เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แบงก์ชาติ ผนึก ‘IMF-ธนาคารโลก’ รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ชี้สร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท
Finance แบงก์ชาติ ผนึก ‘IMF-ธนาคารโลก’ รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ชี้สร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
Politics สู้มือ สู้เท้า ทันเกม ทันใจ เอกภพ โฆษกรัฐบาลสาย ‘เพรสซิ่ง’
กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
Finance กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
Politics คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
Economic ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
Economic กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อจีนตื่นทอง
World เมื่อจีนตื่นทอง
จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
Politics จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
ดูทั้งหมด

เกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์หมดยุคสมัย…โรงสีกดราคาข้าว

19 มี.ค. 2561 | 08:00น.

สัมภาษณ์พิเศษ

ปีนี้ผลผลิตนาปรังอยู่ที่ 7-9 ล้านตันข้าวเปลือก ใกล้เคียงกับทุกปีที่ผ่านมา หากมองผิวเผินเหมือนจะไม่มีความผิดปกติ แต่กลับกันเกิดปรากฏการณ์ความผันผวนของราคาข้าวสารปรับราคา 3 รอบในวันเดียว เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2561 สร้างความปั่นป่วนกับตลาดข้าวในประเทศไม่น้อย “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “เกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์” นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ถึงปรากฏการณ์นี้

Q : สถานการณ์ความผันผวนราคา

ช่วง 3-4 ปีถือว่าค้ายาก การคาดการณ์ไม่ค่อยแม่นยำ โรงสีอยู่ในสถานการณ์ที่แข่งขันกันเอง ตอนนี้มีโรงสีจำนวนมาก กำลังการผลิตรวมของโรงสีทั้งประเทศ 120 ล้านตัน/ปี เกินกว่าผลผลิตข้าว 29-30 ล้านตัน/ปี ฉะนั้น คำว่าโรงสีกดราคา ผมคิดว่ามันน่าจะหมดสมัย เพราะการแข่งขันซื้อข้าวเปลือกสูง การขายข้าวต้องดูจังหวะ ระมัดระวังการขาดทุน โรงสีส่วนหนึ่งมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ดังนั้น การจะรักษาสต๊อกไว้ยาว ๆ เพื่อดึงราคามีขีดจำกัด ทำให้ผู้ซื้อเห็นช่องทางโอกาสจากเรื่องความสามารถในการถือสต๊อกของเราน้อย ทำให้เกิดจังหวะซื้อขาย

Q : ต้นตอปัญหาสภาพคล่อง

เป็นเรื่องสะสมมานาน ย้อนไป 2-3 ปีก่อนราคาข้าวหอมมะลิลงรุนแรงจากตันละ 15,000 บาท ลงเหลือ 12,000 บาท โรงสีที่มีสต๊อกขาดทุนหมด เมื่อสายป่านการบริหารผิดจังหวะ ทำให้เกิดภาวะต้นทุนแฝงสำหรับผู้ที่มีปัญหาต้องส่งเงินกู้ธนาคาร ซึ่งกรณีปัญหาสภาพคล่องโรงสีแยกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่แข็งแกร่งไม่ได้รับผลกระทบ 2) กลุ่มโรงสีที่กำลังไปได้ ถ้าแบงก์ยังสนับสนุนอยู่ และ 3) กลุ่มที่มีปัญหา ซึ่งจริง ๆ ทุกธุรกิจต่างมีปัญหา แต่แบงก์ตกใจไปเหมารวมโรงสีทั้งหมด เท่ากับเร่งอาการของโรค ให้ยาผิดคนไข้ก็แย่ ถ้าแยกคนที่ไปได้จะไม่จมน้ำไปทั้งหมด ที่ผ่านมาเราส่งสัญญาณไปถึงภาครัฐหลายครั้งให้รู้ว่ามีปัญหา มีผลกระทบต่อกำลังซื้อเหมือนคำที่ว่า “ยามดีก็เรียกใช้ ยามไข้ไม่รักษา” เราเพียงขอให้แบงก์อย่ามองโรงสีแบบเหมารวม ขอให้แยกแยะ ผมเชื่อว่าธุรกิจไม่ได้มีอะไรที่เป็นศูนย์ ไม่มีวันที่โรงสีจะไม่เหลือสักโรง และไม่มีวันที่ชาวนาจะไม่ทำนา แต่มันจะปรับสมดุลโดยธรรมชาติ

Q : ขณะนี้แบงก์ยังเข้มงวด

ส่วนใหญ่ยังเข้มงวด แต่เริ่มพิจารณาโรงสีเป็นราย ๆ เริ่มปรับโครงสร้าง เริ่มเดินได้ วันนี้ปัญหามาถึงจุดต่ำสุดแล้ว ภาพมันนิ่งชัดแล้ว จะให้ยาอะไรก็รู้ ถ้าให้ยาแล้วไปไม่ไหวก็เป็นเรื่องธรรมดาจริง ๆ

การปล่อยเม็ดเงินใหม่เป็นเรื่องยากในสถานการณ์ปัจจุบัน บางแบงก์ที่ปล่อยเยอะ ๆ 60-80% ของวอลุ่มโรงสี ควรต้องผ่อนคลายต้องแก้ปัญหาเฉพาะจุด

Q : โรงสีหาเงินจากไหน

ถ้าแบงก์ไม่ให้เงินก็ไปไม่ได้ ต้องลดสัดส่วนการบริหารลง ให้แมตช์กับเงินที่มีอยู่ ต้องยืนบนธุรกิจเราให้ได้ การซื้อขายต้องมีกำไร คนมีเงินเห็นข้าวราคานี้อยากซื้อเก็บเพื่อบริหารการขายในช่วงที่ว่างเว้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว อารมณ์แบบนี้หายไป วันนี้อยากจะซื้อเก็บไม่มีเงินซื้อ ทำให้ราคาข้าวไม่ขยับเท่าที่ควร เพราะทุกคนต้องซื้อและขายหมุนเงินกลับมา

เมื่อผู้ซื้อข้าวต่อจากโรงสีรู้อารมณ์เป็นแบบนี้ ก็ค่อย ๆ รอให้โรงสีซื้อจนอิ่มแล้วทนไม่ไหวต้องขายออกมา เป็นจังหวะที่เห็นราคาขึ้นลงวันละ 3 เวลา เพราะตอนแรกคิดว่าจะซื้อได้ถูก แต่ซื้อไม่ได้พอดีเรือเข้ามาจำเป็นต้องซื้อ เลยกระชากราคาขึ้นมาช่วงสั้น ๆ ถือว่าเจ็บตัวทีเดียว แล้วทุกอย่างก็นิ่งไปสู่ปกติ มันไม่สะท้อนกลับไปสู่ราคาข้าวเปลือก เพราะจังหวะสั้น ๆ แต่ถ้าโรงสีโรงไหนที่ไปตื่นเต้นตามกระชากราคาข้าวเปลือกขึ้นก็เจ็บตัว สถานการณ์นี้ต้องระวัง

Q : โรงสีเสียเปรียบผู้ส่งออก

เสียเปรียบมานานแล้ว เพราะไม่สามารถกำหนดอะไรได้เลย เราซื้อข้าวเปลือกเงินสด แต่ขายข้าวให้ผู้ส่งออกเครดิต 30-40 วัน ระบบการค้าข้าวของไทยยังอาศัยความเชื่อใจ สัญญาไม่มี บางโกดังผู้ส่งออกไม่คืนใบชั่ง โรงสีโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ปัญหาวันนี้เราต้องทำธุรกิจให้เดินหน้าไปได้ บางโรงสีหันไปส่งออก

Q : ความได้เปรียบโรงสีที่ทำส่งออก

ระบบโรงสีขายข้าวให้ผู้ส่งออกโดยผ่านหยง มีค่าหยง 1-2% ค่าขนส่ง แต่ถ้าหันไปส่งออกยังเสียค่าใช้จ่ายเหมือนกัน แต่เป็นการเปิดโอกาสช่องทางการตลาดให้ตัวเองมากขึ้น ส่วนเรื่องเครดิต 1 เดือนเหมือนเดิม แต่บางรายไม่ชอบก็เลยเลือกขายให้ผู้ส่งออกดีกว่า

Q : รัฐควรวางนโยบายข้าวอย่างไร

เห็นด้วยกับ 1) นโยบายนาแปลงใหญ่ให้ชาวนาปลูกข้าวประณีต ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต แต่อยากเห็นต้นทุนการปลูกแต่ละภูมิภาคเป็นเท่าไร หากชาวนาทำข้าวคุณภาพดี โรงสีไม่เคยปฏิเสธซื้อในราคาที่แพงขึ้น แต่ต้องตั้งดัชนีชี้วัดให้ได้จากอะไร 2) พยากรณ์การเพาะปลูกแม่นยำเพื่อให้ข้อมูลชาวนาวางแผนการผลิต ชาวนาจะดูเทรนด์ปีนี้แล้วปลูกปีหน้า ถ้ามองผิดก็ผิดเลย

น่าสังเกตว่าหลายปีที่ผ่านมายึดข้อมูลผลิตข้าวปีละ 29-30 ล้านตันและบวกกับสต๊อก 14 ล้านตัน ทำไมตลาดไม่เละ ต้องดูพื้นที่ปลูกให้นิ่ง พื้นที่เมืองขยายตัวกี่เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นกี่เปอร์เซ็นต์ ยังใช้ตัวเลขเดิมได้หรือไม่

อนาคตธุรกิจอีก 10 ปี

โรงสีขยายกำลังการผลิตมากกว่าปริมาณผลผลิตข้าว นับตั้งแต่ปี 2540 ที่รัฐลอยตัวค่าบาท ธุรกิจอื่นได้รับผลกระทบหมด ยกเว้นธุรกิจเกษตร ทำให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ให้โรงสีมากขึ้น พอผ่านมาถึงปี 2551 ราคาข้าวดีขึ้นจากโครงการรับจำนำ โรงสีบางแห่งขยายไปสร้างโกดัง ธุรกิจเติบโต สุดท้ายกำลังซื้อไม่มีก็ฟุบ ก็เหมือนกับอาชีพทั่วไปที่มีคนล้มคนเลิกเป็นเรื่องปกติ

จะเห็นว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีโรงสีล้ม มีประกาศขายผ่านเฟซบุ๊ก สาเหตุไม่ใช่ปัญหาสภาพคล่องอย่างเดียว บางแห่งไม่มีผู้สืบทอดกิจการ และยังไม่เห็นโรงสีขนาดใหญ่ล้ม ทุกธุรกิจมีความเป็นไปตามวัฏจักร สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนในอดีตที่โตผิดธรรมชาติ แต่ทุกคนโตขึ้นด้วยความเป็นจริง

วันนี้โรงสีมีศักยภาพครบหมด มีเครื่องจักรทันสมัย ส่วนหนึ่งไปทำแบรนด์ตลาดข้าวถุงในประเทศ ช่วง 4-5 ปีจะเห็นแบรนด์ข้าวถุงเกิดเต็มไปหมด อีกกลุ่มพยายามส่งออก ประเมินว่าตัวเลขส่งออกข้าวโดยโรงสี 3,000,000 ตัน หรือ 30% ของทั้งประเทศ บางส่วนหันไปทำอาชีพอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย วันนี้ถือว่าเราอยู่ในจุดต่ำสุดแล้ว ทั้งด้านการเงิน ลงทุน ราคา แต่ต้องประคองตัวไปให้ได้ ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม มองว่าระบบการค้าข้าวจะดีขึ้น เพราะปัจจุบันผู้เล่นในตลาดส่งออกมีน้อยราย ทำให้อำนาจต่อรองโรงสีน้อยแทบจะไม่มีทางเลือกขาย แต่เมื่อมีโรงสีไปทำส่งออกจึงมีตัวเลือก/ช่องทางระบายสินค้ามากขึ้น ใครที่นิสัยไม่ดี ไปตัดราคา ไปโกง จะหมดไป เพราะทุกอย่างต้องแข่งขันกันหมด ทั้งความเชื่อถือและคุณภาพ

อนาคต 10 ปีข้างหน้า คิดว่าโรงสีน่าจะมีสัดส่วนส่งออกเพิ่มขึ้นไปถึง 50% ของการส่งออกข้าวทั้งหมด วันนี้โครงสร้างธุรกิจกำลังเปลี่ยนจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง คนรุ่นใหม่มีหลักการทำธุรกิจเปลี่ยนไปจากคนรุ่นอดีต มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพียงแต่ธุรกิจนี้ยังจำเป็นต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการคาดการณ์และวิเคราะห์เรื่องการผลิต ส่งออก การกำหนดราคา

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาข้าว โรงสีข้าว