เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
Economic ‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
News อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.63 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.63 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ลวรณ ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ ม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้กันชนการคลังยังสูง
Uncategorized ลวรณ ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ ม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้กันชนการคลังยังสูง
‘โรงเรียนนานาชาติ’ บูมไม่หยุด เศรษฐีเมียนมา-เอเชียแห่เรียน
Business ‘โรงเรียนนานาชาติ’ บูมไม่หยุด เศรษฐีเมียนมา-เอเชียแห่เรียน
พระราชินี เสด็จฯจากเมืองซัปโปโร ไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯจากเมืองซัปโปโร ไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.79% อยู่ที่ 83,093 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.79% อยู่ที่ 83,093 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แสนสิริxไทยพาณิชย์หนุน SMEs สร้างแรงฮึดคู่ค้าสู่ธุรกิจโลกใหม่
Business แสนสิริxไทยพาณิชย์หนุน SMEs สร้างแรงฮึดคู่ค้าสู่ธุรกิจโลกใหม่
‘เจ้าสัวธนินท์’ ปักธงธุรกิจอนาคต ‘อาหารแทนยา’ อายุยืน 120 ปี
50 ประชาชาติธุรกิจ ‘เจ้าสัวธนินท์’ ปักธงธุรกิจอนาคต ‘อาหารแทนยา’ อายุยืน 120 ปี
ดูทั้งหมด

“เฟซบุ๊ก” เขย่าตลาด โจทย์ท้าทายรอบใหม่…สินค้า-เอเยนซี่

18 ม.ค. 2561 | 09:16น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

สะเทือนวงการธุรกิจอีกครั้ง เมื่อ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอเฟซบุ๊ก ออกมาประกาศข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Mark Zuckerberg” ว่า จะเปลี่ยนหน้านิวส์ฟีด(News Feed) ครั้งใหญ่ ซึ่งจะเห็นข้อความหรือคอนเทนต์ที่มาจากกลุ่มธุรกิจ แบรนด์และสื่อต่าง ๆ น้อยลง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นเร็ว ๆ นี้

แหล่งข่าวจากดิจิทัลมีเดียเอเยนซี่รายใหญ่ ให้มุมมองกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หากเฟซบุ๊กปรับหน้านิวส์ฟีดแบบใหม่ จะทำให้การเห็นโพสต์ วีดีโอจากเพจลดลง แต่การไลฟ์สดอาจจะได้รับผลกระทบน้อย เพราะเฟซบุ๊กมองว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้งาน

ขณะเดียวกันเพจที่มีผู้ใช้บริการเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก ก็ยังคงได้อยู่ต่อในหน้านิวส์ฟีดตามเดิม เพราะถือว่าเป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน แต่รูปแบบการชวนให้เข้ามาโหวตผ่านการกดปุ่ม React ตามอารมณ์ ก็อาจจะปรากฏบนนิวส์ฟีดน้อยลงหรือหายไปเลย

และสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าของสินค้า มีเดียเอเยนซี่ คือ จะทำให้ผู้บริโภคเห็นข้อความ คอนเทนต์ต่าง ๆ ที่สินค้าสร้างขึ้นน้อยลง ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพื่อทำให้ผู้บริโภคเห็นโฆษณาเท่าเดิม เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การสื่อสารผ่านโซเซียลมีเดีย ซึ่งเฟซบุ๊กถือเป็นช่องทางการสื่อสารหลัก ๆ ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคไทยที่สำคัญ เพราะมีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากถึง 47 ล้านคน ทำให้สินค้าส่วนใหญ่นิยมโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก

สอดรับกับข้อมูลจากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT ระบุว่าปี 2560 แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เอเยนซี่และสินค้าลงโฆษณาสูงสุด 3 อันดับแรก คือ เฟซบุ๊ก 3,416 ล้านบาทคิดเป็น 28% ยูทูบ 1,651 ล้านบาท คิดเป็น 14% และดิสเพลย์ 1,331 ล้านบาท คิดเป็น 11%

“ศุภชัย ปาจริยานนท์” นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากมีประกาศจากเฟซบุ๊กเรื่องการปรับลดจำนวนคนที่จะเห็นหน้านิวส์ฟีดของโฆษณาลดลงว่า มีเดียเอเยนซี่และสินค้าอาจจะต้องพิจารณาจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นหลังจากมีการปรับอัลกอริทึ่มใหม่ ว่าจำนวนผู้เห็นโฆษณาลดลงมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่ากับเม็ดเงินโฆษณาที่ลงไปหรือไม่

เมื่อปรับใหม่แล้วจำนวนผู้เห็นโฆษณาแต่ละธุรกิจที่ลดลงจะแตกต่างกัน บางธุรกิจจำนวนคนเห็นโฆษณาอาจจะลดลงจำนวนมาก แต่บางธุรกิจคนเห็นโฆษณาอาจจะหายไปแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งต้องพิจารณากันอีกครั้ง

“สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สินค้าและมีเดียเอเยนซี่อาจจะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า การเปลี่ยนแปลงใหม่นี้จะส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ ๆ คือ จำนวนผู้เห็นโฆษณาจะลดลงไปอีก จะมีการแย่งจำนวนคนดูโฆษณามากขึ้น และเมื่อจำนวนคนเห็นโฆษณาลดลงไปแล้ว ยังคุ้มค่าต่องบฯโฆษณาที่จ่ายไปหรือไม่ ถ้าดูแล้วราคาโฆษณาสูงไปก็อาจจะต้องปรับกลยุทธ์”

เช่นเดียวกับ “ธราภุช จารุวัฒนะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย มีเดียเอเยนซี่ ให้มุมมองกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กประกาศปรับอัลกอริทึ่มใหม่ต่อเนื่อง นั่นหมายถึงจำนวนการเห็นโฆษณาของผู้บริโภคก็จะลดลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการทำงานของมีเดียเอเยนซี่ยังคงทำงานเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต้องปรับ คือ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน แล้วควรใช้โอกาสที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไร เช่น เมื่อก่อนดูวีดีโอบนเฟซบุ๊กได้ในเวลาจำกัด ซึ่งเฟซบุ๊กได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น สิ่งที่มีเดียเอเยนซี่และแบรนด์ต้องทำคือสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจ เป็นต้น

ในส่วนมุมมองของสินค้า แหล่งข่าวจากสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เฟซบุ๊กถือเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคไทยที่สำคัญ เนื่องจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าของเฟซบุ๊กเองก็มีการปรับอัลกอริทึ่มมาอย่างต่อเนื่อง โดยทุกครั้งที่มีการปรับ การเห็นโฆษณาของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ก็จะลดลง นั่นหมายถึง เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อนี้ก็จะต้องเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เท่าเดิม ซึ่งมองว่าเฟซบุ๊กกำลังเปลี่ยนให้แบรนด์จ่ายเงินโฆษณา เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

โจทย์ของสินค้า เอเยนซี่ วันนี้คือ เมื่อมีเทคโนโลยีแล้ว สินค้าจะฉกฉวยโอกาสจากเทคโนโลยีอย่างไร เพื่อสร้างโอกาสทางการขาย