เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

จังหวะน้ำขึ้น ต้องรีบตัก “หุ้นจีน-ฮ่องกง” เข้าพอร์ต

26 มิ.ย. 2567 | 10:12น.
บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta Wealth

วันที่ 26 มิถุนายน 2567 หุ้นสหรัฐบวกขึ้นมาเยอะตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ ก็ยังไว้ลายตลาดมหาอำนาจโลกทำผลงานและมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องอยู่จีนก็มาแรง ฮ่องกงก็ราคาถูก วิกฤตต่าง ๆ ในจีนก็เริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจยังเติบโตดี เวียดนามก็ยังเป็นดาวรุ่งฐานการผลิตแบรนด์ชั้นนำของโลกทำเอาเลือกไม่ถูกกันทีเดียว

ผมมีข้อมูลดี ๆ มาชี้ช่องกระจายเงินลงทุนให้ครับเผื่อให้คุณใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกลงทุนช่วยเสริมแกร่งให้พอร์ตเติบโตในระยะยาวเรามาติดตามสถานการณ์โลกล่าสุดก่อนครับธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดก็ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกแล้ว ทำไมหุ้นสหรัฐยังไปต่อหรือหุ้นสหรัฐจะเป็นขาขึ้นฉุดไม่อยู่จริง ๆ​ แล้วถ้าเฟดลดดอกเบี้ยจริง ๆ ล่ะหุ้นสหรัฐจะวิ่งไปได้อีกมากแค่ไหน แล้วเราควรวาง position การลงทุนอย่างไรดีตามมาหาคำตอบกันครับ

เฟดคงดอกเบี้ยสูง หุ้นสหรัฐไปต่อ​

ล่าสุด ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 11-12 มิถุนายนที่ผ่านมาได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50% ตามที่ตลาดคาดไว้​ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 7 หลังจากที่เฟดได้มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดกันถึง 11 ครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 และนับเป็นระดับอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดในรอบ 23 ปี

เฟดยังได้เปิดเผยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Fed Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่าในปีนี้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5.1% ในการส่งสัญญาณปี 2567 นี้จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง จากที่เคยคาดการณ์ไว้ 3 ครั้ง ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้นอกจากนี้ในปี 2568 เฟดส่งสัญญาณว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 1%และดอกเบี้ยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4.1%

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฟดปรับเพิ่มการคาดการณ์ดอกเบี้ยระยะยาวสู่ระดับ 2.8% จากเดิมที่อยู่ที่ 2.9% ทำให้หลังจากประกาศ Fed Dot Plot ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจึงปรับตัวแข็งค่าขึ้นทำให้ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า

นอกจากนี้ เฟดได้คงตัวเลขการคาดการณ์ GDP สหรัฐไว้ที่ 2.1% ในปี 2567 และอยู่ที่ 2.0%ในปี 2568 และ 2569 ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในช่วงเดือนมีนาคมในส่วนของอัตราการว่างงานคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.0%, 4.2%, 4.1% ในปี 2567, 2568 และ 2569

มุมมองของประธานเฟด ‘เจอโรม พาวเวลล์’ กล่าวหลังการประชุมเฟดว่าอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ระดับสูงเกินไป แม้จะมีการชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา และระบุด้วยว่าการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ถูกเลื่อนออกไป

เนื่องจากแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะปรับตัวลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% นั้น มีความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ‘พาวเวลล์’ ออกตัวว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่านโยบายการเงินของเฟดมีการคุมเข้มมากพอแต่ความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่กรรมการเฟดต่างก็คาดหวังที่จะเห็น

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้ ประธานเฟดกล่าวว่ายังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดชาวอเมริกันจึงไม่มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็นซึ่งโดยภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเติบโตขึ้นและตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่งขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แต่อัตราการขยายตัวของเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญมโดยสรุปจนถึงเวลานี้ เฟดยังไม่มีความมั่นใจมากพอที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ค. ของสหรัฐอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าการคาดการณ์

ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ (วัดการใช้จ่ายภาคบริโภค) ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี เสียงสะท้อนจาก ‘ลอเร็ตตา เมสเตอร์’ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ยังคงมองว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

แม้ว่าการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดออกมาดีก็ตามและคิดว่าความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานนั้นมีสองด้านซึ่งการคาดการณ์ล่าสุดของผู้กำหนดนโยบายเฟดซึ่งส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียงครั้งเดียวในปีนี้นั้นถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับมุมมองของเธอเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ประเด็นตลาดแรงงานสหรัฐก็มีตัวเลขอัตราว่างงานที่ขยับเพิ่มขึ้นมาแตะ 4% หลัก ๆ มาจากปัญหาในกลุ่มแรงงานฐานรากกลุ่มคนเหล่านี้จะทนพิษดอกเบี้ยสูงได้อีกนานแค่ไหนในช่วงระหว่างทางที่ต้องรอเฟดควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่หมัดก่อน เมื่อถึงเวลานั้น เศรษฐกิจสหรัฐจะเป็นอย่างไร เป็นโจทย์หินของเฟดที่ trade off ระหว่างลดดอกเบี้ย กับกดเงินเฟ้อที่ตอนนี้หาคำตอบยากอยู่ครับ

แต่ในอีกมุมที่ซีกโลกยุโรป กระแสการลดดอกเบี้ยของโลกเกิดขึ้นแซงหน้าสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ECB สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ เป็นต้น สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลก World Bank หรือธนาคารโลก ออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ระบุว่าเศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว 2.6% ในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และขยายตัว 2.7% ในปี 2568 และ 2569 ซึ่งหากเศรษฐกิจโลกขยายตัว 2.6% ในปีนี้ได้ตามคาด ก็จะมีการขยายตัวเท่ากับปี 2566 และจะทำให้เศรษฐกิจโลกหลีกเลี่ยงการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3

โดยธนาคารโลกยังได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 2.5% ในปีนี้ไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2566 แต่เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ในเดือน ม.ค.ที่ระดับ 1.6% ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงสงสัย ปีนี้ เฟดตั้งท่าจะลดดอกเบี้ยตั้งแต่ต้นปีแล้วจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ลดดอกเบี้ย และเลื่อนออกไปอีก ทำไมเฟดคงดอกเบี้ยสูงไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% แล้วตลาดหุ้นสหรัฐยังวิ่งต่อครับ

ถ้าติดตามดูความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นมหาอำนาจอย่างสหรัฐที่มีแนวโน้มดีแม้เฟดจะยังคงดอกเบี้ยในระดับสูงอยู่ เราจะพบว่า ปีนี้ ตลาดถูก drive ด้วยหุ้นเมกะเทคและเทคตัวอื่นอยู่ครับ หลังจากที่ปีที่แล้วได้หุ้นเทค 7 นางฟ้าจุดพลุตลาดสว่างไสวไปทั่วโลก จนดัชนี S&P 500 ทำ All time high ประเด็นหลัก ๆ มาจากผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ยังออกมาสดใสธุรกิจที่มีอนาคตก็ย่อมจะเติบโตต่อเนื่องและเป็นตัวส่งให้ราคาหุ้นยังมีมูลค่าเพิ่มในระยะยาวครับ

คำคมของคุณปู่ Warren Buffett ตำนานนักลงทุนสาย VI ของโลก เคยกล่าวไว้ว่า “ตลาดหุ้นเป็นที่ที่คุณมองเห็นราคา แต่ไม่รู้มูลค่าที่แท้จริง นักลงทุนที่ดี คือ นักลงทุนที่รู้มูลค่าที่แท้จริงของสิ่งที่จะซื้อหรือขาย”

ดังนั้น หากคุณเห็นว่า หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นมามากแล้ว จะลองตามหาหุ้นดีราคาถูกส่วนตัวผมเชื่อว่ายังมีตลาดที่เหมาะสมให้เลือกซื้ออยู่ครับและน่าจะถือเป็นโอกาสดีที่จะกระจายพอร์ตการลงทุนด้วยซ้ำ

น้ำขึ้นให้รีบตัก หุ้นดีมีในจีน-ฮ่องกง โอกาสมาต้องรีบคว้า

“ที่ไหนมีวิกฤต ที่นั่นมีโอกาส” เวลาผมจะลงทุนหุ้นเพิ่มผมมักจะปักธงเป้าหมายตลาดที่มักลงมาต่ำ ๆ ครับจะนั่งหาข้อมูลทำการบ้านและรอเก็บเกี่ยวสินทรัพย์คุณภาพดี ๆ

ซึ่งตอนนี้ที่ผมเห็นหุ้นที่อยู่ในกระแสและมีแนวโน้มดีสุด ๆ ก็คงหนีไม่พ้น ‘หุ้นจีน’ ซึ่งผมมั่นใจตลาดนี้ เพราะมีอีกแรงที่ช่วยวิเคราะห์เชิงลึก นั่นคือ Market Prediction ที่ AI ของ Jitta Wealth ได้พัฒนาระบบคาดการณ์ตลาดจนสามารถชี้เป้าตลาดที่น่าลงทุนได้ครับช่วยทุ่นแรงได้มากเลยครับ ซึ่งเจ้า AI Market Prediction ก็ชี้เป้าว่าเวลานี้ หุ้นจีน-หุ้นฮ่องกงถือว่าน่าลงทุนกว่าตลาดอื่นครับ

นับตั้งแต่ต้นปี 2567 ดัชนี CSI300 ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนและนับตั้งแต่ต้นปี จนถึงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ดัชนี CSI300 พุ่งขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 5% เรียกว่าตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ทั้ง ๆ ที่ความกังวลในตลาดไม่ได้ลดลงครับความเสี่ยงด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังมีอยู่ เศรษฐกิจอาจจะเติบโตไม่เข้าเป้า เพราะล่าสุดธนาคารโลก คาด GDP จีนขยายตัว 4.8% ในปีนี้ ลดลงจาก 5.2% ในปีที่แล้ว และความขัดแย้งกับสหรัฐก็ยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP จีน เติบโตถึง 5%จากเดิมคาดการณ์ 4.6% ด้วยอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน และตัวเลข GDP ไตรมาสแรกที่ออกมาแข็งแกร่งระดับ 5.3% ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในหุ้นจีนส่วนใหญ่ยังเติบโต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตลาดหุ้นจีนพลิกตัวแรงอีกระลอก หลังรัฐบาลประกาศ ‘นโยบายการปฏิรูปตลาดหุ้นจีน’ วันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา China Securities Regulatory Commission (CSRC) ออกแถลงการณ์เรื่อง ‘9 มาตรการปฏิรูปตลาดทุน’ ซึ่งเป้าหมายหลักในการปฏิรูป คือ ควบคุมคุณภาพ ออกกฎเกณฑ์คุณสมบัติหุ้น IPO เพิ่มความโปร่งใส บทบาทของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนการลดความเสี่ยงและมุ่งพัฒนาตลาดทุนซึ่งจะทำให้มุมมองของชาวโลกต่อการลงทุนหุ้นจีนเปลี่ยนไป

การปฏิรูปครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว จากการปฏิรูปที่เป็นแนวโน้มระยะยาวเคยเกิดขึ้นในปี 2547 ทำให้หุ้นจีนทะยานกว่า 340% ในช่วง 4 ปีหลังประกาศ ส่วนการปฏิรูปครั้งที่สอง คือปี 2557 ตลาดหุ้นจีนพุ่งขึ้น 150% ในช่วง 1 ปีหลังการประกาศอีกแรงส่งที่ปัจจัยที่ทั่วโลกเฝ้ารอมานานข้ามปี คือรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นแรงสุดที่เคยทำมาในการแก้วิกฤตตลาดอสังหาฯ ตกต่ำโดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ยกเลิกอัตราดอกเบี้ยจำนองขั้นต่ำและลดอัตราส่วนการวางเงินดาวน์ลง และโน้มน้าวรัฐบาลท้องถิ่นซื้อบ้านค้างสต๊อกแล้วเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาสำหรับประชาชนกลายเป็นแรงบวกต่อหุ้นอสังหาริมทรัพย์จีนต่างเด้งรับข่าวดี

ตลาดมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นนโยบายที่แข็งแกร่งที่สุดในการช่วยยกระดับภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศจีนที่ตกต่ำมาหลายปี และนับเป็นก้าวใหม่ในการรณรงค์ของรัฐบาลจีนเพื่อที่จะจัดการกับภาวะถดถอยของภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นปัจจัยใหญ่ที่สุดที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ และกำลังคุกคามความมั่นคงทางสังคมจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยที่ขายไม่ออกกำลังพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี ขณะที่งานก่อสร้างต้องหยุดชะงักและผู้พัฒนาโครงการผิดนัดชำระหนี้ประชาชนประมาณ 5 ล้านคน จึงเสี่ยงต่อการว่างงานหรือรายได้ลดลง

วันนี้ จีนมีสัญญาณฟื้นตัวกลับมาที่ดีกว่าปีที่แล้วแม้ว่าความเสี่ยงจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์อาจจะยังไม่ได้หมดไปเสียทีเดียวแต่จีนยังมีเสาหลักทางเศรษฐกิจอื่นที่เติบโตได้โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีที่มีเป้าหมายนำประเทศสู่ China Innovation เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จีนประกาศตั้งกองทุนกองทุนเพื่อการลงทุนอุตสาหกรรมวงจรรวมแห่งชาติ (National Integrated Circuit Industry Investment Fund) ระยะที่ 3 ได้ระดมเงินรวม 344,000 ล้านหยวน (ประมาณ 47,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,739,450 ล้านบาท) จากรัฐบาลกลางธนาคารของรัฐ และองค์กรของรัฐหลายแห่ง

รวมถึงธนาคารเพื่ออุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (Industrial & Commercial Bank of China : ICBC) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และใหญ่ที่สุดในโลกขณะที่บริษัทการลงทุนของรัฐบาลท้องถิ่นในเสิ่นเจิ้นและปักกิ่งก็มีส่วนร่วมลงทุนด้วยก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เพื่อสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมชิปในประเทศจีนซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดจากรัฐบาลจีนในการที่จะพึ่งพาตนเองในด้านชิปเนื่องจากสหรัฐพยายามจำกัดการพัฒนาและการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปของจีนหรือปิดกั้นการเข้าถึงเทคโนโลยีนั่นเอง

ข่าวใหญ่นี้ก็เป็นอีกปัจจัยบวกที่หนุนหุ้นเทคโนโลยีจีนคืนชีพกลับมาสดใสครับ ต้องบอกว่าช่วง 2 เดือนมานี้ หุ้นจีนมีข่าวใหญ่ปัง ๆ เข้ามาดีดเด้งสดใสครับ ผมยังมีอีกตลาดหุ้นนักลงทุนต่างชาติมักเลือกลงทุนเพราะเป็นตลาดที่สามารถวิ่งเกาะตามหุ้นจีน นั่นก็คือ ตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งในปีนี้ก็เพิ่งปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในช่วงปลายเดือนมกราคม จนถึงปัจจุบัน ดัชนี Hang Seng ปรับตัวขึ้นมากกว่า 22% แล้ว

แสดงให้เห็นว่าเงินทุนจากต่างชาติเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกงอีกครั้งส่งสัญญาณว่าตลาดหุ้นกำลังฟื้นตัว เจพีมอร์แกนได้วิเคราะห์มุมมองที่เป็นบวกต่อ ตลาดหุ้นจีนและเชื่อมั่นว่าภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการฟื้นอสังหาริมทรัพย์มุมมองของ เวนดี หลิว หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดหุ้นเอเชียและจีน

เจพีมอร์แกน มีความเห็นว่าตลาดหุ้นจีนถือเป็นตลาดที่มีราคาถูกมากที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยดึงดูดแรงซื้อของนักลงทุน เชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นจีนในปี 2567 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2566 โดยส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

หากคุณจำกันได้ ผมแนะนำลงทุนหุ้นจีนตั้งแต่ปลายปีที่แล้วละครับซึ่งใครที่เริ่มลงทุนตามผมในตอนนั้น วันนี้คุณได้รับผลตอบแทนบวกกันแล้ว เพราะ Jitta Ranking ตัวท็อป ๆ อย่างหุ้นจีน หุ้นฮ่องกง หุ้นเทคโนโลยีจีนตั้งแต่ต้นปีมานี้ทำผลตอบแทนได้ตั้งแต่ 14-16% ถือว่าค่อนข้าง Perform ได้ดีมาก

วันนี้ ผมเชื่อว่าหุ้นจีนเดินออกมาจากอุโมงค์แล้วครับหลังจากที่ร่วงลงต่ำสุดมานานจากวิกฤตต่าง ๆ ที่ถาโถมตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาแน่นอนว่าผลตอบแทนเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มีปัจจัยสนับสนุนที่ดีคอยส่งเสริมและที่สำคัญแนวโน้มยังคงไปต่อ

แม้ปีนี้ ผลตอบแทนจะดูว่าบวกขึ้นมาเยอะ แต่อย่าลืมว่าเพิ่งจะผ่านมาแค่ครึ่งปีเท่านั้นจากปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ มีโอกาสสูงที่ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงจะกลับมาเติบโตมากขึ้นไปอีกในอนาคตตอนนี้ผมบอกได้เพียงว่า น้ำขึ้นให้รีบตักครับ ถ้าคุณเห็นหุ้นจีนคุณภาพ ราคายังไม่สูงมากนักเป็นโอกาสเข้าลงทุน เพื่อการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นจีน บทความ