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า NPL Ratio ของกลุ่มแบงก์จะยังเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 3.00-3.20% ขณะที่ Coverage Ratio มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงใกล้ 200% สะท้อนการรักษากันชนเพื่อรองรับความไม่แน่นอนด้านคุณภาพหนี้ โดยประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลกระทบต่อลูกหนี้ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนบางกลุ่มที่ยังมีความเปราะบางด้านรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งอาจทำให้แบงก์ยังต้องบริหารคุณภาพสินทรัพย์และรักษาระดับเงินสำรองอย่างระมัดระวังต่อเนื่อง
โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้จะเริ่มเห็นแรงกดดันบางด้านผ่อนคลายลงในไตรมาส 3/2569 แต่ยังมีอีกหลายโจทย์ที่ธนาคารพาณิชย์ยังต้องเตรียมรับมือต่อเนื่อง โดยแรงส่งการฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังค่อนข้างจำกัดท่ามกลางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่สินเชื่อแม้กลับมาขยายตัวต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าบางกลุ่มยังทำให้แบงก์ต้องดูแลคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างใกล้ชิดควบคู่กับการดำรงเงินสำรองไว้ในระดับสูง ประกอบกับยังต้องติดตามผลจากความผันผวนของตลาดทุนและการทยอยปรับใช้มาตรฐานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในระยะข้างหน้า
ภายใต้ภาพดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า NIM ทั้งปี 2569 จะยังต่ำกว่าระดับ 3.21% ในปี 2568 ขณะที่ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงความเปราะบางด้านความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และรายย่อยบางกลุ่ม อาจทำให้ NPL Ratio ในปี 2569 ยังคงอยู่ในกรอบ 3.00-3.20% และ Coverage Ratio มีแนวโน้มทรงตัวใกล้ 200% ดังนั้น โจทย์สำคัญของธุรกิจแบงก์ในระยะถัดไปจึงไม่ใช่เพียงการสร้างการเติบโต แต่จะเป็นการสร้างฐานรายได้ที่หลากหลายและมีความต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาสมดุลด้านการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม