เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

เบี้ยหวัด บำนาญ ครม.ปรับ 11,000 บาท/เดือน ใครมีสิทธิได้รับบ้าง

02 เม.ย. 2567 | 21:35น.
ธนบัตรไทย

เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ครม.ปรับเบี้ยหวัดบำนาญ 5 ประเภท 11,000 บาท เริ่ม 1 พ.ค.ใครมีสิทธิได้รับบ้างเช็กที่นี่

วันที่ 2 เมษายน 2567 ภายหลังที่นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยปรับปรุงอัตราเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ เพื่อกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญ

เมื่อรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญแล้วต่ำกว่าเดือนละ 11,000 บาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มขึ้นจนครบ เดือนละ 11,000 บาท ใน 5 ประเภท ได้แก่ ผู้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม, ผู้รับบำนาญปกติ, ผู้รับบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษ, และบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2567 เป็นต้นไป โดยคาดว่าการปรับขึ้น เบี้ยหวัดบำนาญจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ที่ใช้จากงบฯกลางเพิ่มขึ้น 2.33 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 27.96 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ การปรับเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว และแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบราชการ ในสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

เบี้ยหวัดคืออะไร

“เบี้ยหวัด” หมายถึงเงินตอบแทนความชอบที่ให้แก่ ทหารที่ออกจากประจำการซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม เบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม คือ เงินตอบแทนความชอบที่จ่ายเป็นรายเดือน ให้แก่นายทหารสัญญาบัตรที่เป็นนายทหารกองหนุน กับนายทหารประทวนและพลทหารประจำการ ที่ออกจากราชการยังไม่พ้นกองหนุนขั้นที่ 2

ส่วนข้าราชการฝ้ายพลเรื่อนรวมทั้งข้าราชการกลาโหมพลเรือนและทหารหญิงไม่มีสิทธิรับ เบี้ยหวัดเพราะไม่ได้เป็นทหารกองหนุน ผู้ที่รับเบี้ยหวัดได้รับความช่วยเหลือจากทางราชการ เช่นมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือในเรื่อง ค่าเล่าเรียนหรือค่าบำรุงการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาลและเมื่อถึงแก่กรรมทายาทยังมีสิทธิได้รับ เงินช่วยพิเศษเท่ากับเบี้ยหวัด 3 เดือน และได้รับบำเหน็จตกทอดด้วย

ทหารที่มีสิทธิรับเบี้ยหวัด

เบี้ยหวัดจ่ายให้เฉพาะข้าราชการกระทรวงกลาโหมที่เป็นทหาร และรับเงินเดือนในอัตราประจำของกระทรวงกลาโหม เป็นสิทธิของกระทรวงกลาโหมที่จะให้หรือไม่ให้หรือเมื่อให้แล้วจะงดเสียก็ได้ ถ้าผู้นั้นมีความประพฤติเสียหาย หรือขัดต่อข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด ตามข้อบังคับ กระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัดกำหนดว่าทหารที่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดนั้นได้แก่

นายทหารสัญญาบัตร

1.นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งมีเวลาราชการเป็นข้าราชการไม่น้อยกว่า 1 ปีบริบูรณ์ (รวมทั้งเวลาราชการทวีคูณด้วย) แล้วออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุน ตามกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหาร (ไม่นับเวลาขณะที่เป็นนักเรียนทหาร)

2.นายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการ ที่ไม่ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ภายหลังจากทางราชการสั่งให้กลับเข้ารับราชการประจำการใหม่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี แล้วออกจาก ราชการเป็นนายทหารกองหนุน

นายทหารประทวนและพลทหารประจำการ

นายทหารประทวน และพลทหารซึ่งรับราชการในกองประจำการครบกำหนด ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว เมื่อรับราชการประจำการต่อไปไม่น้อยกว่า 1 ปี แล้ว ออกจากประจำการและเมื่อออกจากประจำการนั้นยังไม่พ้นกองหนุนชั้นที่ 2 ตามกฎหมายว่าด้วย

การรับราชการทหารตามหลักเกณฑ์นี้ต้องประกอบด้วยเงื่อนไข 3 ประการ

1.รับราชการในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหาร ซึ่งตามปกติเป็นเวลา – ปีบริบูรณ์ เว้นแต่รายที่ได้รับการผ่อนผันให้ลดเวลารับ ราชการก็ให้เป็นไปตามนั้น ส่วนผู้ยืดการปลดจะนับเวลาราชการให้จนถึงวันสุดท้ายก่อนปลดปล่อย

2.รับราชการประจำการอีกไม่น้อยกว่า ๑ ปี ทั้งนี้ให้นับเฉพาะเวลา

ราชการปกติเท่านั้น (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)

3.เมื่อออกจากราชการนั้นยังอยู่ในกองหนุนชั้นที่ 1. หรือชั้นที่ 2

4.นายทหารประทวนและพลทหารกองหนุนซึ่งไม่ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ภายหลังทางราชการสั่งให้กลับเข้ารับราชการประจำการใหม่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แล้วออกจาก ราชการ เมื่อออกจากราชการนั้นยังไม่พ้นกองหนุนชั้นที่ ๒ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

5.ข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายทหารประทวน ประจำการแล้วออกจากราชการ ก่อนออกจากประจำการต้องรับราชการให้ครบกำหนดตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร และต้องรับราชการประจำการต่อไปไม่น้อยกว่า ๑ ปี และเมื่อออกจาก ประจำการมีอายุไม่เกิน 39 ปีบริบูรณ์ ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องประกอบด้วยเงื่อนไข 3 ประการ คือ

1.รับราชการในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหารคือ 2 ปีบริบูรณ์

2.รับราชการประจำการต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยนับเฉพาะ เวลาราชการปกติเท่านั้น (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)

3.เมื่อออกจากราชการนั้นอายุไม่เกิน 39ปีบริบูรณ์

บำนาญ คืออะไร

“บำเหน็จบำนาญ” ตามพจนานุกรมอธิบายว่าเป็นคำนาม “บำเหน็จ” หมายถึงรางวัล ค่าเหนื่อย ค่าความชอบพิเศษ เช่น ปูนบำเหน็จ เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อ ออกจากงาน

ส่วน “บำนาญ” นั้นหมายถึงเงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการหรือทำงานในองค์กร บริษัท ห้างร้าน เป็นต้นมาเป็นเวลานาน ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนจนตลอดชีวิตเมื่อออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการให้ความหมายดังนี้

“บำเหน็จ” เป็นเงินที่ทางราชการตอบแทนความชอบให้แก่ข้าราชการที่ออกจากราชการ โดยจ่ายให้เป็นก้อนเพียงครั้งเดียว เมื่อได้รับบำเหน็จไปแล้วเป็นอันสิ้นสุดเด็ดขาด ไม่มีสิทธิได้รับการ ช่วยเหลือประการใดจากทางราชการต่อไปอีก แม้เมื่อกลับเข้ารับราชการใหม่สามารถให้นำเวลาราชการ ตอนแรกมารวมกับเวลาราชการในครั้งหลัง เพื่อคำนวณบำเหน็จ บำนาญได้ตามมาตรา 38 วรรค 2 (พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539) ในกรณีสมัครเข้าเป็นสมาชิก กบข.

“บำนาญ” เป็นเงินที่ทางราชการตอบแทนความชอบให้แก่ข้าราชการที่ออกจากราชการ จนกระทั่งถึงวันที่ถึงแก่กรรม หรือถึงวันที่ผู้รับบำนาญหมดสิทธิในการรับบำนาญโดยจ่ายเป็นรายเดือน นอกจากนี้ผู้ที่รับบำนาญยังได้รับความช่วยเหลือประการต่าง ๆ จากทางราชการ อีกด้วยเช่นกัน มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือในเรื่องค่าเล่าเรียน หรือค่บำรุงการศึกษาของบุตร ค่ารักษาพยาบาล และเมื่อ ถึงแก่กรรมแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษเท่ากับเงินบำนาญ 3 เดือน และได้รับบำเหน็จ ตกทอดด้วย เป็นต้น

คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิจะได้รับบำเหน็จบำนาญ

จะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1.ได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณประเภทเงินเดือนมาก่อนออกจากราชการ

2.มีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญไม่น้อยกว่า 1 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นผู้ซึ่งถูกไล่ออกหรือปลดออกจากราชการเพราะมีความผิด

3.ไม่เป็นข้าราชการวิสามัญหรือลูกจ้างในขณะออกจากราชการ

4.ไม่เป็นผู้ที่รัฐบาลได้กำหนดเงินอย่างอื่นไว้ให้แทนบำเหน็จหรือบำนาญแล้ว

5.ผู้ซึ่งไม่เคยรับราชการมาก่อนแต่ได้เป็นทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อปลดเป็นกองหนุนและได้เข้ารับราชการอีก โดยเวลารับราชการจะติดต่อกับเวลาราชการกอง ประจำการหรือไม่ก็ตามครบหนึ่งปีบริบูรณ์

เกณฑ์ได้บำเหน็จ

1.มีเวลาราชการไม่ถึง 10 ปีบริบูรณ์ ซึ่งออกจากราชการด้วยเหตุทดแทน ทุพพลภาพ เกษียณอายุ และลาออกเมื่ออายุครบ 50 ปีบริบูรณ์แล้ว

2.ลาออกโดยไม่เข้าเหตุใดเหตุหนึ่งและมีเวลาราชการ ครบ 10 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ไม่ถึง 25 ปีบริบูรณ์

3.ผู้มีสิทธิในบำนาญ จะขอรับบำเหน็จแทนบำนาญได้โดยการยืนยันเป็นลายลักษณ์ อักษรแล้วลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน

หมายเหตุ : คำสั่งให้ออกจากราชการต้องระบุให้ได้รับบำเหน็จ

เกณฑ์ได้บำนาญ

1.มีเวลาราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปซึ่งออกจากราชการด้วยเหตุทดแทน ทุพพลภาพ เกษียณอายุ และลาออกเมื่ออายุครบ 50 ปีบริบูรณ์แล้ว

2.ลาออกโดยมีเวลาราชการตั้งแต่ ๒๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป คำสั่งให้ออกจากราชการต้องระบุให้ได้รับบำเหน็จบำนาญเพราะผู้มีสิทธิในบำนาญ จะขอรับบำเหน็จแทนได้

หมายเทตุ : คำสั่งให้ออกราชการต้องระบุให้ได้รับบำเหน็จบำนาญเพราะผู้มีสิทธิในบำนาญจะขอรับบำเหน็จแทนได้

ข้อมูล : กรมสารบรรณทหารบก