พบสารเคมี 3 ชนิดตกค้างในสินค้าเกษตร ‘ฉัตรชัย’สั่งเร่งแก้-ฝากภาคเอกชนช่วยทำความเข้าใจผู้บริโภค
เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล คณะผู้บริหารสภาหอการแห่งประเทศไทย เข้าพบพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ เพื่อหารือแนวทางรณรงค์และสร้างความเข้าใจมาตรฐานปริมาณสารพิษสูงสุดที่ยอมรับได้ (เอ็มอาร์แอล) เพราะปัจจุบันมีวัตถุอันตรายทางการเกษตรมากกว่า 48 ชนิด โดยเฉพาะสารเคมี 3 ชนิดที่มีข้อถกเถียงมาก คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกไฟเซต โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังด้วย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการนำเสนอใน 3 ประเด็น คือ 1.ประเทศไทยได้กําหนดมาตรฐานด้านสารพิษตกค้าง หรือที่เรียกว่า ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่ยอมรับได้ 2.ที่ผ่านมาองค์กรภาคประชาสังคม (เอ็นจีโอ) นําเสนอข่าวความไม่ปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหารของไทย อ้างว่าได้ตรวจพบค่ามาตรฐานสารพิษตกค้างที่เกินจากมาตรฐาน สร้างความกังวล และความไม่เข้าใจต่อผู้บริโภค และ 3.ควรสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภค ใน 2 ช่องทางผ่านสื่อโซเชียล และการจัดสัมมนา โดยขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนและสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การผลิตสินค้าเกษตรที่ตรงความต้องการของผู้บริโภคเป็นสิ่งสําคัญ ที่ผ่านมาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจรับรองสินค้าต่างๆ และยึดทําลายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพจํานวนมาก แต่ยังมีหน่วยงานอื่นได้สุ่มตรวจสินค้าเกษตรด้วยเช่นกัน แต่ผลที่ออกมาแตกต่างกัน ทําให้ผู้บริโภคสับสน
รองนายกฯ กล่าวว่า ดังนั้น ต้องบูรณาการทํางานร่วมกันในลักษณะประชารัฐคือ หน่วยราชการ เอกชน และประชาชน รวมทั้งร่วมกันป้องกันไม่ให้สินค้าที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ถูกจําหน่ายไปยังผู้บริโภค ซึ่งคงไม่ใช่การตรวจจากหน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียว ทั้งผู้จําหน่าย ผู้บริโภค และภาคประชาสังคม ต้องร่วมมือกันไม่ซื้อ ไม่ใช้สินค้านั้น และมอบให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรับไปดําเนินการ ซึ่งสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย จึงจะต้องรอผลการพิจารณาในส่วนนี้
ที่มา ข่าวสดออนไลน์