เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ดูทั้งหมด

“เผ่าภูมิ” แนะ “แบงก์ชาติ” ลดดอกเบี้ยแก้บาทแข็ง ชี้แทรกแซงเงินบาทยังไม่พอ

01 ต.ค. 2567 | 14:37น.
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล

เผ่าภูมิ รมช.คลัง ชี้แบงก์ชาติแทรกแซงค่าเงินแก้ปมบาทแข็ง-ผันผวนหนักยังไม่พอ มองเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แนะควรลดดอกเบี้ยนโยบาย แก้ “เงินบาทแข็งค่า” เผยช่วงนี้ค่าเงินควรอยู่ระดับ 34 บาท/ดอลลาร์

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทว่า สถานการณ์ความผันผวนของค่าเงินบาทในขณะนี้ การแก้ไขด้วยการแทรกแซงค่าเงินบาทอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะหากไปดูที่ต้นตอจะพบว่าการแข็งค่าของเงินบาทเกิดจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายการเงินของชาติมหาอำนาจ จนส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลเข้าจนทำให้เกิดการแข็งค่าของเงินบาท

ทั้งนี้ มองว่าแนวทางการแก้ไขเรื่องดังกล่าวต้องทำใน 2 ส่วนสำคัญ โดยการแก้ไขที่แนวหลัก คืออัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะเป็นการดูแลในระยะยาว ส่วนการดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวนในระยะสั้น ต้องแก้ไขด้วยการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้น การแทรกแซงค่าเงินอย่างเดียวเพื่อดูแลสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนคงไม่พอ ไม่อย่างนั้นก็ต้องแทรกแซงต่อไปเรื่อย ๆ เพราะแนวหลักอย่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่แตกต่างกันเกินไป ก็จะทำให้มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“การแก้ไขความผันผวนของค่าเงินบาทด้วยการแทรกแซงค่าเงิน เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่เพียงพอ เพราะต้นตอที่เป็นปัญหาระยะยาว คืออัตราดอกเบี้ยนโยบายของเรายังมีความแตกต่างกับนโยบายทางการเงินของโลกอยู่พอสมควร” รมช.คลังกล่าว

นอกจากนี้ มองว่าการดูแลค่าเงินบาทจะต้องบริหารจัดการไม่ให้ผันผวนมากเกินไป ซึ่งปัจจุบันเงินบาทไทยแข็งค่าเป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค เรียกว่าอยู่ในเกณฑ์แข็งค่ามากเกินไป โดยเห็นว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันควรอยู่ที่ระดับ 34 บาทกว่า ๆ ต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ประกอบ ทั้งความเหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะค่าเงินของเพื่อนบ้าน และประเทศคู่ค้า แต่ในภาพรวมต้องยอมรับว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจและผู้ประกอบการในแต่ละช่วงเวลามีความแตกต่างกัน ก็ต้องมาพิจารณาปัจจัยประกอบในแต่ละช่วงเวลาว่าเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยต้องพยายามบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนให้เกาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและคู่ค้าให้ได้ ตรงนี้เป็นโจทย์สำคัญ เพราะหากปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าจนเกินไป การค้าขายจะมีปัญหา ส่วนที่มีการระบุว่าภาคส่งออกบางกลุ่มยังไม่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทนั้น ส่วนตัวไม่อยากให้หยิบประเด็นเล็ก ๆ มาคุยกัน แต่อยากให้มองภาพรวมว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ และการที่ค่าเงินสูงกว่าคนอื่น นั่นหมายความว่าสินค้าของเราจะมีความสามารถในการแข่งขันที่ต่ำลง ถือเป็นข้อด้อย และหน่วยงานที่รับผิดชอบควรพิจารณาเรื่องนี้

นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบชั่งน้ำหนักใน 2 มิติเสมอ คือน้ำหนักด้านศักยภาพของเศรษฐกิจ และน้ำหนักด้านเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการเงินในระดับที่สูงมาก ขณะที่ศักยภาพทางเศรษฐกิจนั้นยังไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นทั้ง 2 ส่วนจะต้องจุนเจือให้เกิดความสมดุล การที่เศรษฐกิจจะมีศักยภาพสูงจนไม่สนใจเสถียรภาพทางการเงินเลยก็ไม่ดี ขณะเดียวกัน การที่มีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งจนเกินไป โดยไม่สนใจศักยภาพทางเศรษฐกิจ แบบนี้ก็จะเดินไปไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องสร้างสมดุล โดยหากถามว่าปัจจุบันทั้ง 2 มิติสมดุลหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า “ยังไม่สมดุล”

สำหรับประเด็นเรื่องส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบาย กับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินฝากนั้น ก็เป็นอีกปัญหาที่มองว่าเป็นหน้าที่ของ ธปท.ที่จะต้องเร่งแก้ไข เพราะว่าเป็นภาวะความเดือดร้อนของประชาชน และสามารถมองได้ว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันการเงินที่เข้มแข็งอยู่แล้ว ดังนั้น จึงควรจะพิจารณาในมิติของการเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการปล่อยสินเชื่อ เพื่อให้สภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในอัตราที่ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่า

โดยสิ่งที่กระทรวงการคลังสามารถทำได้ในส่วนนี้ คือการหารือกับ ธปท.และธนาคารพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนในมุมของสถาบันการเงินของรัฐนั้น คลังสามารถดำเนินการให้เข้าไปช่วยเหลือจุนเจือประชาชนได้ด้วย ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าก็จะเป็นจุดสปาร์กให้ตลาดมีการปรับตัวมากขึ้น แต่คลังก็อาจจะทำได้ไม่เต็มไม้เต็มมือ และคงต้องขอความร่วมมือไปยัง ธปท.