ก้าวปีที่ 3 Waking Bee โลคอลแบรนด์แอ็กทีฟแวร์สายแฟชั่น
ก้าวสู่ปีที่ 3 ปี แล้วสำหรับแบรนด์ WB หรือ Waking Bee ผู้ผลิตเสื้อผ้าออกกำลังกายแบรนด์ไทยขนาดจิ๋วที่รุกตลาดออนไลน์ผ่าน?อินสตาแกรม (IG) จนประสบความสำเร็จ ขยายเข้าสู่ช่องทางออฟไลน์?ผ่านห้างเซ็นทรัล 6 สาขา เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม รวมถึงฟิตเนสสตูดิโอต่าง ๆ
จุดเริ่มต้นของ WB
“ชลิตา หงสกุล” 1 ใน 4 cofounder เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รวมตัวกับเพื่อน 4 คนซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ในสายวงการแฟชั่นมาก่อน โจทย์เริ่มต้น คือ ธุรกิจแอ็กทีฟแวร์มีโพเทนเชียลหรือไม่ ได้เริ่มศึกษาทั้งในระดับ global และภายในประเทศ ยังไม่พบสินค้าในแบบที่เราต้องการ แต่เห็นว่าเทรนด์มาแล้ว เพราะ?แอ็กทีฟแวร์ของผู้หญิงเป็นไอเท็มที่เติบโตสูงสุด จนกระทั่งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างไนกี้ อาดิดาส เริ่มเข้ามา แต่ในเอเชียยังไม่มีแบรนด์ “แอ็กทีฟ?แวร์สายแฟชั่น” ชัดมากเท่าไร ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีแบรนด์ที่จะเป็นตัวชูโรงของประเทศไทยและภูมิภาคของเรา
สเต็ปการพัฒนาแบรนด์
การเริ่มสร้างแบรนด์ต้องรู้ “ไอเดนติตี้” ?และ “แคแร็กเตอร์” ของแบรนด์คืออะไร เพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางแบรนด์ทั้งหมดเชื่อมโยงไปถึงการผลิต การตลาด และการวางจำหน่ายต้องสอดคล้องกับแบรนด์ จุดยืนของ WB คือ “อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ” สื่อสารดีไซน์ที่เป็นผู้หญิงซอฟต์ แต่วิ่งได้ทันผู้ชาย โฟกัสลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยมแมส ตลาดที่กลาง ๆ ไปอัพเปอร์ ระดับราคาใกล้เคียงกับอาดิดาส
ต่อมาการดีไซน์โปรดักต์ และการเลือกเนื้อผ้า เฉดสี โรงงานผลิต ทั้งหมดสะท้อนไอเดนติตี้ของแบรนด์ โดยเน้นเฉดสีพาสเทล 10 สี และสีเบสิก “สีขาว-?ดำ” ทุกสีต้อง “ใส่สีนม” ซึ่งมีความท้าทาย เพราะเนื้อผ้าที่ชอบไม่ได้มีเฉดสีที่ต้องการหากเราสามารถทำได้ คนอื่นก็จะไม่สามารถก๊อบปี้เราได้ง่าย ๆ
นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับ “ฟังก์ชั่น” ที่ตอบโจทย์ผู้หญิง เช่น จะไปวิ่งอยากเอาของไปด้วย ต้องมีการดีไซน์ออกมาให้มีกระเป๋าเล็ก ๆ เก็บของได้ หรือบราต้องเน้นเรื่องการเลือกฟองน้ำที่รับกับสรีระคนไทย
นอกจากนี้ผ้าตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งาน คือ ต้องระบายเหงื่อ แห้งเร็ว หรือยูวีโปรเท็กชั่น ต้องเทสต์ทุกครั้งว่าผ้าที่ใช้ยืดหยุ่น ตามที่ลูกค้าต้องการหรือไม่ และกางเกงออกกำลังกายปกติเนื้อผ้าจะมันวาว ๆ ใส่แล้วรู้เลยว่าไปยิมแน่นอน แต่เราเน้นให้สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน?เป็นสไตล์แฟชั่นได้ (คล้ายเลกกิ้ง) ?ในแคชวล มิกซ์แอนด์แมตช์ได้
WB เลือกผลิตกับโรงงานที่ได้มาตรฐานระดับโลก มีความเชี่ยวชาญที่จะผลิต เสื้อผ้าออกกำลังกายได้ ทำให้ต้องผลิตในปริมาณมากเกือบ 10,000 ชิ้น ทั้งที่ยังไม่มีคนรู้จักแบรนด์ แต่เราเลือกโรงงาน พยายามกระจายของ และพยายามสร้างฐานลูกค้า
เคล็ดลับ online marketing
บิลด์มู้ดแอนด์โทนของแบรนด์ ใช้สื่อออนไลน์เป็นหลักเลือก “อินสตาแกรม” ?เพราะสามารถสื่อสารมู้ดแอนด์โทนของแบรนด์ได้ดีที่สุด แต่สิ่งสำคัญ คือ “รูปสินค้า” มองแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นแบรนด์เรา จึงเลือกจากช่างภาพคนเดียวตั้งแต่แรกเพื่อให้มู้ดแอนด์โทนคงเดิม เน้นภาพแสงธรรมชาติ สื่อสารข้อความที่เป็น inspiring message ทุกครั้ง
หลังจากทำการตลาดไปสักพัก พบว่ามีคู่แข่งโดดตามเข้ามาเล่นในตลาดนี้มากขึ้น จึงพยายามฉีกหนีด้วยการพัฒนา “สินค้าที่มีซิกเนเจอร์” เป็นเครื่องมือเพื่อให้ทุกคนจำแบรนด์ได้
นอกจากนี้ อยากเชื่อมต่อ (engage) กับลูกค้า โดยใช้?คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ปกติจะลงรูปสินค้า แต่เราอยากให้คนนึกแบรนด์ด้วยการพัฒนาคอนเทนต์ “แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์” การใช้ชีวิตแอ็กทีฟ ชุดออกกำลังกายไม่ใช่เอาไว้ใส่ในยิมเท่านั้น
การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งไม่ยาก และสามารถประยุกต์ใช้ในงบฯที่มี นอกจากนี้การจัดกิจกรรม WB event เชื่อมต่อกับลูกค้าโดยการสร้างคอมมิวนิตี้เล็ก ๆ ในชื่อ WB Girl เพื่อให้ลูกค้ามาร่วมกิจกรรมฟรีอีเวนต์ ทุก 1-2 เดือน โคกับสตูดิโอออกกำลังกายต่าง ๆ?กิจกรรรมนี้ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงสิทธิพิเศษ และทำให้รับรู้ฟีดแบ็กตรงจากลูกค้าเพิ่มขึ้น ?จากปกติที่สื่อสารกับลูกค้าทางไลน์ นอกจากนี้ ยังใช้ระบบ online seeding ผ่านคนดัง/ดาราต่าง ๆ
กลยุทธ์การตลาดในปี”61
กลยุทธ์ collaboration ซึ่งปีที่ผ่านมา?ทำ promotor collaboration ร่วมกับชิเซโด้ ชูเรื่องการดูแลผิวหน้าหลังออกกำลังกายด้วยผลิตภัณฑ์ชิเซโด้ ผลตอบรับดี และได้แชร์ฐานลูกค้าร่วมกัน ต่อมาทำ marketing collabara-tion กับแบรนด์ LOOKBOOKLOOKBOOK เอาชุดออกกำลังกายไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับแคชวลแวร์ ส่วนปีนี้ได้เปิดตัวโครงการ Full Collaboration ร่วมกับ แต้ว ณัฐพร เตมีรักษ์ เป็นเฟส 2?ต่อเนื่องจากปีก่อน โครงการนี้เริ่มต้นจากแต้วเป็นลูกค้าที่ชอบเสื้อ WB อยากทำคอลเล็กชั่นพิเศษร่วมกัน แต้วออกแบบโทนสี และลาย
WB ตั้งเป้าว่ายอดขายในปีนี้ จะขยายตัวต่อเนื่อง 20-30% จาก 2 ปี แรก ?ที่ WB เติบโต 100% แนวโน้มตลาดเสื้อผ้ากีฬาไปได้ดี แม้จะแข่งเดือดแต่หากเทียบโลคอลแบรนด์ ถือว่ามีฟอลโลเวอร์สูงสุด เป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่ได้ออกไปวางจำหน่ายในต่างประเทศ ทั้งในไต้หวัน ฮ่องกง สหรัฐ มอริเชียส และเกาหลีใต้