เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

ฟอร์ด บุกตลาด “อีวี” ในอินเดีย

02 เม.ย. 2561 | 17:57น.

“ฟอร์ด มอเตอร์ส” ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในแดนภารต โดยเซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ชิปร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติอินเดีย “Mahindra & Mahindra” เพื่อร่วมพัฒนาโมเดลรถใหม่หลายรุ่น โดยฟอร์ดหวังไว้ว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการตีตลาดอินเดีย ที่แม้จะเป็นตลาดที่มีโอกาสอีกมาก แต่ก็เป็นตลาดที่ท้าทายของผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติอย่างมากทั้งในเรื่องของ สภาพแวดล้อมที่ยังไม่พร้อมต่อการผลิตนัก ความต้องการรถราคาถูกของผู้บริโภคทำให้ผู้ผลิตได้กำไรต่อคันน้อย

แถลงการณ์ของฟอร์ด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้น จะทำให้ฟอร์ดสามารถใช้ฐานผลิตอินเดียเพื่อพัฒนา SUV รุ่นใหม่ รวมไปถึงรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลิตและขายในตลาดอินเดียและประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ซึ่งต้องการรถยนต์ราคาไม่แรงนัก

โดยรายละเอียดหลัก ๆ คือ 1.ร่วมมือพัฒนา SUV ไซซ์กลาง บนแพล็ตฟอร์มการผลิตของ Mahindra แต่ทั้งนี้ 2 ค่ายจะผลิตโมเดลที่ต่างกันและแยกกันทำการตลาด 2.ร่วมมือพัฒนาโมเดลรถคอมแพ็กต์ SUV และรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกัน และ 3.ทั้ง 2 ค่ายจะร่วมแชร์พาวเวอร์เทรน (เครื่องยนต์และทรานส์มิสชั่น) รุ่นเดียวกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคต ฟอร์ดอาจจะซื้อเครื่องยนต์ราคาถูกจาก Mahindra สำหรับใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่ผลิตในอินเดีย

ฟอร์ดยังเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอินเดียอยู่ เพราะมองว่าผู้คนหันมาใช้รถยนต์มากขึ้น ตามกำลังซื้อที่มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันอินเดียเป็นตลาดรถยนต์ลำดับที่ 5 ของโลกในแง่ยอดขาย ขณะที่คู่แข่ง “เจนเนอรัล มอเตอร์ส”

ปีที่แล้ว เพิ่งประกาศเลิกขายรถยนต์ของค่ายตัวเองในตลาดอินเดีย และเร่งลงทุนเพิ่มในตลาดที่มีกำลังซื้อเยอะกว่า ในประเทศที่ร่ำรวยแทน

ฟอร์ดถือเป็นค่ายรถต่างชาติซึ่งมีสเกลการผลิตที่ใหญ่ในอินเดีย ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกันตั้งโรงงานผลิตขนาด 460 เอเคอร์ในคุชราต ซึ่งผลิตรถยนต์ได้ 240,000 คัน และเครื่องยนต์ 270,000 เครื่องต่อปี ด้วยไลน์การผลิตที่ทันสมัยเทียบเท่าในอเมริกาเหนือและยุโรป และในพื้นที่ใกล้ ๆ กัน ก็มีโรงงานค่ายรถยนต์อื่นตั้งอยู่กว่า 20 ค่าย

ในทศวรรษให้หลัง หลังจากอินเดียเริ่มเปิดประเทศและค้าขายกับต่างชาติในปี 1991 ค่ายรถยนต์หลายค่ายทั่วโลกก็ลงไปลงทุนทำตลาดในอินเดีย และค่อย ๆ ขยายให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในด้านการผลิตรถยนต์ ด้วยยอดกว่า 3.8 ล้านคันต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนเกือบเทียบเท่ากำลังผลิตของเกาหลีใต้ รวมถึงเยอรมนี มหาอำนาจด้านรถยนต์

อย่างไรก็ตาม อินเดียก็ยังมีข้อจำกัดอีกมากสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่พร้อม และเศรษฐกิจที่ไม่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนของโลก ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิต สามารถทำรายได้ได้เพียง 17% ของจีดีพีเท่านั้นเมื่อเทียบกับเกาหลีใต้และจีน ที่อุตสาหกรรมการผลิตคิดเป็น 29% จีดีพี และประเทศไทย 27% ของจีดีพี เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศยังประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่ ยังไม่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต

นักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่า หากอินเดียต้องการก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตรถยนต์ จะต้องขยายระบบนิเวศและสร้างห่วงโซ่การผลิตให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และต้องผลักดันให้อุตสาหกรรมการผลิตกลายมาเป็นอุตสาหกรรมหลักในการพัฒนา ประเทศ ผลักดันแรงงานเข้าสู่กระบวนการทำงาน เพื่อที่จะแข่งกับผู้ผลิตในตลาดเอเชียตะวันออก เช่น ไทย ให้ได้