เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 67,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 67,300 บาท
‘ภัณฑิรา’ ชี้กองทุนประกันสังคมเสียโอกาสลงทุนวันละ 300 ล้าน เชื่อยกระดับสู่กองทุนโลกได้
Finance ‘ภัณฑิรา’ ชี้กองทุนประกันสังคมเสียโอกาสลงทุนวันละ 300 ล้าน เชื่อยกระดับสู่กองทุนโลกได้
รุทธพล  โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
Politics รุทธพล โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
Yamaha – DPU ปลุกศักยภาพเยาวชนดนตรี มอบทุน 100% ตลอด 4 ปี รวม 8.4 ล้านบาท
Uncategorized Yamaha – DPU ปลุกศักยภาพเยาวชนดนตรี มอบทุน 100% ตลอด 4 ปี รวม 8.4 ล้านบาท
สันติธารแชร์ 2 ภาพประทับใจ IMF-World Bank ชูพระราชปณิธาน ร.9-ต่อยอด AI สร้างงาน
News สันติธารแชร์ 2 ภาพประทับใจ IMF-World Bank ชูพระราชปณิธาน ร.9-ต่อยอด AI สร้างงาน
‘อดีตปลัด มท.’ กระตุก ‘บิ๊ก ขรก.’ อย่ากลัวอำนาจมิชอบ-ทำความดี เหตุกินเงินภาษีประชาชน
Politics ‘อดีตปลัด มท.’ กระตุก ‘บิ๊ก ขรก.’ อย่ากลัวอำนาจมิชอบ-ทำความดี เหตุกินเงินภาษีประชาชน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
Automotive MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
ดูทั้งหมด

เศรษฐีแห่ซื้ออสังหาฯตปท. บาทแข็ง”ลอนดอน-ญี่ปุ่น”ฮอต!

14 ก.ย. 2562 | 11:26น.
อานิสงส์ “บาทแข็งโป๊ก” เศรษฐีไทยหอบเงินซื้ออสังหาฯ “อังกฤษ-ญี่ปุ่น-เยอรมนี” ยอดนิยม ฉวยจังหวะค่าเงินถูก แถมดอกเบี้ยขาลง กระจายพอร์ตไปลงทุนต่างแดน “โจนส์ แลงก์ ลาซาลล์” เผยเยอรมนีตลาดใหม่มาแรง “แฟรงก์เฟิร์ต-เบอร์ลิน” ฮอตทั้งแห่ซื้อคอนโดฯแดนปลาดิบ”โตเกียว-นิเซโกะ” โรงแรมไทยพาเหรดออกไปช็อป เปิดข้อมูลแบงก์ชาติ 6 เดือนแรกเงินลงทุนโดยตรงไทยไปต่างประเทศ 2.31 แสนล้าน

บาทแข็งโป๊กเทียบ “ยูโร-ปอนด์”

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) กล่าวว่า TMB Analytics ได้เปรียบเทียบค่าเงินบาทกับสกุลเงินต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 10 ก.ย. 2562 พบว่า ค่าเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับเงินยูโรอยู่ที่ 9.3% รองลงมาคือ เงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษ 8.8% ต่อมาก็คือ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย 8.4%, ค่าเงินฟรังก์สวิส 6.8% ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ 5.8% และค่าเงินเยน 3.8% ดังนั้น ถ้ามองในแง่ค่าเงินจึงเป็นโอกาสที่คนไทยจะไปลงทุนซื้อสินทรัพย์ในประเทศเหล่านี้ อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่า บริษัทเอกชนไทยยังใช้โอกาสนี้ไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (TDI) ไม่มากนัก ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการที่เศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัว แต่หากดูแนวโน้มช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการไปลงทุนในสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีมากขึ้นต่อเนื่อง

“จริง ๆ ก่อนหน้านี้ ค่าเงินปอนด์อ่อนค่ากว่านี้ แต่เมื่อคืนวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการผ่านกฎหมายว่าห้ามเบร็กซิตแบบ no deal ค่าเงินปอนด์จึงกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” นายนริศกล่าว

เศรษฐีขนเงินลงทุน

แหล่งข่าวจากเจ้าของธุรกิจรายหนึ่งเปิดเผยว่า จากที่ภาวะเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้นมากในช่วงปีนี้ ประกอบกับที่หลายประเทศค่าเงินอ่อนลงจากปัญหาต่าง ๆ ทำให้ขณะนี้กลุ่มนักธุรกิจเศรษฐีคนไทยมีความสนใจไปลงทุนซื้อบ้าน อสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ บางส่วนก็ซื้อไว้ให้ลูกหลานที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ถือเป็นการลงทุน อย่างกรณีประเทศอังกฤษ นอกจากที่เงินปอนด์จะอ่อนค่ามากจากผลกระทบเรื่องที่จะออกจากอียู หรือ “เบร็กซิต” ยังทำให้ราคาอสังหาฯในอังกฤษปรับลดลงด้วย ทำให้เศรษฐีไทยจำนวนมากเข้าไปซื้ออสังหาฯ รวมถึงประเทศอื่นในยุโรป และญี่ปุ่น

อีกด้านเป็นเพราะทิศทางดอกเบี้ยขาลง ผลตอบแทนการลงทุนต่าง ๆ ลดลง ทำให้มีการชักชวนกันไปลงทุนซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียมในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อเป็นการลงทุน เพราะจากภาวะค่าเงินในปัจจุบันก็ทำให้ถือว่าได้ต้นทุนถูกลง ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของหลายประเทศมีปัญหา ราคาอสังหาฯก็ปรับลดลงด้วย

ท็อป 20 ตั้งท่าช็อปโรงแรม

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลงก์ ลาซาลล์ (JLL) โบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะเงินบาทแข็งค่า ประกอบกับนักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับตลาดคอนโดมิเนียมประเทศไทยที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า มีการแข่งขันสูง ขณะที่การเพิ่มขึ้นของราคาชะลอตัว และผลตอบแทนการลงทุนลดลง ทำให้เศรษฐีไทยจำนวนมากหันไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในหัวเมืองใหญ่ของประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย-แปซิฟิก

จุดเด่นอสังหาริมทรัพย์ในประเทศพัฒนาแล้ว นักลงทุนจะได้รับการคุ้มครองที่ดีเกี่ยวกับการซื้อขายที่มีความโปร่งใสสูง กฎหมายและกฎระเบียบมีความชัดเจน และมีบรรษัทภิบาลที่เข้มแข็ง รวมทั้งยังไม่มีการจำกัดสิทธิครอบครองอสังหาฯของนักลงทุนต่างชาติ ที่สำคัญมีความโปร่งใส ข้อมูลธุรกรรมการซื้อขาย ดีมานด์-ซัพพลายเข้าถึงได้ง่าย ผู้ซื้อจึงสามารถคาดคะเนทิศทางตลาดได้ค่อนข้างแม่นยำ ประเมินผลตอบแทนการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า การปรับขึ้นของราคาในอนาคต

ขณะเดียวกันพบว่า ในกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมไทยระดับท็อป 20 มีความสนใจซื้อกิจการโรงแรมในต่างประเทศตลอดเวลา สอบถามข้อมูลและต้องการให้แมตชิ่งการซื้อขายกิจการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเซนทารา ไมเนอร์กรุ๊ป ดุสิตกรุ๊ป กลุ่มนารายณ์ ฯลฯ

ลอนดอน-เยอรมนีฮอต

สำหรับตลาดหลักอสังหาฯที่คนไทยสนใจซื้อ ได้แก่ “ลอนดอน” ประเทศอังกฤษ สัดส่วน 80% ซื้อให้ลูกหลานพักอาศัยในระหว่างการศึกษาต่อ อีก 20% ซื้อเพื่อปล่อยเช่า แม้ค่าเช่าให้ผลตอบแทนไม่สูงมากนัก 2-3% แต่สถิติผู้ซื้อคอนโดฯในลอนดอนแล้วขายต่อในช่วง 10 ปี ได้กำไร 40-50% จากราคาต้นทุนที่ซื้อไว้ย่านที่ผู้ซื้อชาวไทยสนใจเป็นพิเศษ คือ โซน 1 ย่านศูนย์กลางธุรกิจชั้นใน คอนโดฯมีราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 1 ล้านบาท กับโซน 2 ย่านศูนย์กลางธุรกิจชั้นนอก ราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 6 แสนบาท

ขณะที่ประเทศเยอรมนี เป็นตลาดใหม่ที่เพิ่งเปิดรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ ซึ่งน่าสนใจมากที่สุดในขณะนี้ โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่อย่าง “เบอร์ลิน-แฟรงก์เฟิร์ต” ที่พักอาศัยไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยชาวเยอรมันส่วนใหญ่นิยมการเช่าที่อยู่อาศัยมากกว่าซื้อไว้เอง เพราะแม้มีรายได้สูง แต่ต้องจ่ายภาษีสูงด้วย ตลาดเช่าจึงมีดีมานด์สูงมากเช่น ในแฟรงก์เฟิร์ต คอนโดฯมีห้องว่างเหลือเช่าเฉลี่ยไม่ถึง 1% ราคาขายที่สูงมาก ทำให้ผลตอบแทนซื้อเพื่อปล่อยเช่าแค่ 2-3% เท่ากับลอนดอน แต่ราคาซื้อขายปรับขึ้นรวดเร็วมาก เฉลี่ยปีละ 12% อีกทั้งเยอรมนีมีอุปสรรคสำหรับนักลงทุนซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพราะต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปี หากขายต่อก่อนกำหนดต้องเสียภาษีขั้นบันไดจากกำไรที่ได้ 14-45%

สำหรับโครงการที่เจแอลแอลเสนอขายอยู่ในขณะนี้ กรุงเบอร์ลินห้องชุด 40 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท ไซซ์ 100 ตารางเมตร ราคา 26 ล้านบาท, แฟรงก์เฟิร์ต พื้นที่ 30 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 13 ล้านบาท และไซซ์ 193 ตารางเมตร ราคา 113 ล้านบาท

โตเกียว-นิเซโกะติดโผ

สำหรับญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศที่คนไทยชื่นชอบ และสองเมืองที่คนไทยนิยมซื้อคอนโดฯในญี่ปุ่น คือ “โตเกียว-นิเซโกะ” โดยโตเกียว นักธุรกิจไทยนิยมซื้อเพื่อพักอาศัย ส่วนนิเซโกะเป็นย่านสกีรีสอร์ตที่มีชื่อเสียง โรงแรมต่าง ๆ มีผู้พักเต็มในช่วงฤดูเล่นสกี

ทั้งนี้ การปล่อยเช่าระยะสั้นให้กับนักท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายในญี่ปุ่น เปิดช่องให้เจ้าของสามารถปล่อยเช่าผ่าน Airbnb ได้ โดยโครงการที่เจแอลแอลเสนอขายที่โตเกียว ห้องชุด 36 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 17 ล้านบาท, ขนาด 76 ตารางเมตร ราคา 36 ล้านบาท และ 98.5 ตารางเมตร ราคา 48 ล้านบาท โดย JLL มองว่าช่วงนี้เป็นจังหวะเหมาะที่สุดสำหรับการซื้ออสังหาฯต่างแดน เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก ทำให้สามารถซื้อในราคาที่ถูกลง

ครึ่งปี TDI ออกไป 2.3 แสนล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เงินลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ (TDI) ในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2562) จำนวน 231,973.89 ล้านบาท ประเทศที่มีเงินลงทุนโดยตรงของไทยเข้าไปมาก อาทิ สิงคโปร์ 7.07 หมื่นล้านบาท, ฮ่องกง 2.83 หมื่นล้านบาท, ญี่ปุ่น 2.12 หมื่นล้าน, สหภาพยุโรป 2.09 หมื่นล้าน, สหรัฐอเมริกา 1.35 หมื่นล้าน ส่วนสหราชอาณาจักรมีเงินลงทุนโดยตรงจากประเทศไทย 6,542.18 ล้านบาท