เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
เซ็นทรัลบูม ‘คลองหลวง’ ทำเลทองทุนใหญ่ขยับ-จับตาที่ดิน ‘บิ๊กซีนวนคร’
Real Estate เซ็นทรัลบูม ‘คลองหลวง’ ทำเลทองทุนใหญ่ขยับ-จับตาที่ดิน ‘บิ๊กซีนวนคร’
ชัยชนะครั้งใหม่ ของผู้บริโภค
Business ชัยชนะครั้งใหม่ ของผู้บริโภค
CBRE จับมือ SC ขนทัพบ้าน-คอนโดหรูบุกพารากอน แพงสุด 528 ล้าน ดึงเศรษฐีช้อป เป้ายอดขาย 1,000 ล้าน
Real Estate CBRE จับมือ SC ขนทัพบ้าน-คอนโดหรูบุกพารากอน แพงสุด 528 ล้าน ดึงเศรษฐีช้อป เป้ายอดขาย 1,000 ล้าน
มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ครบ 10 ปี ประกาศดาวมิชลิน 10 พ.ย. นี้
Biz Movement มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ครบ 10 ปี ประกาศดาวมิชลิน 10 พ.ย. นี้
ก.ล.ต.ชู 3 นโยบายปลุกตลาดทุนไทย ดัน TISA-BOI to IPO-Tokenization เชื่อมเงินทุนโลก
Finance ก.ล.ต.ชู 3 นโยบายปลุกตลาดทุนไทย ดัน TISA-BOI to IPO-Tokenization เชื่อมเงินทุนโลก
‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA พร้อมเว้นเก็บภาษีซ้อน
Politics ‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA พร้อมเว้นเก็บภาษีซ้อน
สันติธาร ชู 3 แนวทาง เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพานำเข้าพลังงาน
Economic สันติธาร ชู 3 แนวทาง เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพานำเข้าพลังงาน
ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
Economic ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
News แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
ดูทั้งหมด

“ค้าปลีก” ระเบิดสงครามราคา สู้พิษเงินเฟ้อ…ทุบยอดขายหลุดเป้า

30 พ.ค. 2567 | 13:54น.
Retail
คอลัมน์​ : Market Move

ขณะนี้ดิสเคานต์สโตร์และฟาสต์ฟู้ดในสหรัฐอเมริกาประกาศสงครามราคากันอย่างดุเดือด ทั้งด้วยการหั่นราคาสินค้านับพันรายการ และเปิดตัวอาหารเมนูราคาประหยัด หลังผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2024 ที่ต่างลดลงหรือหลุดเป้า สะท้อนชัดเจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ชะลอและระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ลากยาวมานานกว่า 3 ปี จนค่าเฉลี่ยราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นไปแล้ว 3% เมื่อเทียบกับปี 2566 ทำให้เงินเก็บของผู้บริโภคร่อยหรอลง

สำนักข่าว CNBC รายงานถึงสงครามราคาครั้งใหม่ในสหรัฐอเมริกาว่า ดิสเคานต์สโตร์และไฮเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ในสหรัฐ ทั้ง Target, Walmart, Aldi ต่างประกาศลดราคาสินค้าระดับตั้งแต่หลายร้อยไปจนถึงพันรายการ ขณะที่ยักษ์ฟาสต์ฟู้ด อย่าง McDonald’s ประกาศนำเมนูราคาประหยัด 5 ดอลลาร์สหรัฐมาวางจำหน่ายอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา Target ลดราคาสินค้าของกินของใช้ในบ้านไปแล้วรวม 1,500 รายการ อาทิ นม, เนยถั่ว, ผ้าอ้อมเด็ก ฯลฯ และยังมีแผนลดราคาสินค้าอื่น ๆ เพิ่มอีกกว่าพันรายการในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) ที่จะถึงนี้ด้วย เช่น สินค้าสำหรับหน้าร้อนอย่าง กระติกน้ำแข็ง ห่วงยาง โฟมพยุงตัวสำหรับว่ายน้ำและอื่น ๆ

หวังเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ หลังผลประกอบการช่วงไตรมาสแรกที่จำนวนผู้ใช้บริการทั้งหน้าร้านและออนไลน์ รวมถึงการใช้จ่ายต่อใบเสร็จลดลง 1.9% ส่วนยอดขายร้านเดิมลดลง 3.7% สะท้อนถึงการชะลอการซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อผ้าและของตกแต่งบ้าน แต่ของใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ ยังคงเติบโต

ทั้งนี้ “ไบรอัน คอร์เนล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Target ย้ำว่า บริษัทจะใช้ความคุ้มค่าเป็นหัวหอกหลักของยุทธศาสตร์สร้างการเติบโต ด้วยการทำให้ชาวอเมริกันรู้ว่า Target เป็นสุดยอดแหล่งช็อปปิ้ง ซึ่งจะได้ราคาดีที่สุดเสมอไม่ว่าจะซื้อที่หน้าร้านหรือผ่านออนไลน์

การลดราคานี้นับเป็นกลยุทธ์ราคาครั้งที่ 2 ของ Target ในปี 2024 ต่อเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ Target เปิดตัวไพรเวตแบรนด์ใหม่ในชื่อ Dealworthy ซึ่งรวบรวมสินค้าพื้นฐานสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและครัวเรือน อย่าง สายชาร์จมือถือ, น้ำยาซักผ้า, จานกระดาษ ฯลฯ ราคาถูกที่สุดเท่าที่บริษัทมีขายเอาไว้ภายใต้แบรนด์นี้

อย่างไรก็ตาม Target ไม่เปิดเผยว่า หั่นราคาขายสินค้าครั้งใหญ่นับพันรายการในครั้งนี้ และในอนาคตจะส่งผลกระทบกับซัพพลายเออร์ หรือทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นเอาไว้เอง

ส่วน Walmart หนึ่งในเจ้าตลาดของชำของสหรัฐ ไม่เพียงขยายจำนวนสินค้าที่เข้าร่วมโปรโมชั่นลดราคาสินค้าระยะสั้น ที่จัดเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาให้มากขึ้นถึง 45% แต่ยังเปิดตัวไพรเวตแบรนด์ใหม่ในชื่อ Bettergoods ที่มีสินค้าของกินระดับพรีเมี่ยมและกำลังอยู่ในกระแส มาขายในราคาจับต้องได้ตั้งแต่ 2-15 ดอลลาร์สหรัฐ อาทิ อาหารแช่แข็ง, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงสินค้าตามเทรนด์สุขภาพ อย่าง นมข้าวโอ๊ต ขนมปังไม่มีกลูเต็น เป็นต้น

โดยยักษ์ของชำย้ำว่า สินค้าส่วนใหญ่ในแบรนด์นี้จะมีราคาเพียงไม่เกิน 5 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เพื่ออาศัยจังหวะที่บรรดาฟาสต์ฟู้ดพากันขึ้นราคา ชิงฐานผู้บริโภคที่ต้องการอาหารราคาประหยัด

ไปในทิศทางเดียวกับอีกหลายธุรกิจ เช่น Aldi เชนซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อีกรายที่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมประกาศลดราคาสินค้าไปถึง 250 รายการ อาทิ เนื้อไก่, เนื้อสเต๊ก, ธัญพืชอัดแท่ง, บลูเบอรี่แช่แข็ง ฯลฯ เช่นเดียวกับ McDonald’s ซึ่งประกาศกำหนดการนำเมนูอาหารราคาประหยัด 5 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย แมคชิกเก้นหรือแมคดับเบิล, นักเก็ตไก่ 4 ชิ้น, เฟรนช์ฟราย และเครื่องดื่ม 1 แก้ว มาขายในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้แบบจำกัดเวลาเพียง 1 เดือน

หลังช่วงไตรมาสแรกยอดขายร้านเดิมของสาขาในสหรัฐอเมริกาต่ำกว่าคาดการณ์ไปเล็กน้อย และฟาสต์ฟู้ดรายอื่น ๆ เริ่มใช้กลยุทธ์ราคาทั้งลดราคาเมนูอาหารของตนลงหรือจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการอีกครั้ง ขณะที่ร้านอาหารฟาสต์แคชวลทั้ง Chipotle และ Sweetgreen ที่ราคาอาหารเฉลี่ยแพงกว่ากลับเติบโตสวนทางขึ้นมา เพราะระดับราคาที่ขยับเข้าใกล้กันกว่าเดิมทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่ามากกว่า

จากนี้ต้องจับตาดูว่ากลุ่มดิสเคานต์สโตล์-ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงฟาสต์ฟู้ดระดับแมส อย่าง แมคโดนัลด์ จะสามารถจูงใจให้ชาวอเมริกันกลับมาจับจ่ายในสาขาของตนอีกครั้งได้สำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางสภาพเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ยังท้าทายต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีก สงครามราคา