สถาบันอัญมณีฯ สำรวจโอกาสการค้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับใน 4 เมืองรองของจีน ซูโจว หนานจิง หางโจว และหนิงโป พบมีโอกาสสูงมาก โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางออนไลน์ แนะเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสม และใช้ KOL ที่มีชื่อเสียงช่วยทำตลาด
วันที่ 1 สิงหาคม 2567 นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า GIT ได้สำรวจโอกาสทางการค้าขายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในตลาดจีน โดยได้เลือกเมืองรองที่มีศักยภาพการเติบโตสูง 4 เมืองคือ ซูโจว หนานจิง หางโจว และหนิงโป ซึ่งล้วนแต่เป็นเมืองที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงที่ทางการจีนให้การสนับสนุน
โดยผลการสำรวจพบว่า สินค้าไทยมีโอกาสขายเข้าสู่ทั้ง 4 เมืองเหล่านี้ โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะเป็นเมืองที่มีกำลังซื้อสูง มีต่างชาติเข้ามาลงทุนมาก เป็นเมืองท่าเรือสำคัญ ทำให้เศรษฐกิจมีความคึกคัก
ทั้งนี้ คณะวิจัยของ GIT ยังได้พบปะหารือกับนายกสมาคม Jiangsu Jewelry & Jade Trade Association เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับระหว่างกัน และยังได้สำรวจผู้ประกอบการที่อยู่บนถนน Taiping Nanlu เป็นย่านสำคัญที่มีร้านค้าอัญมณีและเครื่องประดับเรียงรายจำนวนมาก คล้ายเยาวราชในไทย
ขณะเดียวกัน ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการจีน พบว่า ปัจจุบันชาวจีนมีความนิยมในพลอยสีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทับทิม แซฟไฟร์ และมรกต มีการเก็บเป็นมรดกตกทอด หรือซื้อเพื่อเก็งกำไร โดยครอบครัวที่ฐานะดีมักจะมองหาพลอยสีคุณภาพสูง โดยพลอยสีเหล่านี้มีการนำเข้าจากหลายแหล่งทั้งแอฟริกา ศรีลังกา และไทย ทั้งจากการเดินทางไปซื้อขายเอง ผ่านคนรู้จักเป็นตัวกลาง และรับมาจากทางเสิ่นเจิ้น เนื่องจากเสิ่นเจิ้นไม่เพียงเป็นแหล่งนำเข้าและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ของประเทศ ยังเป็นตัวกลางในการประสานงานด้วย
นายสุเมธกล่าวว่า สำหรับช่องทางการเข้าสู่ตลาด ควรจะใช้ช่องทางออนไลน์ เพราะในจีนตลาดซื้อขายออนไลน์เติบโตมาก โดยการใช้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (Cross-Border e-Commerce) ผ่าน Tmall Global หรือ JD International ซึ่งมีการผ่อนปรนเรื่องภาษีสำหรับผู้ซื้อที่มีการสั่งสินค้า 5,000 หยวนต่อคนต่อครั้ง และรวมทั้งปีไม่เกิน 24,000 หยวนต่อปี แต่ในแง่ของสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีราคาสูง ก็อาจไม่เอื้อให้ใช้ช่องทางนี้ แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ราคาไม่สูงมากนัก เป็นเครื่องประดับแฟชั่นก็มีโอกาสสูง
นอกจากนี้ ยังสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดจีนได้โดยตรง โดยใช้ช่องทางออนไลน์ในประเทศ โดยเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม โดย Tmall และ Taobao เน้นสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย JD.com เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้า Pinduoduo เน้นสินค้าเกษตร และ Douyin เน้นสินค้าประเภทเครื่องประดับ และเมื่อเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมแล้ว สินค้าที่จะนำไปจำหน่ายในร้านออนไลน์ต้องถ่ายภาพให้สวย ดูแวววาว สวยงาม มีใบเซอร์รับประกัน รวมทั้งควรจะใช้บุคคลที่มีอิทธิพล มีชื่อเสียง (Key Opinion Leader-KOL) มาช่วยขายสินค้า