เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
กรมบัญชีกลาง แจงยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กทม. ปมอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน
Finance กรมบัญชีกลาง แจงยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กทม. ปมอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน
หนังโปรดเจ้าสัวซีพี จาก ‘หลานม่า’ ถึง ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’
Biz Movement หนังโปรดเจ้าสัวซีพี จาก ‘หลานม่า’ ถึง ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’
MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน
Finance MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน
ดูทั้งหมด

ศาลปกครองยกฟ้องกรมสรรพากร ยืนยันให้ ‘สาธิต รังคสิริ’ ชดใช้ 854 ล้าน

01 มิ.ย. 2566 | 11:17น.
สาธิต รังคสิริ

ศาลปกครองยกฟ้องกรมสรรพากร ชี้ออกคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายให้ ‘สาธิต รังคสิริ’ อดีตอธิบดี ต้องชดใช้ 854 ล้านคดีร่วมทุจริตอนุมัติคืนภาษี 3,000 กว่าล้าน หลังก่อนหน้านี้ในส่วนคดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษาลงโทษคุกตลอดชีวิต

วันที่ 1 มิถุนายน 2566 มติชนรายงาน ที่ศาลปกครอง ศาลอ่านคำพิพากษาศาลปกครองกลางคดีหมายเลขดำที่ 1163/2561ที่ นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กับพวกรวม 2 คน ขอเพิกถอนคำสั่งกรมสรรพากรที่ให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีการทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กลุ่มนิติบุคคล กรณีที่กรมสรรพากร กับพวกรวม 2 คน

มีคำสั่งที่ 650/2560 ลว. 20 ธันวาคม 2560 ให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีที่กล่าวหาว่า ผู้ฟ้องคดีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตกรณีสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กลุ่มนิติบุคคลที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ จึงนำคดีมาฟ้อง

โดยคำฟ้องระบุว่านายสาธิต รังคสิริ เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่กรมสรรพากร โดยอธิบดีกรมสรรพากร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ มีคำสั่งกรมสรรพากร ลงวันที่ 20 ธ.ค. 2560) ให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

สืบเนื่องมาจากกระทรวงการคลังได้มีหนังสือ แจ้งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้ดำเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดผู้ฟ้องคดีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร และนาย ศ. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 ได้รับผลประโยชน์จากการกระทำทุจริตในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นเท็จของสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาชดใช้ค่าเสียหาย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ต่อมา คณะกรรมการได้เสนอรายงานผลการสอบสวน ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 พิจารณาแล้วเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าวที่มีมติให้ผู้ฟ้องคดีต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1 ใน 3 ของจำนวนร้อยละ 80 จากมูลค่าความเสียหาย

คิดเป็นเงินจำนวน 854,943,021 บาท เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2560 และได้รายงานไปยังกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบ จากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีคำสั่งกรมสรรพากรให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วยจึงได้มีหนังสืออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แต่ไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้ฟ้องคดีจึงได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลเมื่อ 7 มิ.ย. 2561 ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งกรมสรรพากร

คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีคำสั่งพิพาทเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้ฟ้องคดีอ้างถึงเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายของขั้นตอนการออกคำสั่งดังกล่าว กรณีจึงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาก่อนว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเหตุตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ ดังนี้

1.นางสาว ข. ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่เป็นกลาง เนื่องจากนางสาว ข. เคยตรวจสอบการทำงานของ สท.กทม.22 และได้มีหนังสือรายงานความเห็นเป็นโทษเสนอต่อผู้ฟ้องคดี

เห็นว่า หนังสือของนางสาว ข. เป็นเพียงการรายงานให้ผู้ฟ้องคดีทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ สท.กทม.22 และได้เสนอความเห็นให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้มีความเห็นสอดคล้องกับที่เสนอ กรณีจึงไม่มีเหตุความไม่เป็นกลาง

2.ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. มีนามสกุลเดียวกันจึงต้องห้ามตามหลักความเป็นกลาง เห็นว่า ปัญหาเรื่องความเป็นกลางต้องเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาทางปกครองกับคู่กรณีผู้จะถูกพิจารณา ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ด้วยกันเองจึงมิใช่กรณีต้องห้ามตามหลักความเป็นกลาง

3.ผู้ฟ้องคดีไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและอนุมัติคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นมูลเหตุแห่งละเมิด เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้บังคับบัญชาจึงมีอำนาจและหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

4.คำสั่งพิพาทไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงตามที่กฎหมายกำหนด เห็นว่า คำสั่งดังกล่าวได้จัดให้มีเหตุผลซึ่งมีข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจไว้โดยชอบแล้ว

5.คำสั่งพิพาทออกเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2560 จึงไม่ชอบเพราะเหตุอายุความในการออกคำสั่ง เห็นว่า คดีนี้เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดทางอาญา เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2559 อายุความสองปีจึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว กรณีจึงไม่มีเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมาย

6.ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ได้กำกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดให้ทำการสอบจนยุติในทุกประเด็น เห็นว่า รายงานการสอบข้อเท็จจริงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว

7.ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่เปิดเผยสำนวนการสอบสวนข้อเท็จจริง จึงไม่เป็นไปตามรูปแบบและขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด เห็นว่า เป็นการขอให้เปิดเผยหลังจากที่ได้มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว ผู้ฟ้องคดีย่อมต้องใช้สิทธิอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ

กรณีมีปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปว่า ผู้ฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า มีกลุ่มบริษัทจำนวน 25 บริษัท เป็นผู้ประกอบการส่งออกเศษโลหะและแร่โลหะที่ไม่ได้ประกอบกิจการจริงแต่ได้ยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ซึ่งนาย ศ. อนุมัติให้คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มบริษัทดังกล่าว ต่อมา เมื่อนางสาว ข. ได้มีหนังสือรายงานให้ผู้ฟ้องคดีรับทราบถึงความผิดปกติของการคืนภาษีของ สท.กทม.22 ผู้ฟ้องคดีในฐานะอธิบดีย่อมมีอำนาจบังคับบัญชาจึงต้องตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการคืนภาษีให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย โดยให้ระงับยับยั้งการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวได้ทันที

เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงจากถ้อยคำของพยานและผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาย ศ. ซึ่งให้ถ้อยคำว่า ผู้ฟ้องคดีได้ฝากรายชื่อกลุ่มบริษัทที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นเท็จ แม้จะเป็นการอ้างฝ่ายเดียว แต่จากพฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดีที่ไม่ระงับยับยั้งให้ชะลอการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่นางสาว ข. ได้เสนอความเห็นก็ดี การที่ผู้ฟ้องคดีได้เข้าตรวจเยี่ยม สท.กทม.22

โดยให้แนวปฏิบัติกรณีการคืนภาษีให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องชะลอไว้เป็นเวลา 6 เดือนก็ดี และรวมถึงการที่กลุ่มบริษัทดังกล่าวได้โอนเงินจำนวน 179,869,250 บาท เพื่อเป็นค่าซื้อทองคำแท่งในชื่อของผู้ฟ้องคดีก็ดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่า ทองคำแท่งดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ผู้ฟ้องคดีได้มาโดยชอบจากทางทำมาหาได้ทางอื่น จึงฟังได้ว่าเป็นทองคำแท่งที่ได้รับมาเกี่ยวโยงกับเงินของกลุ่มบริษัทดังกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมสรรพากร ศาลปกครอง