เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
Finance ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
Finance โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
ชำแหละงบแก้น้ำท่วม กทม. ACT จี้ตรวจสอบความคุ้มค่า
Economic ชำแหละงบแก้น้ำท่วม กทม. ACT จี้ตรวจสอบความคุ้มค่า
สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว อภิปรายไม่ไว้วางใจ เปลี่ยนขั้วการเมือง
Politics สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว อภิปรายไม่ไว้วางใจ เปลี่ยนขั้วการเมือง
ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ปัญหาหนี้ของสหรัฐอเมริกา
World ปัญหาหนี้ของสหรัฐอเมริกา
คิกออฟโซลาร์ล้านหลัง ผู้ให้บริการกว่าพันราย
Economic คิกออฟโซลาร์ล้านหลัง ผู้ให้บริการกว่าพันราย
‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
Economic ‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
News อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
ดูทั้งหมด

สภาพัฒน์ ชี้อัตราว่างงาน-หนี้เสียยังเพิ่ม จับตากู้เงินนอกระบบบนโซเชียลมีเดีย

26 ส.ค. 2567 | 14:02น.
สภาพัฒน์ ชี้อัตราว่างงาน-หนี้เสียยังเพิ่ม

สภาพัฒน์เผยอัตราว่างงานคนไทยไตรมาส 2 ปี 2567 เพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังจากฟื้นตัวจากโควิด-19 ขยับมาสู่ 1.07% ส่วนเทรนด์หนี้เสียยังเพิ่มขึ้นมาที่ 2.99% เร่งแบงก์ช่วยปรับโครงสร้างหนี้-จับตาประเด็นการกู้เงินนอกระบบบนโซเชียลมีเดีย

วันที่ 26 สิงหาคม 2567 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2567 ภาพรวมการจ้างงานในไตรมาส 2/67 ลดลง 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนผู้มีงานทำอยู่ที่ 39.5 ล้านคน

การจ้างงานที่ลดลง เป็นผลจากการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่ลดลง 5% ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรขยายตัว 1.5% โดยสาขาโรงแรมและภัตตาคาร เพิ่มขึ้น 4.9% สาขาขนส่งและเก็บสินค้าเพิ่มขึ้น 9% และสาขาการผลิตเพิ่มขึ้น 2.2%

“ถ้าเราดูจะเห็นว่าสาขาภาคเกษตรมีการจ้างงานลดลงต่อเนื่อง ส่วนสาขานอกภาคเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาหลายไตรมาส แสดงให้เห็นว่าแรงงานภาคเกษตรมีการเคลื่อนย้ายไปนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น” นายดนุชากล่าว

นอกจากนี้ ยังเห็นอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นครั้งแรก หลังจากฟื้นตัวจากโควิด-19 อัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.07% โดยมีผู้ว่างงาน 430,000 คน เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ที่เคยทำงานมาก่อน ทั้งนี้ ผู้ว่างงานระยะยาวลดลงต่อเนื่องที่ 5.7% ส่วนอัตราการว่างงานในระบบประกันสังคมอยู่ที่ 1.92% ลดลงจาก 2.13% ในไตรมาส 2 ปี 2566

สำหรับประเด็นหนี้สินครัวเรือนในไตรมาสที่ 1 หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่ารวม 16.37 ล้านล้านบาท ขยายตัว 2.5% ชะลอลงจาก 3% ในไตรมาสก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 90.8% ลดลงจาก 91.4% ในไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนที่ปรับลดลงมาจากประเด็นที่ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อแก่ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินเชื่อของครัวเรือนปรับลดลงต่อเนื่อง โดยหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารพาณิชย์มีมูลค่ารวม 1.63 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.99% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจาก 2.88% ในไตรมาสที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นการปรับขึ้นเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ต่อสินเชื่อรวมในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 อยู่ที่ 8.5% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 สูงกว่าก่อนช่วงโควิด-19 (ไตรมาสที่ 4 ปี 2562) ที่เคยอยู่ที่ 8% สะท้อนปัญหารายได้ของครัวเรือนที่อาจยังไม่ฟื้นตัว ภายหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เริ่มสิ้นสุดลง

กลุ่มหนี้ที่มีปัญหาคือ กลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิตที่มีหนี้เสียและมีหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ที่ 4.13% จาก 3.57% ในไตรมาส 4 ปี 2566 และยังพบว่าจำนวนบัญชีบัตรเครดิตที่เริ่มมีสถานะผิดนัดชำระหนี้ 1 ถึง 3 เดือนขยายตัวเร่งขึ้น หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการปรับอัตราการจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% ตั้งแต่รอบบัญชีมกราคมปี 2567 ทำให้ลูกหนี้มียอดผ่อนชำระในแต่ละงวดเพิ่มขึ้น และลูกหนี้บางส่วนปรับตัวไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้

“สถาบันการเงินจะต้องเร่งปรับโครงสร้างลูกหนี้บัตรเครดิตที่เริ่มผ่อนชำระไม่ไหว ขณะที่ลูกหนี้จะต้องรีบติดต่อสถาบันการเงินเพื่อไม่ให้เกิดหนี้เสีย” นายดนุชากล่าว

ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราการผ่อนชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำไว้ที่ 8% ไปจนถึงสิ้นปี 2568 และยังไม่ได้ปรับขึ้นเป็น 10% นั้น นายดนุชาระบุว่าจะกระทบกับกลุ่มลูกหนี้ที่จำเป็นจะต้องผ่อนชำระ แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นการสร้างวินัยทางการเงิน หากจะมีการทบทวนปรับลดลง จะต้องมีการหารือก่อน เพื่อให้ได้ตัวเลขที่เหมาะสม และหากจะคงไว้ที่ 8% จะต้องมีมาตรการอื่นมาเพิ่มเติม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับลูกหนี้

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลถึงรูปแบบการให้กู้ยืมเงินนอกระบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินนอกระบบผ่านโซเชียลมีเดีย อาจนำไปสู่พฤติกรรมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และก่อหนี้เกินตัวได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการก่อหนี้สิน จากอัตราดอกเบี้ยนอกระบบที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กรุ่นใหม่

สำหรับข้อเสนอที่มีการเสนอให้ปรับลดการเก็บเงินสมทบกองทุนเพื่อฟื้นฟูสถาบันการเงิน (FIDF) ที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 0.46-0.47% ลงครึ่งหนึ่ง แล้วนำเงินที่เหลือไปช่วยลดหนี้ครัวเรือนให้กับประชาชน นายดนุชากล่าวว่าในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการหารือกัน ระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่ามาตรการจะมีผลอย่างไรบ้างเมื่อออกมา โดยในส่วนนี้ก็ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหานี้