จับตาวาระ ครม.เศรษฐา 1 นัดแรก อย่างเป็นทางการ ขนแพ็กเกจเศรษฐกิจ ลดราคาน้ำมัน-ค่าไฟ วีซ่าฟรี แต่งตั้งปลัดคลัง-พลังงาน-เลขาฯ สมช.คนใหม่ ชูธง แก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่แตะสถาบันพระมหากษัตริย์ แบ่งงานรองนายกฯ-รัฐมนตรี ปลอบใจ สส.สอบตก นั่งข้าราชการการเมือง
วันที่ 13 กันยายน 2566 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยมีวาระสำคัญที่เป็นมาตรการด้านเศรษฐกิจ เช่น การลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน วีซ่าฟรี รวมถึงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วาระแรก โดยเบื้องต้น คณะรัฐมนตรีจะมีการทำประชามติ ถามประชาชนว่าจะให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยก่อนหน้านี้ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ร่างคำถามในการทำประชามติเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งเป็นคำถามว่า “เห็นควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนหรือไม่”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้กล่าวในสภาระหว่างอภิปรายร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า วันพรุ่งนี้ (13 กันยายน 2566) จะนำวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 1 เข้าสู่ที่ประชุม ครม.นัดแรก
เราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แน่นอน เราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นแน่นอน โดยยึดแนวทางให้ทุกภาคส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำ
“เราจะไม่แตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แต่เราจะร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เอื้อทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน เพื่อทำให้รัฐธรรมนูญนี้เป็นความต้องการของคนทุกส่วนจริง ๆ และสามารถแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้” นายภูมิธรรมกล่าว
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า โดยจะมีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตำแหน่งต่าง ๆ ตามโควตาของพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีชื่อ นสพ.ชัย วัชรงค์ คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรของพรรคเพื่อไทย เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ จะมีการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการด้วย
นอกจากนี้ อีกวาระที่ต้องจับตาคือ การพักหนี้การแก้ปัญหาหนี้สินทั้งในภาคเกษตร ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน โดยรัฐบาลจะลดภาระเกษตรกรด้วยการพักหนี้เกษตรกรตามเงื่อนไขและคุณสมบัติที่เหมาะสม
รวมถึงมาตรการช่วยประคองภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินสำหรับภาคประชาชนที่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้ได้มีโอกาสในการฟื้นตัวและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง