เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
เศรษฐกิจภูมิภาค สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
Tech จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
Finance มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
Economic ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ 3 ดีไซเนอร์ ชู“Thai Craft Wisdom” สู่ ELLE Fashion Week 2026
Biz Movement ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ 3 ดีไซเนอร์ ชู“Thai Craft Wisdom” สู่ ELLE Fashion Week 2026
หุ้นไทยเกือบหลับ เช้าร่วงหนักตามแรงขายหุ้นเทคฯ ก่อนปิดตลาดได้ “แบงก์-โรงพยาบาล” แบก
Finance หุ้นไทยเกือบหลับ เช้าร่วงหนักตามแรงขายหุ้นเทคฯ ก่อนปิดตลาดได้ “แบงก์-โรงพยาบาล” แบก
เอกนิติ เปรียบไทยเรือลำเล็ก รับมือ 4 พายุใหญ่ ย้ำรักษาวินัย-เสถียรภาพการคลัง
Finance เอกนิติ เปรียบไทยเรือลำเล็ก รับมือ 4 พายุใหญ่ ย้ำรักษาวินัย-เสถียรภาพการคลัง
ดูทั้งหมด

เหตุผลที่ PIIE สถาบันวิจัยชื่อดังในสหรัฐแทงสวน นโยบายทรัมป์ดีต่อเศรษฐกิจโลก

01 พ.ย. 2567 | 07:20น.
โดนัลด์ ทรัมป์

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่วิเคราะห์ว่านโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมโหฬาร โดยเฉพาะนโยบายเก็บภาษีนำเข้าทั้งกระดานอัตรา 10% และเก็บภาษีสินค้าจากจีนอัตรา 60% ซึ่งจะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างประเทศลดลง และจะมีหลายประเทศที่ตกเป็นเป้าปลายทางรับสินค้าจีนที่เบี่ยงเส้นทางมาจากสหรัฐ

แต่สถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (Peterson Institute for International Economics : PIIE) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจชื่อดังในสหรัฐกลับ “แทงสวน” โดยนำผลการจำลองโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ล่าสุดออกมาบอกว่า หากทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีแล้วนำนโยบายสำคัญของเขาไปใช้ร่วมกันจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโลก 

น่าสนใจว่าสถาบันปีเตอร์สันค้นพบอะไร จึงได้ข้อสรุปสวนทางมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เช่นนี้

สถาบันปีเตอร์สันระบุในบทความเผยแพร่รายงานฉบับใหม่ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ วาดภาพสหรัฐเป็นเหยื่อของชาวต่างชาติ และบอกว่าตนเองจะเป็นผู้แก้ไขความไม่สมดุลเหล่านี้ โดย (1) ส่งผู้อพยพที่ทำงานในสหรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมากกว่าล้านคนออกจากประเทศ (2) เก็บภาษีนำเข้าสินค้าสูงขึ้นโดยเก็บ 60% สำหรับสินค้าจากจีน และ 10% สำหรับประเทศอื่น ๆ (3) เพิ่มอิทธิพลของประธานาธิบดีเหนือธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด (Federal Reserve System) 

ทรัมป์บอกว่านโยบายเหล่านี้จะทำให้ชาวต่างชาติต้องจ่ายคืนให้สหรัฐตามที่สมควร แต่การศึกษาของ PIIE พบว่าผลลัพธ์ของการใช้นโยบายทั้งหมดนี้จะออกมาเป็นไปในทางตรงข้าม 

จากการวิจัยร่วมของคณะนักวิจัยจำนวน 3 คนของ PIIE ได้ข้อสรุปว่า หากนำนโยบายเหล่านี้ของทรัมป์ไปใช้ร่วมกันจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐเสียเอง และในขณะเดียวกันก็จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่

การศึกษาวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาผลกระทบจากนโยบายทั้ง 3 ของทรัมป์ต่อเศรษฐกิจของ 24 ประเทศในช่วงจากปีนี้ไปถึงสิ้นปี 2028 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง 4 ปีของประธานาธิบดีคนใหม่ โดยมีแบบจำลองสถานการณ์แบบ “ต่ำ” และแบบ “สูง” 

ข้อค้นพบที่สำคัญ คือ การดำเนินนโยบายทั้ง 3 นี้จะส่งผลให้เศรษฐกิจของสหรัฐ จีน และเม็กซิโก โตต่ำกว่ากรณีที่ไม่ใช้นโยบายเหล่านี้ ขณะที่เศรษฐกิจของอีก 21 ประเทศจะเติบโตดีกว่าเมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่ได้นำนโยบายเหล่านี้ของทรัมป์ไปใช้ 

การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนและเม็กซิโกจะ “ชะลอตัวลง” จากปัจจัยหลัก คือ อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐที่สูงขึ้น เนื่องจากทั้งสองประเทศมีการค้ากับสหรัฐสูงมากทั้งในเชิงปริมาณและมูลค่า ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่มีการค้ากับสหรัฐน้อยกว่าก็จะได้รับผลกระทบจากภาษีน้อยกว่า กล่าวคือ การวิจัยของ PIIE สรุปว่า การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าโลกในวงกว้างมากนัก 

ในทางกลับกัน ตุรกีและรัสเซีย ซึ่งไม่มีการค้ากับสหรัฐมากนักจะเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่ได้ประโยชน์ เนื่องจากมีเงินทุนไหลเข้าสู่ภาคเกษตรกรรมและการผลิตจำนวนมาก ทำให้การลงทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แบบจำลองนี้ไม่ได้คิดรวมถึงผลกระทบของการคว่ำบาตรทางการเงินต่อรัสเซีย

ส่วนประโยชน์อื่น ๆ ที่ประเทศต่าง ๆ จะได้ คือ จะมีเงินลงทุนไหลเข้าประเทศมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนจะตอบสนองต่อการสูญเสียอิสระของธนาคารกลางสหรัฐโดยโยกเงินออกจากตลาดหุ้นสหรัฐไปลงทุนในตลาดของประเทศอื่น ซึ่งหากไม่มีการใช้นโยบายนี้ เงินทุนดังกล่าวจะอยู่ในตลาดทุนสหรัฐ และถูกนำไปใช้หนุนเสริมเศรษฐกิจสหรัฐ 

สำหรับสหรัฐเอง นโยบายของทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อครัวเรือนและธุรกิจสหรัฐ ทำให้การจ้างงานลดลงและกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรและสินค้าคงทนมากที่สุด เนื่องจากภาคการผลิตเหล่านี้พึ่งพาการค้าและการลงทุนระดับโลก ส่วนดุลการค้าที่ทรัมป์ต้องการลดการขาดดุลนั้น นโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของเขาจะไม่ได้ช่วยปรับปรุงดุลการค้าของสหรัฐมากนัก

“แม้ว่าทรัมป์จะสัญญาว่าจะทำให้ชาวต่างชาติต้องจ่าย แต่การวิเคราะห์ของเราแสดงให้เห็นว่านโยบายของเขาจะทำให้ชาวอเมริกันต้องจ่ายมากที่สุด” PIIE สรุป