เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิชัยทัสมิ ขบวนแห่พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีสุดยิ่งใหญ่ คนไทย-ต่างชาติร่วมพิธีคับคั่ง
Biz Movement วิชัยทัสมิ ขบวนแห่พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีสุดยิ่งใหญ่ คนไทย-ต่างชาติร่วมพิธีคับคั่ง
ม.เกษตรฯ ชี้ช่องแก้ปัญหาน้ำท่วม ชู AI-ดาวเทียม เตือนภัยล่วงหน้าดัน ‘Policy Brief’ ชงรัฐบาล
News ม.เกษตรฯ ชี้ช่องแก้ปัญหาน้ำท่วม ชู AI-ดาวเทียม เตือนภัยล่วงหน้าดัน ‘Policy Brief’ ชงรัฐบาล
‘ยศชนัน’ กางแผนย้ายอุเทนถวาย ยันจุฬาฯ ไม่ใช้พื้นที่ทำพาณิชย์ เร่งเยียวยาค่าหอ-ลดค่าเทอม
Uncategorized ‘ยศชนัน’ กางแผนย้ายอุเทนถวาย ยันจุฬาฯ ไม่ใช้พื้นที่ทำพาณิชย์ เร่งเยียวยาค่าหอ-ลดค่าเทอม
กรุงศรี 9 เดือนกำไร 2.56 หมื่นล้าน โต 3.9% NIM พุ่ง 4.58% เอ็นพีแอลลดลง
Finance กรุงศรี 9 เดือนกำไร 2.56 หมื่นล้าน โต 3.9% NIM พุ่ง 4.58% เอ็นพีแอลลดลง
แบงก์กรุงเทพ กำไร 9 เดือน 29,981 ล้าน โตต่ำกว่าปีก่อน
Finance แบงก์กรุงเทพ กำไร 9 เดือน 29,981 ล้าน โตต่ำกว่าปีก่อน
กทม. เคาะเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% เตรียมส่ง SMS นัดประเมินความเสียหายถึงบ้าน กันจ่ายเงินผิดพลาด
News กทม. เคาะเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% เตรียมส่ง SMS นัดประเมินความเสียหายถึงบ้าน กันจ่ายเงินผิดพลาด
เปิดมาตรการชุดใหญ่ เยียวยา-ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569
Finance เปิดมาตรการชุดใหญ่ เยียวยา-ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569
ตึงเครียดตะวันออกกลางพ่นพิษ  กบน. เคาะขึ้นเบนซิน-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สต. มีผล 21 ต.ค.นี้
Economic ตึงเครียดตะวันออกกลางพ่นพิษ กบน. เคาะขึ้นเบนซิน-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สต. มีผล 21 ต.ค.นี้
EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
Finance EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
Finance KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
ดูทั้งหมด

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาดูดัชนี PMI คืนนี้

21 ก.พ. 2566 | 19:53น.
ค่าเงินบาท เงินบาท บทวิเคราะห์

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาดูดัชี PMI คืนนี้ รวมถึงรายงานการประชุมของเฟดในรอบที่ผ่านมา โกลด์แมน แซคส์ คาดเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 3 ครั้งในปีนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 34.47/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (20/2) ที่ระดับ 34.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบตามตลาดเงินสหรัฐที่ปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดี ทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางลง นอกจากนี้ตลาดกำลังจับตาดูสรุปรายงานการประชุมเฟดในรอบที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ถึง 1 ก.พ. 2566 ที่จะออกในคืนวันพุธนี้ (22/2) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมรอบถัด ๆ ไป โดยโกลด์แมน แซคส์ มีการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะมีผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 5.25-5.50% หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้

ประกอบกับตัวเลขจ้างงานที่บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง สอดคล้องกับ FedWatch Tool ของ CME Group ซึ่งบ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบถัดไปร้อยละ 87.3 ในขณะที่คาดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 0.5% เพียงร้อยละ 12.7 นอกจากนี้นักลงทุนยังคงจับตาดูผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Global Manufacturing & Services PMIs) ประจำเดือน ก.พ.

โดยหากตัวเลขดังกล่าวปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและดีกว่าคาด อาจทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.37-34.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.65/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 134.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (20/1) ที่ระดับ 134.18/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดยังคงรอกำหนดการที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการเข้าชี้แจงต่อรัฐสภาของนายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ถูกเสนอชื่อให้เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่อจากนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ซึ่งจะพ้นวาระในเดือน เม.ย. 2566 นี้ โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 134.16-134.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 134.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 1.0667/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (20/2) ที่ระดับ 1.0681/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยตลาดยังคงรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจทางฝั่งยูโรโซนผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการประจำเดือน ก.พ.

โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0660-1.0688 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0663/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการประจำเดือน ก.พ.ของสหรัฐ และฝั่งยูโรโซน (21/2), ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ (21/2), สรุปรายงานการประชุมเฟด (23/2) และอัตราเงินเฟ้อดัชนี PCE/Core PCE Price Index ประจำเดือน ม.ค. (24/2)

สำหรับอัตราปัองกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.9/9.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.9/-6.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ