เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
Politics Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
Business เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
Tech BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
Business ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
Economic PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
Politics เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
ดูทั้งหมด

กรมเจรจาฯ เตรียมลงพื้นที่ จ.เชียงรายพบเกษตรกรและผู้ประกอบการกาแฟภาคเหนือ ชี้โอกาสกาแฟไทยในโลกการค้าเสรี

29 ม.ค. 2561 | 14:21น.

 

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมจัดงานสัมมนาและลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและผู้ประกอบการกาแฟทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ ชี้ช่องทางการใช้ประโยชน์จาก FTA และเตรียมพร้อมรับมือการเปิดตลาดเสรีในอนาคต

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดี รักษาราชการอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปิดเผยว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมกาแฟไทย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น เตรียมจัดสัมมนาและลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและผู้ประกอบการกาแฟทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อให้ข้อมูลและหารือช่องทางการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับสินค้ากาแฟภายใต้ความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ที่ไทยทำจัดทำไว้กับประเทศคู่ค้า รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีสินค้ากาแฟภายใต้ FTA ไทย-ออสเตรเลีย ในปี 2563 โดยจะลงพื้นที่ครั้งแรกในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงรายในวันที่ 1 – 2 กุมภาพันธ์ 2561

ทั้งนี้ภายใต้ความตกลง FTA ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ รวม 12 ฉบับ มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้ากาแฟที่สำคัญ อาทิ การเปิดเสรีของอาเซียนที่ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ยกเว้น เมียนมาเปิดเสรีสินค้ากาแฟให้ไทยแล้วโดยเก็บภาษีนำเข้าเป็น 0 ในขณะที่เมียนมายังเก็บภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟคั่วที่ร้อยละ 5 สำหรับไทยเองก็ได้เปิดเสรีผลิตภัณฑ์กาแฟ เช่น กาแฟสำเร็จรูป กาแฟ 3 in 1 โดยลดภาษีเป็น 0 ให้ประเทศอาเซียนอื่นแล้วตั้งแต่ปี 2553 ยกเว้นเมล็ดกาแฟที่ไทยยังเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศอาเซียนอื่นที่ร้อยละ 5

 

 

สำหรับความตกลง FTA อาเซียน – จีน จีนได้ลดภาษีศุลกากรสินค้ากาแฟคั่วและผลิตภัณฑ์กาแฟให้ไทยเหลือ 0 แล้ว ยกเว้นเมล็ดกาแฟดิบที่จีนยังเก็บภาษีศุลกาการกับไทยร้อยละ 5

ดังนั้น ผลที่เกิดขึ้นจากการที่ไทยมี FTA กับประเทศต่างๆ ทำให้ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟไปยังประเทศคู่เจรจาได้มากขึ้น เช่น ลาว (ปี 2560 ไทยส่งออก 8,229 ตัน) และจีน (ปี 2560 ไทยส่งออก 5,054 ตัน) เป็นต้น โดยมีมูลค่าส่งออกไปลาวเพิ่มขึ้นร้อยละ 31 และจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4,783 นับจากการเปิดเสรีในปี 2553

นอกจากนี้ ภายใต้ความตกลง FTA ไทย – ออสเตรเลีย ไทยจะต้องลดภาษีศุลกากรสินค้าเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟเป็น 0 ให้กับออสเตรเลียในปี 2563 ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการกาแฟของไทยได้ทราบข้อมูล การเปิดเสรีภายใต้ความตกลง FTA ต่างๆ ของไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจึงมีกำหนดลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมและแนะนำช่องทางการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีดังกล่าว

โดยในการสัมมนาครั้งนี้ จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกาแฟตลอดห่วงโซ่มูลค่าเข้าร่วม ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ โรงคั่วกาแฟ ร้านกาแฟ ผู้ประกอบการ ตลอดจนถึงผู้ส่งออก เป็นต้น เพื่อหารือเรื่องโอกาสและการเตรียมการรับมือการเปิดเสรี โดยเฉพาะความตกลง FTA ไทย – ออสเตรเลีย ที่จะปลอดภาษีนำเข้าในปี 2563 ขณะเดียวกันก็จะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและอัตลักษณ์ของกาแฟไทยซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและเศรษฐกิจในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา สมาคมกาแฟไทย ผู้ผลิตกาแฟท้องถิ่น ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นวิทยากร

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า สินค้าเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยไทยมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 250,000 ไร่ทั่วประเทศ ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นอันดับที่ 8 ของโลก โดยผลิตภัณฑ์กาแฟส่วนใหญ่ที่ส่งออกเช่น กาแฟ 3 in 1 และกาแฟสำเร็จรูป ไปยังประเทศในอาเซียน เช่น เมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์ และเนื่องจากปัจจุบันการบริโภคกาแฟของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมกาแฟไทยก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน พิจารณาจากความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปในประเทศไทยในปี 2560 ที่สูงกว่า 90,000 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 จากปี 2557 ขณะที่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟได้ 25,000 ตันต่อปี จึงมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟประมาณ 60,000 ตันต่อปี ในการนี้ เนื่องจากความต้องการกาแฟของโลกเพิ่มสูงขึ้นและมีความหลากหลาย ทำให้ไทยมีโอกาสในการส่งออกเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟเพิ่มมากขึ้นด้วย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจึงลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและผู้ประกอบการกาแฟตลอดห่วงโซ่มูลค่าเพื่อชี้โอกาสกาแฟไทยในโลกการค้าเสรี