เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตึงเครียดตะวันออกกลางพ่นพิษ  กบน. เคาะขึ้นเบนซิน-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สต. มีผล 21 ต.ค.นี้
Economic ตึงเครียดตะวันออกกลางพ่นพิษ กบน. เคาะขึ้นเบนซิน-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สต. มีผล 21 ต.ค.นี้
EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
Finance EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
Finance KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
Tech เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
ดูทั้งหมด

เงินบาทผันผวน ตลาดติดตามการประชุมธนาคารกลางสำคัญตลอดทั้งสัปดาห์

16 มิ.ย. 2566 | 21:08น.
ค่าบาท

ค่าเงินบาทผันผวน ตลาดติดตามการประชุมธนาคารกลางสำคัญตลอดทั้งสัปดาห์ เฟดคงดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่กนง.ของไทยชี้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนในการจัดตั้้งรัฐบาลใหม่ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 12-16 มิถุนายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (12/6) ที่ระดับ 34.65/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/6) ที่ระดับ 34.61/62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในวันอังคาร (13/6) กระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อาจส่งผลต่อทิศทางการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ

มติเฟดคงดอกเบี้ยนโยบาย

โดยตัวเลขดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวจากระดับ 4.9% ในเดือนเมษายน ซึ่งปรับตัวขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.1% ซึ่งชะลอตัวลงจากราคาพลังงานที่ลดลง โดยจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงนั้นบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐ อาจพ้นจุดสูงสุดแล้ว

ส่วนทางด้านดัชนี CPI พื้นฐาน ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 5.3% ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งชะลอตัวลงจาก 5.5% ในเดือนเมษายน ต่อมาในวันพุธ (14/6) เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนพฤษภาคม

โดยดัชนี PPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.5% จากระดับ 2.3% ในเดือนเมษายน และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไปปรับตัวลง 0.3% ในเดือนพฤษภาคม จากคาดว่าปรับตัวลง 0.1% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนเมษายน

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% จากระดับ 3.2% ในเดือนเมษายน และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพฤษภาคม สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนเมษายน

ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ในวันที่ 13-14 มิถุนายน เฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ในการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.00-5.25% โดยการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 10 ครั้งติดต่อกันนับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. 2565 ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5.00%

นอกจากนี้ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (dot plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 2 ครั้งสู่ระดับ 5.6% หรือบ่งชี้กรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.50-5.75% ภายในสิ้นปีนี้ อัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับ 4.6 ในช่วงสิ้นปี 2568 โดยเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน มี.ค.ที่ระดับ 4.3% และ 3.1% ตามลำดับ

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2567 โดยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1.00% ในปีดังกล่าว ขณะที่คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ที่ระดับ 2.5%

กนง.ชี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นความเสี่ยง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายสักกะภพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาคของ ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.6% ในปี 2566 โดยได้รับปัจจัยมาจากภาคการท่องเที่ยว และการบริโภคภาคครัวเรือน รวมถึงภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งคาดการณ์ว่าปีนี้การส่งออกจะอยู่ที่ -0.1% และในปี 2567 จะอยู่ที่ 3.6%

ส่วนในวันพุธ (14/6) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ ครั้งที่ 3/2566 ซึ่งประชุมไปเมื่้อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 โดยคณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องและมีโอกาสสูงมากกว่าคาด โดยมีภาคการท่องเที่ยวและภาคบริโภคภาคเอกชนเป็นแรงส่งสำคัญ ขณะที่การส่งออกสินค้าคาดว่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี

และเห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจีนและนโยบายของรัฐบาลจีนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งออกสินค้า และการท่องเที่ยวของไทยในระยะข้างหน้า จากนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการทางการคลังของรัฐบาลที่อาจทำให้อุปสงค์ในประเทศขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้โดยเฉพาะในปี 2567

อย่างไรก็ดี แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนในการจัดตั้้งรัฐบาลใหม่ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย โดยคณะกรรมการเห็นพ้องว่าอัตราเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงสูง และคาดว่าจะมีความหนืด (persoisternce) มากขึ้นกว่าในอดีต การส่งผ่านทางต้นทุนมากขึ้นในระยะต่อไป เนื่องจากผู้ประกอบการจะพยายามปรับเพิ่มราคาสินค้าและบริการตามกำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่มากขึ้นจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ภาครัฐอาจดำเนินการในระยะต่อไป

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.46-34.87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/6) ที่ระดับ 34.63/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (12/0) ที่ระดับ 1.0739/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/6) ที่ระดับ 1.0758/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในวันอังคาร (13/6) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -8.5 ในเดือน มิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -13.1 จากระดับ -10.7 ในเดือน พ.ค.

นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ชะลอตัวสู่ระดับ 6.1% ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2565 จากระดับ 7.2% ในเดือน เม.ย.โดยมีสาเหตุจากการปรับตัวลงของราคาพลังงานและอาหารในวันพฤหัสบดี (15/6)

ECB ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

คณะกรรมการ ECB ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 8 ติดต่อกัน นอกจากนี้ ECB ยังส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก เพื่้อสกัดเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ECB ได้เริ่มวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

โดยล่าสุดอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 6.1% ในเดือน พ.ค. ซึ่งยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ที่ระดับ 2% ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0731-1.0962 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/6) ที่ระดับ 1.0948/50 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (12/6) ที่ระดับ 139.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/6) ที่ระดับ 139.62/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลทางเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนเมษายน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต โดยเพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ที่มีการขยายตัว 7.4% ถือเป็นการชะลอตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ในวันพฤหัสบดี (15/6) มีการเปิดเผยตัวเลขการส่งออกประจำเดือนพฤษภาคมซึ่งออกมาดีกว่าที่คาด โดยออกมาที่ระดับ 0.6% จากคาดการณ์ว่าจะหดตัว 0.8% ขณะที่ตัวเลขนำเข้าออกมาดีกว่าที่คาดเช่นกัน โดยออกมาที่ระดับ 9.9% จากคาดการณ์ที่ระดับ -10.3%

ทั้งนี้ยอดขาดดุลการค้าของญี่ปุ่นโดยรวมยังแย่กว่าที่คาด โดยมียอดขาดดุลที่ระดับ 1,372 ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ที่ระดับ 1,331 พันล้านเยน และต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ -432.4 พันล้านเยน ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงนโยบายการเงิน โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve control program) รวมทั้งคงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นประเภทอายุ 10 ปี ไว้ที่ราวระดับ 0%

มติการประชุมของ BOJ ในวันนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด โดย BOJ ในวันนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด โดย BOJ ยังคงมีมุมมองว่า การบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นั้นอาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 139.05-141.50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/6) ที่ระดับ 140.89/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ