ส.ประมงยื่นหนังสือ “บิ๊กตู่” ตั้งศูนย์ขึ้นทะเบียนแรงงาน
สมาคมการประมงฯ จ่อยื่นหนังสือถึงนายกฯ ตั้ง 4 ศูนย์ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวชายแดน แก้แรงงานขาด หลัง MOU รัฐต่อรัฐไม่เวิร์ก เตือนสมาชิกระวังคดีแรงงาน-ค้ามนุษย์เป็นพิเศษ
นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเร็ว ๆ นี้สมาคมจะทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากที่เคยทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้จัดตั้งศูนย์ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ตามมาตรา 83 พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 4 จุดบริเวณชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ด่านชายแดนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ด่านชายแดน จ.ระนอง ด่านชายแดน จ.จันทบุรี และด่านชายแดน จ.ตราด เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมง
ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับเมียนมา ในการนำเข้าแรงงานแบบรัฐต่อรัฐมากว่า 2 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า ส่วนการขึ้นทะเบียนแรงงานประมงต่างด้าวที่อยู่ในประเทศตามมาตรา 83 พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ในปีที่ผ่านมา มีการขึ้นทะเบียนประมาณ 1.3 หมื่นราย จากการจับคู่ของแรงงานต่างด้าวกับนายจ้างอีก 3.5 หมื่นราย ยังขาดอยู่ประมาณ 2 หมื่นราย จากสมาชิกสมาคมทั่วประเทศที่แจ้งความต้องการมาก่อนหน้านี้ 7.5 หมื่นราย
“การขาดแคลนแรงงานประมง มักถูกโจมตีว่า เจ้าของเรือใช้ทำงานหนัก ค่าจ้างน้อย ไม่ถูกต้อง ความจริงแรงงานที่ทำงานมาระยะหนึ่ง ต้องการไปทำงานในโรงงาน มีครอบครัว ทำให้แรงงานประมงขาดแคลน ดังนั้น รัฐควรตั้งศูนย์ขึ้นทะเบียนที่ชายแดนเพื่อดึงแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่พิสูจน์สัญชาติและมีพาสปอร์ตมาทำงานประมงแทนการทำ MOU แบบรัฐต่อรัฐที่ล่าช้าเกินไป”
นายมงคลกล่าวต่อว่า ในปีนี้ได้เตือนสมาชิกสมาคมให้ระวังปัญหาการเกิดคดีแรงงานเป็นพิเศษ เพราะหลายเรื่องละเอียดอ่อนเกินคาด โดยอาจตกเป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ที่มีบทลงโทษรุนแรง อาทิ การไปเก็บเอกสารไว้ตามสัญญาจ้าง 2 ปี จะมีความผิดฐานค้ามนุษย์ได้ การเก็บเอกสารของลูกเรือประมงไว้ในเรือไม่ให้สูญหาย ต้องเก็บไว้ในจุดที่เปิดเผย ลูกเรือต้องเข้าถึงเอกสารได้ง่าย เรื่องกฎหมายแรงงานบังคับที่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเดือนมีนาคมนี้ ที่ต้องจ่ายเงินลูกจ้างผ่านธนาคารเท่านั้น และจะมีการใช้บังคับภายใน 3 เดือนหลังกฎหมายออกใช้