เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
Biz Movement แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
ดูทั้งหมด

มาตรการแก้หนี้เสีย ‘บ้าน-รถ’ จะกระทบธุรกิจแบงก์อย่างไร

04 พ.ย. 2567 | 16:46น.
หนี้บ้าน หนี้รถ

บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์แนวทางการออกมาตรการพิเศษ แก้หนี้เสีย ‘บ้าน-รถ’ คลายล็อกปัญหาหนี้ครัวเรือน รูปแบบเบื้องต้น ‘ลูกหนี้เข้าร่วมต้องมียอดค้างชำระไม่เกิน 1 ปี ได้สิทธิพักชำระดอกเบี้ย 3 ปี เงินต้นจะมีการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดค่างวด’ มองลบกระทบธุรกิจแบงก์เล็กน้อย คล้ายช่วง COVID แต่ขนาดรอบนี้น่าจะเล็กกว่ามาก ทุก 0.1% ของ NIM ที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อกำไรสุทธิกลุ่มประมาณ 5%

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข่าวเกี่ยวกับการแก้หนี้ครัวเรือน โดยเบื้องต้นสมาคมธนาคารไทยเตรียมจะออกมาตรการเร็ว ๆ นี้ ซึ่งการช่วยเหลือจะเน้นไปที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, สินเชื่อรถยนต์ (ยอดสินเชื่อลูกหนี้ต่อรายประมาณ 8-9 แสนบาท), สินเชื่อบ้าน (ยอดสินเชื่อลูกหนี้ต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท) ที่มีปัญหาชำระหนี้มียอดค้างชำระไม่เกิน 360 วัน หรือ 1 ปี (Stage 2 + NPL) และเป็นผู้ที่มีปัญหาการชำระหนี้มาแล้วก่อนที่มาตรการนี้จะออกมา (ลด Moral Hazard)

โดยแนวทางการช่วยเหลือจะทำผ่านการพักชำระดอกเบี้ย (ระยะเวลา 3 ปี) หากสามารถทำได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยในส่วนที่พักไว้ แต่หากไม่สามารถชำระได้ตลอดเงื่อนไข ดอกเบี้ยที่พักไว้จะยังคงอยู่เช่นเดิม ส่วนเงินต้นจะมีการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดค่างวด

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการจะต้องหยุดก่อหนี้ระยะหนึ่ง หากไม่สามารถทำได้ก็จะยุติการพักดอกเบี้ย โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าสิ้นงวดไตรมาส 2/2567 ทั้งระบบสถาบันการเงิน สินเชื่อบ้านมี NPL ราว 1 แสนล้านบาท (NPL Ratio ที่ 3.7%) และ Stage 2 ราว 1.4 แสนล้านบาท (สัดส่วน 5.3% ของสินเชื่อบ้าน)

ด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มี NPL ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท (NPL Ratio ที่ 2.3%) และ Stage 2 ที่ 1.7 แสนล้านบาท (สัดส่วน 15.1% ของสินเชื่อรถยนต์, สิ้นปี 2566 ที่ 14.3%) ภาพรวมยังคงต้องรอแนวทางช่วยเหลืออย่างเป็นทางการต่อไป

โดยความเห็นฝ่ายวิจัยต่อกลุ่มธนาคาร มองลบเล็กน้อย รูปแบบแนวทางการช่วยเหลือดังกล่าวคล้ายช่วง COVID แต่ขนาดรอบนี้น่าจะเล็กกว่ามาก อิงตามมูลหนี้ NPL + Stage 2 ของสินเชื่อบ้านและรถยนต์ข้างต้น (มูลหนี้เข้าร่วมการ ช่วยเหลือสูงสุดช่วงเดือน ก.ค. 2563 ที่ 7.2 ล้านล้านบาท ช่วงดังกล่าวพักเงินต้น + ดอกเบี้ยราว 6 เดือน) ประกอบกับการห้ามก่อหนี้ใหม่ อาจสะท้อนว่าการเข้าร่วมเป็นไปตามการสมัครใจของลูกหนี้ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือให้กับลูกหนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร

โดยการพักดอกเบี้ย แม้ทางบัญชีตามหลักดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา (EIR) ของ TFRS 9 ทำให้ธนาคารพาณิชย์ยังรับรู้ดอกเบี้ยทางบัญชีในงบกำไรขาดทุน แต่จะส่งผลให้รายการดอกเบี้ยค้างรับ (บันทึกในงบดุล) มีโอกาสปรับขึ้น (ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชดเชยมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจใช้กระบวนการลดนำส่ง FIDF จากปัจจุบันที่ 0.46% ของเงินฝาก)

ขณะที่การยกเว้นดอกเบี้ยที่ถูกพักไว้ หากลูกหนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไข เบื้องต้นมองว่าระยะเวลาในการประเมินผลน่าจะเกิน 1 ปี กรณีที่มีการ Waive ดอกเบี้ยค้างรับ คาดปัจจัยนี้ยังไม่ส่งผลต่อประมาณการปี 2568

ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดค่างวด (ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ) แม้ทำให้แนวโน้มสินเชื่อรายย่อยมีอัตราการติดลบน้อยลง เพราะการชำระเงินต้นน้อยลง แต่การขยายเทอมการชำระหนี้ ประเมินกดดันต่อ Yield on Loan ซึ่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ขึ้นอยู่กับมูลหนี้เข้าร่วมมาตรการ โดยเฉพาะจากส่วนที่เป็นมูลหนี้ Stage 2 (ดอกเบี้ยรับของสินเชื่อ NPL ทาง ธปท. ให้ธนาคารพาณิชย์มีการตั้ง ECL เท่ากับดอกเบี้ยจากสินเชื่อ NPL ที่รับรู้ จึงไม่มีผลต่อกำไรสุทธิ)

โดยภายใต้ Sensitivity Analysis พบว่าทุก 0.1% ของ NIM ที่เปลี่ยนแปลงจากสมมติฐานจะส่งผลต่อกำไรสุทธิกลุ่มประมาณ 5% ด้านคุณภาพสินทรัพย์ การให้ความช่วยเหลือครอบคลุม Stage 2 อาจช่วยชะลอการไหลตกชั้นเป็น NPL ขณะที่การเลื่อนชั้นขึ้นจาก NPL ตาม TFRS 9 ของลูกหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ ต้องจ่ายติดกัน 3 เดือน จึงขึ้นมาเป็น Stage 2 และหลังจากนั้นจ่ายติดกันต่อเนื่อง 9 เดือน ถึงจะกลับสู่ Stage 1

“ด้วยระยะเวลาพักดอกเบี้ยที่ค่อนข้างนาน และมีเงื่อนไขในการยกเว้น ดอกเบี้ยให้ แต่ด้วยความช่วยเหลือ อาจขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละธนาคาร (ช่วง COVID-19 ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2563 พบว่า TISCO มีสัดส่วนมูลหนี้ภายใต้การช่วยเหลือต่ำกว่ากลุ่ม) และความสมัครใจของลูกหนี้ จึงให้มุมมองลบเล็กน้อย คำแนะนำการลงทุน

โดยธนาคารที่ให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูง ชอบ TISCO, SCB มากกว่า TTB และ KKP ในทางตรงข้าม ธนาคารที่จะได้รับผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยนโยบายมากกว่ากลุ่ม ชอบ KTB, BBL มากกว่า KBANK จาก Coverage Ratio สูงกว่า และสัดส่วนสินเชื่อที่เข้าเงื่อนไขการช่วยเหลือลูกหนี้ต่ำกว่ากลุ่ม”