CK นำชาใบหม่อนรสต้มยำตีตลาด
นายปิลันธน์ คูหากาญจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซี.เค.อินดัสทรี่ (2000) จำกัด หรือ CK ผลิตชาเขียวใบหม่อนออร์แกนิก จ.กาญจนบุรี 1 ใน 22 บริษัทที่มาเปิดบูทสินค้าในงาน BIOFACH เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทผลิตชาใบหม่อนรสต่าง ๆ เช่น ชาใบหม่อนผสมกุหลาบ ชาใบหม่อนผสมมะลิ ชาใบหม่อนผสมมะตูม และชาใบหม่อนผสมดอกคำฝอย ส่งออกไปขายต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป เยอรมนี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สโลวะเกีย โดยมียอดขายตลาดภายในประเทศ 65% โดยในยอดนี้เป็นการรับจ้างผลิต (OEM) ให้แก่โรงงานรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ขายภายใต้แบรนด์ตัวเองประมาณ 35%
ทั้งนี้ ในงาน BIOFACH ครั้งนี้ได้นำชาใบหม่อนรสชาติใหม่ ๆ มาเปิดตลาดด้วย เช่น ชาใบหม่อนผสมใบเตย ชาใบหม่อนผสมตะไคร้ ชาใบหม่อนผสมดอกอัญชัน ชาใบหม่อนรสต้มยำ ซึ่งจะใส่พริก ตะไคร้ และใบมะกรูด นอกจากนี้มีชาใบหม่อนผสมข้าวหอมมะลิดำ และชาใบหม่อนผสมขิง เป็นต้น
“มีงานวิจัยชาใบหม่อนสรรพคุณเหมือนชาเขียว ไม่มีกาเฟอีน และสารแทนนินที่ทำให้ท้องผูก ทางประเทศญี่ปุ่นจะใช้แทนชาเขียว เพราะชาเขียวจริง ๆ มีคุณสมบัติออกรสชาติขม แต่ชาใบหม่อนจะไม่ขม ตอนนี้ใน 1 เดือนผลิตใบหม่อนได้ประมาณ 3 ตัน ก็พยายามทำยอดส่งออกให้มากขึ้น ที่มาเปิดบูทครั้งนี้ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติพอสมควร” นายปิลันธน์กล่าวและว่า
ปัจจุบันวัตถุดิบใบหม่อนทั้งหมดบริษัทปลูกเองในพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ เนื่องจากทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบได้ 100% โดยที่ผ่านมาเคยพยายามกระจายรายได้ให้เกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียงนำไปปลูก แต่ประสบปัญหา เนื่องจากเกษตรกรแอบใช้สารเคมีต้องห้ามต่าง ๆ ไม่ทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ จึงนำกลับมาปลูกเองทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการเพาะปลูกพืชเกษตรอินทรีย์มีปัญหาพอสมควร โดยเฉพาะต้องเฝ้าระวังเรื่องการปนเปื้อนสารเคมีมาก เนื่องจากรัฐบาลไม่มีมาตรการควบคุมเกษตรกรที่ใช้ยาฆ่าหญ้า สารฆ่าแมลง ไม่ต้องมีแนวกันลม แนวกันชนต่าง ๆ
ขณะที่คนปลูกพืชไม่ใช้สารเคมีต้องทำแนวกันลมเอง ทำให้ต้นทุนสูง แข่งขันลำบาก จึงอยากฝากให้รัฐบาลพิจารณาในการสนับสนุนการเพาะปลูกและการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้วย