SCB EIC มองเศรษฐกิจ Q3/69 ทรงตัว ห่วงครัวเรือนติดกับดักหนี้-สินเชื่อ คนอายุน้อยว่างงานเพิ่ม
SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2569 ทรงตัว แรงหนุนยังกระจุกตัว น้ำท่วมกระทบซ้ำกำลังซื้อของผู้บริโภค ฉุดจีดีพีของประเทศประมาณ 0.1% ภาคครัวเรือนเผชิญข้อจำกัดสินเชื่อ-สภาพคล่อง ตลาดแรงงานเริ่มเปราะบาง อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 3 โดยเฉพาะแรงงานอายุน้อยสูงกว่าภาพรวมกว่าเท่าตัว พร้อมประเมิน กนง. คงดอกเบี้ย 1% ถึงสิ้นปี 2570
รายงานข่าวจาก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ค่อนข้างทรงตัว ได้แรงหนุนจากการลงทุน การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล รวมถึงมาตรการช่วยค่าครองชีพของภาครัฐ แต่การฟื้นตัวยังกระจุกและส่งผ่านไปสู่ครัวเรือนและธุรกิจไม่ทั่วถึง รวมถึงปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางกดดันผ่านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศทยอยปรับสูงขึ้น ซ้ำเติมเงินเฟ้อและกำลังซื้อ
ทางด้านภาพรวมหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ลดลงเหลือ 85.2% ในไตรมาส 2/2569 ต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี แต่ไม่ได้สะท้อนว่าฐานะการเงินของครัวเรือนฟื้นตัวแล้ว เนื่องจากครัวเรือนยังเผชิญข้อจำกัดด้านสินเชื่อและสภาพคล่อง ขณะที่ตลาดแรงงานมีสัญญาณเปราะบางขึ้น โดยอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 3 โดยเฉพาะแรงงานอายุน้อยสูงกว่าภาพรวมกว่าเท่าตัว
ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่าน้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย. – ต.ค. 2569 กระทบต่อจีดีพีในปีนี้ประมาณ 0.1% และอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวบ้างในระยะสั้น โดยเฉพาะราคาอาหารสด ราคาผักบางชนิดปรับสูงขึ้นมากหลังเกิดน้ำท่วม สำหรับผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่เกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. กำลังซื้อและการใช้จ่ายที่ลดลง 2. การหยุดชะงักของระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน และ 3. ความเสียหายต่อทรัพย์สิน สินค้าคงคลัง และสถานประกอบการ
สำหรับในช่วงข้างหน้าเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญอีกหลายความเสี่ยง ได้แก่ 1. สถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางคลี่คลายลงมาก แต่บางพื้นที่ใน 17 จังหวัดยังได้รับผลกระทบ (ข้อมูลจาก ปภ. 22 ต.ค. 2569) จึงต้องจับตาความเสี่ยงน้ำท่วมในภาคใต้ช่วงปลายปี 2. ความเสี่ยงจากซูเปอร์เอลนีโญ อาจทำให้ไทยเจอภาวะร้อนและแล้งยืดเยื้อถึงกลางปี 2570 กระทบผลผลิตและรายได้เกษตร รวมถึงความเพียงพอของแหล่งน้ำ แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนกักเก็บที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
3. ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการการค้าของสหรัฐ โดยเฉพาะกำลังการผลิตส่วนเกิน และการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า เป็นความเสี่ยงภายนอกที่สำคัญ รวมถึง 4. ราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เนื่องจากกองทุนน้ำมันลดการชดเชยลงจากภาระหนี้กองทุนน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงติดลบมากถึงราว 1 แสนล้านบาท (ข้อมูล 11 ต.ค. 2569) อาจกระทบค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจ
นอกจากนี้มีการปรับปรุงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอดีตดีขึ้นกว่าข้อมูลที่เคยรายงานไว้ โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยแพร่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ชุดใหม่ ส่งผลให้การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมปรับขึ้นเป็น 4.4% จากเดิมที่อยู่ในระดับทรงตัวราว 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการปรับปรุงส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มความครอบคลุมของสินค้าและโรงงานตัวอย่างในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย
ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทบทวนข้อมูลดุลการชำระเงินประจำปี ส่งผลให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนใหญ่มาจากการปรับลดมูลค่านำเข้าให้สอดคล้องกับหลักดุลการชำระเงิน โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้ามาเพื่อรับจ้างผลิตและส่งกลับ ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของการทบทวนดังกล่าวทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ปรับจากเดิมที่ขาดดุลสูง 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือขาดดุล 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่า ข้อมูลชุดใหม่ โดยเฉพาะ MPI อาจนำไปสู่การทบทวนตัวเลข GDP ไทยย้อนหลัง แต่ทิศทางและขนาดของการปรับยังไม่แน่นอน หากจีดีพีถูกปรับเพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่าการฟื้นตัวยังกระจุกอยู่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ขณะที่ภาคส่วนอื่นไม่ได้ขยายตัวสอดคล้องกัน จึงอาจยิ่งทำให้ภาพเศรษฐกิจแบบ K-shaped หรือการฟื้นตัวที่แตกต่างกันระหว่างภาคส่วนชัดเจนขึ้น
ประเมิน กนง.คงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงสิ้นปี 2570
สำหรับการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน SCB EIC คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปี 2570 แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับดีขึ้นในระยะข้างหน้า แต่แรงส่งยังไม่ทั่วถึง ส่วนครัวเรือนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังเผชิญภาระหนี้ ต้นทุนทางการเงิน และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ท่ามกลางตลาดแรงงานที่เปราะบาง ทำให้มาตรการทางการเงินที่มุ่งช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีและประชาชนเข้าถึงสินเชื่อ จึงมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ทางด้านแนวโน้มเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น การส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าอื่น และราคาอาหารสดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยับเข้าใกล้หรือสูงกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมาย 1-3% เป็นการชั่วคราวในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ก่อนทยอยชะลอลง โดย SCB EIC คาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2570 จะยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย
ปรับจีดีพีโลกเป็น 2.6% จับตาความเสี่ยงสงครามการค้า
ขณะที่เศรษฐกิจโลก SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเติบโตเป็น 2.6% ในปี 2569 จากเดิม 2.5% และ 2.7% ในปี 2570 จากเดิม 2.6% หลังเศรษฐกิจโลกแสดงความทนทานต่อราคาพลังงานสูงและความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI สนับสนุนการผลิตและการส่งออกของประเทศในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังไม่หมดไป แม้ทั้งสองฝ่ายขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570 โดยเฉพาะมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน รวมถึง สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง จากความคืบหน้าที่จำกัดในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวง ส่งผลให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง และเงินเฟ้อในหลายประเทศเศรษฐกิจหลักยังสูงกว่าเป้าหมาย