เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว
Finance ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว
พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
Real Estate ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
Automotive NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
Economic เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
Politics นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
Economic น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
Politics อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
Automotive ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

จับตา…แก้ปมข้าวโพด

18 มี.ค. 2561 | 10:05น.

คอลัมน์แตกประเด็น

โดย มิติประชาชาติ

2 ปีหลังรัฐบาลมีมติให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน เพื่อขอสิทธิ์นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน เพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศ เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดมีเพียง 4-5 ล้านตัน/ปี ไม่พอต่อการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งต้องการถึง 8 ล้านตัน ทำให้โรงงานอาหารสัตว์นำเข้าข้าวสาลีราคาถูก ปลอดภาษีมาใช้ถึง 4.5 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาข้าวโพดลดลงเหลือ 4-5 บาท/กก. จึงนำไปสู่การกำหนดสูตร 3 ต่อ 1 พร้อมกำหนดราคาแนะนำรับซื้อ กก.ละ 8 บาท

มาปีนี้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้ส่งสัญญาณไปถึงภาครัฐ ขอให้ปรับลดสูตร 3 ต่อ 1 ลงเหลือ 1 ต่อ 1 หรือ 2 ต่อ 1 ด้วยกังวลว่าปีนี้ผลผลิตข้าวโพดปี 2561/2562 เมื่อคำนวณทอนกลับมาตามสัดส่วน 3 ต่อ 1 แล้ว จะนำเข้าข้าวสาลีได้น้อย ไม่พอใช้ในโรงงานอาหารสัตว์ที่มีทิศทางเติบโตขึ้น

ผลจากปริมาณซัพพลายข้าวโพดที่ลดลง ทำให้ราคาในตลาดปรับสูงกว่า 10.50 บาท/กก. สูงมากจากราคาที่กำหนดให้ซื้อ 8 บาท/กก. ส่งผลให้เกิดส่วนต่างราคา กก.ละ 2.50 บาท สร้างกำไรให้พ่อค้าข้าวโพดที่ถือครองสต๊อกไว้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ และเนื้อสัตว์ปลายทางเพิ่มขึ้น

ขณะที่ฝั่งเกษตรกร และพ่อค้าข้าวโพดแย้งว่า ระดับราคาที่สูงขึ้นเป็นกลไกการปั่นราคา เพื่อให้รัฐยกเลิกมาตรการ 3 ต่อ 1 ไม่มีผู้ได้ประโยชน์ เพราะเป็นช่วงปลายฤดูไม่มีสต๊อก และหากราคาข้าวโพดสูงเกินไป ผู้ผลิตอาหารสัตว์ก็หันไปใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดอื่นที่ผลิตได้ในประเทศ เช่น มันสำปะหลัง หรือบายโปรดักต์จากข้าวทดแทน

ข้อโต้แย้งในประเด็นนี้ยังฝุ่นตลบ กระทั่งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ซึ่งมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน

นัดแรก “สนธิรัตน์” ทุบโต๊ะเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 2 ชุด คือ คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาวิเคราะห์การกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบนำเข้าเพื่อทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ มีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ สภาเกษตรกรแห่งชาติ

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมการค้าพืชไร่ สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีหน้าที่ 1) ศึกษาวิเคราะห์ปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สัดส่วนและการใช้สินค้าทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในการผลิตอาหารสัตว์ ปริมาณอาหารสัตว์ที่ใช้ในประชากรสัตว์แต่ละชนิด และ 2) กำหนดสัดส่วนการใช้สินค้าทดแทน ต่อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เหมาะสม และให้รายงานผลให้ นบขพ.ทราบ ภายใน 30 วัน

ส่วนคณะอนุกรรมการอีกชุดมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นประธาน เพื่อศึกษาแนวทางขยายเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศกัมพูชาเพิ่มอีก 2 เดือน จากเดิมกำหนดช่วงเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม เป็นเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคมของทุกปี ตามที่กัมพูชาเรียกร้อง โดยปกติไทยจะนำเข้าวัตถุดิบจากกัมพูชาเพียงปีละ 20,000-30,000 ตัน ซึ่งไม่มาก ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาในประเทศ นอกจากนี้เห็นชอบให้ “ยกเว้น” การใช้มาตรการกำหนดสัดส่วน 3 ต่อ 1 ให้กับกลุ่มผู้ผลิตอาหารกุ้ง ซึ่งใช้ข้าวสาลีในการผลิตสัดส่วน 10% ของกำลังการผลิต

ส่วนประเด็นที่เกษตรกรและพ่อค้าข้าวโพดขอให้ทบทวนขึ้น “ภาษีนำเข้าข้าวสาลี” ตามกรอบความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) จาก 0% เป็น 27% ตามกรอบเดิม เพราะหลัก ๆ ไทยนำเข้าจากประเทศยูเครน และอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นสมาชิกในกรอบ WTO ไม่ค่อยได้นำเข้าจากแหล่งที่เป็นคู่ค้า FTA อย่างออสเตรเลีย ข้อดีจะทำให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตข้าวโพดได้มากขึ้น และภาครัฐจะมีรายได้จากการเก็บภาษีนำเข้า แต่ข้อเสียทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ และส่งออกสินค้าปศุสัตว์สูงขึ้น

ทั้งหมดนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องชั่งน้ำหนักให้รอบคอบว่า ผลทางตรง-ทางอ้อมที่เกิดขึ้นต่อกลุ่มต่าง ๆ เป็นอย่างไร เพื่อให้ได้สูตรที่สร้างความสมดุลกับทุกฝ่าย