เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเบฟ หนุนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอล สู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028
Biz Movement ไทยเบฟ หนุนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอล สู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028
พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
Economic พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
Automotive VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
Economic กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่  ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่ ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
พาณิชย์ลุยดินแดงตรวจนอมินี เจอแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 ราย ส่งดำเนินคดี
Economic พาณิชย์ลุยดินแดงตรวจนอมินี เจอแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 ราย ส่งดำเนินคดี
รองนายกฯ หนุน WFA บรรเทาปัญหา จนท.ชั้นผู้น้อย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง-น้ำท่วม
Politics รองนายกฯ หนุน WFA บรรเทาปัญหา จนท.ชั้นผู้น้อย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง-น้ำท่วม
GWM-SAIC ถูกชวนขยายลงทุนไทย พาณิชย์ดันชิ้นส่วน EV ในประเทศหนุนฮับภูมิภาค
Economic GWM-SAIC ถูกชวนขยายลงทุนไทย พาณิชย์ดันชิ้นส่วน EV ในประเทศหนุนฮับภูมิภาค
ดูทั้งหมด

ระดมงบฉุกเฉินพยุงเศรษฐกิจ ตั้ง “กองทุนแสนล้าน” กู้วิกฤตหุ้น

16 มี.ค. 2563 | 09:30น.

วิกฤตทุกด้าน รัฐบาลจัด “ทีมเฉพาะกิจ” ก.ล.ต. ตลท. แบงก์ชาติ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ถกฉุกเฉินรับมือตลาดหุ้นดิ่งหลุด 1,000 จุด หนักที่สุดรอบ 8 ปี โดนเซอร์กิตเบรกเกอร์ 2 วันต่อเนื่อง รมว.คลังระดมเงินรัฐ-เอกชนลงขัน “กองทุนพยุงหุ้น” คาดต้องมีแสนล้าน มหึมากว่า “วายุภักษ์” ซื้อ-ขายภายใน มี.ค. สร้างเชื่อมั่น ยันช่วยทุกกลุ่ม “ไม่อุ้มคนรวย” สั่งสำนักงบฯกวาดเงินค้างท่อสมทบ “งบฯฉุกเฉิน” อัดแพ็กเกจชุด 2 รัว ๆ ช่วยจ่ายค่าเทอม-ค่าหมอ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดทำการซื้อ-ขาย ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 63 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดตลาดที่ 1,114.91 จุด ก่อนจะปรับลดลง 111.52 จุด ลดลง 10% มาอยู่จุดต่ำสุดที่ 1,003.39 จุด ส่งผลให้ต้องประกาศหยุดซื้อ-ขายเป็นการชั่วคราวอัตโนมัติ (circuit breaker) 30 นาที

ตั้งกองทุนพยุงหุ้นด่วน

รองนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ ตลท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประชุมเร่งด่วน เพื่อหามาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดหุ้นไทย ด้วยการเร่งตั้งกองทุนพยุงหุ้น หรือ stabilizer fund และมาตรการสร้างความเชื่อมั่นทันที เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เห็นชอบในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้

“จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารกองทุนพยุงหุ้น ซึ่ง ตลท. ก.ล.ต. กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณารายละเอียด พร้อมระบุอำนาจการตัดสินใจ กลไกการบริหาร ขนาดของกองทุน ระยะเวลาการเข้าซื้อ-ขาย ที่มาของเงินจะมาจากการร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชน” นายสมคิดกล่าว

รองนายกรัฐมนตรีได้ยกรูปแบบวิกฤตตลาดหุ้นไทย ในช่วงวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” ในปี 2540 มีการตั้งกองทุนวายุภักษ์ ขนาด 3 หมื่นล้าน แต่ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยมีมาร์เก็ตแคปประมาณ 15-16 ล้านล้าน สูงกว่าจีดีพีประเทศ (13 ล้านล้าน) จึงต้องพิจารณาขนาดกองทุนที่เหมาะสม

“จะให้ ตลท. และ ก.ล.ต.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประคองให้ช่วง 4-6 เดือนนี้ ให้ผ่านพ้นไปได้” นายสมคิดกล่าว

รมว.คลังกู้ความเชื่อมั่น

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ชัดเจนว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด โดยสิ่งที่รัฐบาลทำได้ก็คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่น ทั้งด้านสาธารณสุข และเตรียมพร้อมมาตรการด้านเศรษฐกิจคู่ขนานกันไป โดยภาวะตลาดหุ้นตกหนักในช่วงนี้ถือว่ารุนแรง ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีมาตรการเข้าไปดูแลอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน จะพิจารณาถึงแนวทางการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้น คล้ายกับที่เคยตั้งกองทุนรวมวายุภักษ์มาแล้ว

หุ้นดิ่งเอาไม่อยู่-พยุงหุ้น มี.ค.นี้

“ก่อนหน้านี้ เราทำเรื่องการลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) กองพิเศษไป ซึ่งก็จะให้มีผลในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปอีก ก็อาจจะต้องมีมาตรการเสริม เพราะของเดิมเอาไม่อยู่ ใครจะคิดว่าตลาดหุ้นสหรัฐก็ร่วงหนัก ไม่มีใครเคยเจอแบบเมื่อคืนวันที่ 12 มี.ค.ที่ต้องเซอร์กิตเบรกเกอร์ ดังนั้นวันนี้เราคิดไว้แต่เนิ่น ๆ จะเอามาใช้หรือไม่ ขึ้นกับสถานการณ์ แต่ถ้าไม่เตรียมไว้ แล้วหุ้นลงหนักไปเรื่อย ๆ จะไม่ทันการ” นายอุตตมกล่าว

ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่จะให้กองทุนพยุงหุ้น ออกมาให้ทันในเดือน มี.ค.นี้ทันที เนื่องจากกองทุน SSF กองพิเศษ กว่าจะเริ่มลงทุนได้ก็เดือน เม.ย. แหล่งที่มาขนาดกองทุนพยุงหุ้นนั้น จะเป็นเงินจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) หรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นกับ ตลท.

ดึงเอกชนลงขัน-ช่วยทุกกลุ่ม

“สถานการณ์ตอนนี้คงไม่ใช่วายุภักษ์แล้ว เพราะตลาดใหญ่ขึ้นมาไม่รู้กี่เท่าแล้ว กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดก็มีมากขึ้น ดังนั้น มาตรการวันนี้ก็ต้องคิดใหม่ หากจะมีกองทุนก็ต้องมีคนมาลงขัน คงไม่ใช่แต่วายุภักษ์รายเดียว วายุภักษ์ในอดีตเพื่อให้เข้าไปซื้อหุ้น โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพบริหาร ซึ่งใช้ บลจ.เอ็มเอฟซี กับ บลจ.กรุงไทย เพียงแค่ให้เข้าไปซื้อ ก็ช่วยพยุงหุ้นได้ แล้ววายุภักษ์ก็ได้กำไร” นายอุตตมกล่าว

แม้ว่ามีเสียงวิจารณ์กองทุนพยุงหุ้นเป็นการช่วยคนรวย นายอุตตมกล่าวว่า อยากให้มองว่ารัฐบาลต้องช่วยทุกกลุ่ม โดยการลงทุนในตลาดหุ้นก็จำเป็น เพราะเป็นเรื่องความเชื่อมั่นที่มีผลต่อภาพรวมด้วย มาตรการดูแลตลาดทุนอาจจะไม่ได้มีแค่การตั้งกองทุนพยุงหุ้นเท่านั้น พยายามคิดไว้หลาย ๆ มาตรการ อาทิ การผ่อนคลายมาตรการบางส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ก็จะพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพด้านการเงินการคลัง

“การช่วยประเทศก็ต้องเอาคนทุกกลุ่ม คนที่มีเงินหน่อย ให้เขาเอามาลงในตลาดหุ้น ก็ถือว่าช่วยภาคส่วนอื่น เพราะถ้าตลาดหุ้นแย่ บริษัทแย่ พนักงานก็ได้รับผลกระทบ ความมั่นใจก็แย่ไปหมด” นายอุตตมกล่าว

ก.ล.ต. ประชุมฉุกเฉิน

สำหรับสถานการณ์หุ้นตกหนัก ดัชนีลดลงไปต่ำกว่า 1,000 จุด จน ตลท.ต้องใช้มาตรการหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราวนั้น ถือเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว โดยตนก็มีการหารือร่วมกับนายสมคิด รวมถึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ว่าต้องมีการชี้แจงต่อสาธารณะ ขณะที่บอร์ด ก.ล.ต.ก็มีการประชุมบอร์ดฉุกเฉิน เพื่ออนุมัติปรับเกณฑ์การทำ short sell

นายอุตตมกล่าวว่า กองทุน SSF กองพิเศษ ที่ได้ลดหย่อนเพิ่มเติมอีก 2 แสนบาท หรืออีก 1 เท่าตัวของ SSF เดิม มาตรการกำหนดให้ต้องลงทุนในช่วง 3 เดือน คือ ตั้งแต่ เม.ย.-มิ.ย. 2563 หากจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการลงทุนออกไป ก็พร้อมพิจารณาขยายเวลาให้

ส่วนข้อเสนอสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ที่อยากให้ผู้ที่ซื้อหุ้นโดยตรงไม่ผ่านกองทุน สามารถนำเงินลงทุนลดหย่อนภาษีได้นั้น ทางกระทรวงการคลังก็รับฟังมาพิจารณา แต่ยังไม่ได้ฟันธงว่าจะทำหรือไม่

ตั้ง “ทีมเฉพาะกิจ” เกาะติดเศรษฐกิจ

นายอุตตมกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงาน ก.ล.ต. ตลท. สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็น “ทีมเฉพาะกิจของรัฐบาล” ที่เตรียมพร้อมติดตามภาวะเศรษฐกิจไว้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ นอกจากมาตรการด้านตลาดทุนแล้ว กระทรวงการคลังกำลังเตรียมออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรง ทางอ้อม ระยะที่ 2 ต่อเนื่องทันที หลังออกมาตรการระยะที่ 1 ไปแล้ว แต่สถานการณ์ยังลุกลาม โดยมาตรการทั้งหมดจะได้ข้อสรุปเสนอนายกรัฐมนตรี วันที่ 16 มี.ค.นี้

เติมเงิน-ช่วยค่าเทอม-หาหมอ

โดยมาตรการที่คิดอยู่ขณะนี้ เบื้องต้นจะเน้นเรื่องการเพิ่มรายได้ ทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า ให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม คือ ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพอิสระ และลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือด้านค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงผู้ที่ตกงานด้วย ภายใต้หลักการที่ว่า “ต้องรวดเร็วทันการ และตรงเป้าหมาย”

“นายกรัฐมนตรีย้ำให้ดูแลให้ครอบคลุมกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตั้งแต่คนขับรถตู้ไปยันแม่ค้าหมูปิ้ง” นายอุตตมกล่าว

เชื่อเศรษฐกิจปีนี้ไม่ถึงขั้นติดลบ

ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้ทั้งปีจะหดตัวหรือไม่นั้น นายอุตตมกล่าวว่า คงยังสรุปไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าโควิด-19 จะไปสิ้นสุดตรงไหน ซึ่งหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น มีความมั่นใจกลับมา เศรษฐกิจก็จะฟื้นขึ้นได้ในไม่ช้า โดยเฉพาะตลาดหุ้นจะฟื้นตัวได้เร็วมาก ยอมรับว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกจะออกมาแย่

“ในด้านเศรษฐกิจนั้น เราจะทำให้ความมั่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผมคิดว่าจีดีพีทั้งปีนี้คงไม่ถึงขั้นติดลบ” นายอุตตมกล่าว

กวาดเงินทุกเก๊ะใส่ “งบฯกลาง” ใช้ “ฉุกเฉิน”

นายอุตตมกล่าวอีกว่า การทำมาตรการทุกมาตรการนั้น รัฐบาลใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ละเอียดรอบคอบว่า มาตรการแบบใดจะใช้แหล่งเงินทุนใด ซึ่งแนวทางการขยายกรอบวงเงินงบฯกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยตัดงบประมาณโครงการที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน หรือทำไม่ทัน ให้เข้ามาอยู่ในงบฯกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

“ก็ต้องกวาดทุกเก๊ะเข้ามาใส่งบฯฉุกเฉิน สำนักงบประมาณกำลังรวบรวมอยู่” นายอุตตมกล่าว

คลอดเกณฑ์กองทุนฉุกเฉิน 2 หมื่นล้าน

ด้านแนวคิดเรื่องตั้งกองทุนฉุกเฉินเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น นายอุตตมกล่าวว่า ใช้เงินจากงบฯกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท ช่วยเหลือคนตกงาน เป็นต้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กับสำนักงบประมาณอยู่ระหว่างยกร่างกำหนดขอบเขตการช่วยเหลือให้ชัดเจน ว่าความเดือดร้อนลักษณะไหนบ้างที่จะได้รับความช่วยเหลือจากงบฯก้อนดังกล่าว

“ยอดนี้เป็นวงเงินที่ตั้งสำรองเตรียมการไว้รับมือเวลาฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าเรามีเงินช่วยเหลือตรงนี้อยู่ พร้อมที่จะดูแล ก็จะช่วยเรื่องความมั่นใจอีกด้านหนึ่ง” นายอุตตมกล่าว

ตั้งศูนย์ทั่วประเทศเปิดเว็บรับปัญหา

สำหรับมาตรการชุดแรกที่ออกไปแล้วนั้น นายอุตตมกล่าวว่า ตนสั่งให้กระทรวงการคลังจัดตั้งศูนย์ติดตามผลมาตรการ และรับเรื่องจากผู้ประกอบการ และประชาชน โดยมีคลังจังหวัดเป็นเครือข่าย และมีสาขาของธนาคารของรัฐสนับสนุน รวมถึงจะมีการจัดทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่เดือดร้อน ปัญหาของผู้ประกอบการ และไม่ได้รับความสะดวกจากมาตรการของรัฐ คาดว่าจะเปิดตัวได้ในสัปดาห์นี้

ปรับปรุงเกณฑ์ขายชอร์ตเซลล์

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ได้ปรับปรุงเกณฑ์การขายชอร์ต (ชอร์ตเซลล์) เป็นการชั่วคราว จากเดิมที่กำหนดให้สมาชิกขายชอร์ตได้เฉพาะในราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (last trading price) เป็นขายชอร์ตได้เฉพาะในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (last trading price) เท่านั้น ตั้งแต่การซื้อขายในภาคบ่ายของวันที่ 13 มี.ค. 63 เป็นต้นไป และไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย. 63 โดยเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนให้แก่นักลงทุนในภาพรวม

ทั้งนี้ การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากบริษัทสมาชิกและได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต.แล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯสามารถเลิกกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ก่อนกำหนดหากตลาดหุ้นกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

เอกชนชี้ขั้นต่ำกองทุน 1 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวจากแวดวงตลาดทุนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวทางกองทุนพยุงหุ้นสามารถทำได้หลายรูปแบบ ตามที่ในอดีตเคยทำมา มีทั้งรูปแบบที่เป็นเงินรัฐทั้งหมด หรือ matching funds ระหว่างรัฐกับเอกชน รวมถึงอาจจะเป็นรูปแบบระดมทุนจากประชาชนทั่วไป โดยหากจะใช้ความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนลงขันตั้งกองทุนดังกล่าวในช่วงนี้ ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนได้ในระดับหนึ่ง แต่ประเมินเบื้องต้นขนาดกองทุนดังกล่าวอาจต้องใช้เม็ดเงินขั้นต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

“วันนี้มูลค่าการซื้อขายกันวันละเป็นแสนล้านบาท หากขนาดกองทุนต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทก็เอาไม่อยู่ และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนไม่ได้ ดังนั้นต้องหาแหล่งระดมทุน ซึ่งคงไม่สามารถไปนำเงินในกองทุน CMDF มาใช้ได้ เพราะมีอยู่เพียง 5,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งตามกฎหมายก็ต้องเก็บเม็ดเงินไว้ด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

เชียร์เพิ่มลดหย่อนภาษีได้ผลกว่า

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทางออกที่ดีที่สุดในการจะประคองตลาดหุ้นไทย คือ การเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีให้มากขึ้น เพื่อให้กลไกตลาดทำงานด้วยตัวเอง ซึ่งง่ายกว่า เช่น กองทุน SSF ก็ควรจะให้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเป็น 5 แสนบาท หรือ 1 ล้านบาท เช่นนั้นก็จะไม่ต้องจำเป็นต้องตั้งกองทุนพยุงหุ้น เพราะให้ผลกระทบต่อตลาดเหมือนกัน โดยรัฐไม่ต้องเสียเวลามาตั้งกองทุน แถมใช้เงินน้อยกว่า เพราะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตอนปลายปี

“กองทุนถ้าทำได้ก็ดีแค่ระดับหนึ่ง แต่จะทำให้มีประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณกว่า ก็ใช้วิธีเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีดีกว่า” แหล่งข่าวกล่าว

โบรกฯชี้ปรับเกณฑ์ชอร์ตเซลล์ลดเทขาย

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยมีความเห็นว่าการปรับเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงแต่ลดความร้อนแรงของการทำชอร์ตเซลล์เท่านั้น

“ยังมีอีกหลายกลไกที่เป็นการเพิ่มโมเมนตัมให้กับตลาดหุ้น เช่น บล็อกเทรด อนุพันธ์ประเภทต่าง ๆ และการซื้อขายด้วยการกู้ยืมเงิน (บัญชีมาร์จิ้น) ซึ่งกลไกส่วนที่เหลือยังคงทำงานอยู่ และอาจเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในช่วงต่อไป” นายเทิดศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมี 5 ประเทศทั่วโลก (รวมประเทศไทย) ที่ระงับการทำชอร์ตเซลล์ ได้แก่ อิตาลี ระงับชอร์ตเซลล์ของหุ้น 85 บริษัท จนถึงวันที่ 26 มี.ค. 63 สเปนระงับ 69 บริษัท เกาหลีใต้ระงับ 95 บริษัท ถึง 26 มี.ค. 63 อินโดนีเซียระงับชอร์ตเซลล์ทั้งหมด และไทยอนุญาตให้ชอร์ตเซลล์ในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (up tick)

ด้านนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังตลาดหลักทรัพย์ฯประกาศปรับเกณฑ์การขายชอร์ต เชื่อว่าจะส่งผลเชิงบวกให้ตลาดหุ้นสามารถดีดกลับ (rebound) เนื่องจากเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการจำกัดการทำธุรกรรมขาลงที่ส่งผลให้เกิดการตื่นตระหนก

“เป็นไปได้ยากที่ดัชนีจะปรับขึ้นเข้าสู่ภาวะปกติบริเวณ 1,500 จุดเช่นเดิม เนื่องจากการปรับเกณฑ์ขายชอร์ตเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น ขณะที่ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นอื่น ๆ เช่น การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ยังเป็นต้นเหตุปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง หุ้น