เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

MEDEZE เทรดวันแรก ราคาเปิด 13.30 บาท เหนือจอง 47.78%

15 ต.ค. 2567 | 10:50น.

เมดีซ กรุ๊ป หรือ MEDEZE หุ้นไอพีโอน้องใหม่ เข้าซื้อขายตลาดหุ้นวันนี้วันแรก มีราคาเปิดอยู่ที่ 13.30 บาท เพิ่มขึ้น 4.3 บาท เหนือจอง 47.78% จากราคา IPO ที่ 9 บาท ลุยนำเงินขยายธุรกิจ-ลงทุนติดตั้งระบบการจัดเก็บเซลล์ด้วยหุ่นยนต์

วันที่ 15 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ธุรกิจให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) สำหรับทารกแรกเกิด (สกัดจากเลือดและเนื้อเยื่อสายสะดือ) และบุคคลทั่วไป (สกัดจากเนื้อเยื่อไขมัน) มากว่า 14 ปี การให้บริการครอบคลุมการจัดเก็บด้วยการแช่แข็งเซลล์ต้นกำเนิดในระยะยาวมาตรฐานระดับสากล Association for the Advancement of Blood and Biotherapies (AABB) จากสหรัฐอเมริกา

และต่อยอดการให้บริการครอบคลุมถึงการตรวจศักยภาพเซลล์คุ้มกัน (NK Cells) ด้วยทีมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการพัฒนาการให้บริการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ MEDEZE ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั้งในและต่างประเทศด้วยดีเสมอมา

เหนือจอง 47.78%

โดยเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันนี้ (14 ต.ค. 2567) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจการแพทย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “MEDEZE” มีราคาเปิดวันแรกอยู่ที่ 13.30 บาท เพิ่มขึ้น 4.3 บาท เหนือจอง 47.78% จากราคา IPO ที่ 9 บาท

MEDEZE มีทุนชำระแล้ว 534 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 268 ล้านหุ้น โดยเสนอขายให้แก่บุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 201 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัท ไม่เกิน 40.20 ล้านหุ้น และกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อย ไม่เกิน 26.80 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคม 2567 ที่ราคาหุ้นละ 9 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 2,412 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 9,612 ล้านบาท

โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ

นพ.วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมดีซ กรุ๊ป เปิดเผยว่า การระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้แก่บริษัท โดยมีแผนที่จะขยายธุรกิจเซลล์รากผม (Hair Follicle Cell Bank) และลงทุนติดตั้งระบบการจัดเก็บเซลล์ด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Cell Culture System)

ซึ่งเซลล์ต้นกำเนิดนับเป็นหัวใจของการป้องกัน การรักษาโรค และการฟื้นฟูร่างกาย หรือแม้แต่การชะลอวัย โดยบริษัทมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมที่เป็นระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของการให้บริการ เพื่อครองความเป็นผู้นำแห่งอุตสาหกรรมเซลล์ต้นกำเนิดที่ทันสมัยของประเทศไทย และในภูมิภาคอาเซียน

MEDEZE มีผู้ถือหุ้น 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ 1) กลุ่มครอบครัวเขมะรังสรรค์ 58.29% 2) นพ.จำรัส สกุลไพศาล 13.84% 3) รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย 2.77% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (PE ratio) เท่ากับ 35.55 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566-วันที่ 30 มิถุนายน 2567 หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (Fully Diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.25 บาท

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย หุ้นไอพีโอ (IPO)