เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นักท่องเที่ยวลองฮอลโตแกร่ง ททท.ชี้บุ๊กกิ้งล่วงหน้าพุ่งยาวยันไตรมาสแรก/70
Business นักท่องเที่ยวลองฮอลโตแกร่ง ททท.ชี้บุ๊กกิ้งล่วงหน้าพุ่งยาวยันไตรมาสแรก/70
เปิดตัวหลานเจ้าสัว ทายาทรุ่น 3 ‘เทมส์-โรจนะ สิริวัฒนภักดี’ เยาวชนคนดังในงานประชุม IMF
Biz Movement เปิดตัวหลานเจ้าสัว ทายาทรุ่น 3 ‘เทมส์-โรจนะ สิริวัฒนภักดี’ เยาวชนคนดังในงานประชุม IMF
ศึก ‘อุเทนฯ-ปทุมวัน’แค่ใช้กฎหมายก็จบ
สามัญสำนึก ศึก ‘อุเทนฯ-ปทุมวัน’แค่ใช้กฎหมายก็จบ
‘เอกนิติ’ ทบทวนแผนการคลัง ขาดดุลลดเร็ว-รายได้เข้าเป้า
Finance ‘เอกนิติ’ ทบทวนแผนการคลัง ขาดดุลลดเร็ว-รายได้เข้าเป้า
‘วิกฤตหนี้’ ฝรั่งเศส ส่อเค้า ‘ลาม’ ทั่วยุโรปหรือไม่
World ‘วิกฤตหนี้’ ฝรั่งเศส ส่อเค้า ‘ลาม’ ทั่วยุโรปหรือไม่
สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
World สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
Politics อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
Politics อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
Politics อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
Economic PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
ดูทั้งหมด

‘เอกนิติ’ ทบทวนแผนการคลัง ขาดดุลลดเร็ว-รายได้เข้าเป้า

24 ต.ค. 2569 | 12:20น.

เอกนิติปลื้มลดขาดดุลการคลังเร็วกว่าคาด-เก็บรายได้ปี’69 เข้าเป้า สั่งชะลอเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว หลังสายการบินตบเท้าเข้าพบ เผยเตรียมหั่นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เฉพาะ E20-B20 หนุนเกษตรกร เร่งเปลี่ยนผ่านแก้วิกฤตพลังงาน ชง ครม. ไฟเขียวโซลาร์ประชาชนล้านครัวเรือน วงเงินไม่เกิน 1 แสนล้าน 

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ศักยภาพการคลังตอนนี้ดีขึ้น โดยกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาปรับแผนการคลังระยะปานกลางใหม่ ภายในสิ้นปี 2569 นี้ เนื่องจากล่าสุดฐานะการคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 (30 ก.ย.) การขาดดุลการคลังลดลงจากเดิมอยู่ที่ 4.4% ของ GDP ลงมาเหลือ 3.4% ซึ่งเชื่อว่าจะเข้าสู่เป้าหมายลดการขาดดุลเหลือไม่เกิน 3% ของ GDP ได้เร็วกว่าที่คาดไว้เดิม

ขณะเดียวกันการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมา สามารถทำได้สูงกว่าประมาณการ และทำได้ดีกว่าที่คาด โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่จัดเก็บจากการจับจ่ายใช้สอยเก็บได้มากขึ้นในเชิงมูลค่า

“ตามแผนการคลังระยะปานกลางตั้งเป้าลดขาดดุลเหลือไม่เกิน 3% ไว้ภายในปี 2572 ซึ่งแผนการคลังระยะปานกลางก็ยังเดินอยู่ และผมจะให้ทบทวนแผนอีกที เอาตัวเลขใหม่ทั้งหมดมาดูกัน การที่ขาดดุลลดลงมาก็เป็นข่าวดี ทำให้ตลาดตราสารหนี้ของเราแข็งแกร่ง อย่างวันนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปีขึ้นมาที่ 5.2% ฝรั่งเศส 5% ส่วนเมืองไทยแค่ 2.4% ต้นทุนเรายังถูก”

ส่วนการพิจารณาเกี่ยวกับภาษีบาป โดยเฉพาะเรื่อง Earmarked Tax ของ 4 กองทุน ดร.เอกนิติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทางสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอยู่ ซึ่งตามกฎหมายพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 26 เขียนไว้ชัดว่า ไม่ต้องการให้มีการ Earmarked  

“ซึ่งวินัยการคลังวันนี้ทำให้สถานการณ์ของไทยเราแตกต่างจากฝรั่งเศส” 

นอกจากนี้ ดร.เอกนิติกล่าวด้วยว่า ล่าสุดสายการบินได้เข้ามาพบ ซึ่งได้หารือร่วมกับกรมสรรพากร โดยตนได้ตัดสินใจว่า เรื่องการเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรนั้นจะยังไม่ดำเนินการในขณะนี้ เนื่องจากตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับบรรยากาศด้านการท่องเที่ยว 

ส่วนจะเลือกไปเป็นเมื่อใดนั้น คงต้องขอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะวันนี้หากเก็บจะทำให้สายการบินได้รับผลกระทบ เนื่องจากขาเข้าก็จะมีการเก็บค่าธรรมเนียม ดังนั้น หากจะเก็บทั้งขาเข้าและขาออก จะเป็นการซ้ำเติม

ขณะที่ข้อเสนอให้ลดภาษีน้ำมันนั้น ดร.เอกนิติกล่าวว่า ในเร็ว ๆ นี้จะมีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะมีการปรับลดเฉพาะส่วนที่สนับสนุนน้ำมัน E20 ที่ใช้ส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลัง และ B20 ที่ผลิตจากน้ำมันปาล์ม เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร

“เรื่องนี้ตรงกับนโยบายของเรา คือ ถ้าจะลดภาษีสรรพสามิต ที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน ที่ประเทศไทยได้ประโยชน์ คือ E20 กับ B20 ซึ่งวันนี้เราต้องการสนับสนุนน้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันบนดิน ที่เกษตรกรไทยเป็นผู้ผลิต”

ดร.เอกนิติกล่าวด้วยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 ต.ค. นี้กระทรวงการคลังจะเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่จะใช้วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านครัวเรือน ที่รัฐบาลสนับสนุนค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งการติดตั้งบนหลังคาและบนพื้นดิน อย่างเช่น พื้นที่นาข้าวต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนนี้มีวงเงินรวมประมาณ 50,000 ล้านบาท 

และอีกไม่เกิน 50,000 ล้านบาทจะใช้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วย เช่น การปรับระบบสายส่ง สมาร์ทกริด การเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นสมาร์ทมิเตอร์ เป็นต้น ซึ่งจะรองรับการเปิดให้ครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟสามารถจำหน่ายไฟคืนให้ระบบได้

“เมื่อรวม 2 ส่วนนี้แล้วคาดว่าจะใช้วงเงินไม่เกิน 100,000 ล้านบาท” ดร.เอกนิติกล่าว