เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

แบงก์กางแผนอุ้มลูกหนี้ หั่นค่างวด “ปรับจ่าย Step Up” 3 ปี

20 พ.ย. 2567 | 14:59น.

ใกล้คลอดเต็มแก่สำหรับมาตรการแก้ไขหนี้ครัวเรือน ที่ทางกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ร่วมมือกัน ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหา ไม่ใช่การ “แฮร์คัต” ที่สุดโต่งเกินไป และอาจจะเกิดพฤติกรรมการเบี้ยวหนี้ได้ แต่จะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นเชิงรุกมากกว่าที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือลูกหนี้ได้มากขึ้น

วางกรอบชำระหนี้ Step Up

สำหรับรายละเอียดมาตรการนั้น “แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน” เปิดเผยว่า มาตรการหลัก ๆ จะเข้าไปช่วยลดภาระการผ่อนชำระให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ในกลุ่มผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่ 30 วัน แต่ยังไม่เกิน 90 วัน หรือกลุ่ม Stage 2 (SM) และกลุ่มเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) แล้ว แต่ไม่เกิน 1 ปี โดยเป็นลูกหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท สินเชื่อรถยนต์ ไม่เกิน 7 แสนบาท หรือสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท

“ธนาคารจะเข้าไปช่วยลดภาระการผ่อน โดยปีที่ 1 ลดค่างวดเหลือ 50% ปีที่ 2 ลดค่างวด 30% ผ่อนชำระ 70% และปีที่ 3 ลดค่างวด 10% ผ่อนชำระ 90% จากนั้นปีที่ 4 กลับมาจ่ายเต็ม โดยยอดชำระค่างวดที่ลูกค้าจ่ายจะถูกนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด ส่วนดอกเบี้ยจะถูกพักไว้ หากลูกค้าสามารถทำตามเงื่อนไขภายใน 3 ปี จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยให้เลย”

ตั้งกองทุน-แบงก์ร่วมชดเชยดอกเบี้ย

ในส่วน “แหล่งเงิน” ที่นำมาช่วยลดภาระดอกเบี้ยของลูกค้าจะมาจาก 2 ส่วน คือ 1.เงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) แบ่งครึ่งหนึ่ง หรือ 0.23% ส่งเข้ากองทุนที่ตั้งขึ้นมาใหม่ และ 2.สถาบันการเงินชดเชย (Subsidy) ส่วนหนึ่ง ตรงนี้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนลูกค้าเข้าโครงการ และขึ้นกับอัตราการผ่อนได้ของลูกค้า เช่น ผ่อนได้ 1 งวด ธนาคารจะชดเชยให้ เป็นต้น

“อย่างไรก็ดี ในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่กำหนดวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท ยังต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น จะนับวงเงินปล่อยกู้ครั้งแรกหรือไม่ หรือรวมวงเงินส่วนเพิ่ม (Top Up) หรือวงเงินประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยหรือไม่ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่อยู่ในช่วงอัตราดอกเบี้ยแคมเปญ 3 ปีแรก ซึ่งอัตราการผ่อนชำระจะเป็นแบบขั้นบันได (Step Up) อยู่แล้ว กลุ่มนี้ก็มีการพูดคุยกันอยู่ว่าจะทำอย่างไร แต่เชื่อว่า ธปท.จะให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งพิจารณาตามดุลพินิจเอง ไม่ได้ออกเกณฑ์บังคับตายตัว”

ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ จะใช้หลักการเดียวกันในการช่วยลดอัตราผ่อนชำระ แต่อาจจะยุ่งยากกว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยอาจจะต้องมีการปรับระบบหลังบ้านในการคำนวณดอกเบี้ย เนื่องจากสินเชื่อรถยนต์จะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงแบบคงที่ (Flat Rate) ไม่ได้อ้างอิง แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) จึงต้องใช้เวลาในการปรับระบบ ซึ่งประเด็นนี้ยังอยู่ระหว่างพูดคุยและพิจารณากันอยู่

กราฟฟิกแผนการชำระหนี้

“การลดอัตราการผ่อนชำระให้ จะกำหนดเป็นเทียร์ เพื่อหวังให้ลูกค้าสามารถประคองตัวได้ โดยเงินที่ผ่อนมา ก็จะนำไปตัดเงินต้นเลย แต่ระหว่างนี้ อาจจะต้องมีเรื่องการปรับระบบ ทั้งนี้ คาดว่ารายละเอียดมาตรการจะออกมาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่จะออกเป็นของขวัญปีใหม่”แหล่งข่าวระบุ

ทุ่ม 1.4 ล้านล้าน พักดอกเบี้ย

ก่อนหน้านี้ สมาคมธนาคารไทย (TBA) ระบุถึงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ตามที่กระทรวงการคลัง ธปท. และสมาคมธนาคารไทย เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ทั้งรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ที่มีภาระหนี้สูง และประสบความยากลำบากในการชำระหนี้ โดยจะมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยสินเชื่อบ้าน วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่อาศัย ไม่เน้นบ้านเก็งกำไร สินเชื่อรถยนต์ ราคาไม่เกิน 7 แสนบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน และสินเชื่อ SMEs รายเล็ก วงเงินอยู่ที่ 3 ล้านบาทต่อราย

และมีปัญหาเริ่มค้างชำระอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2567 หรือเป็นหนี้ไม่เกิน 1 ปี (อ้างอิงตามประกาศของเครดิตบูโร) เพื่อป้องกันเกิดวัฒนธรรมจงใจผิดนัดชำระหนี้ (Moral Hazard) โดยจะมีศูนย์ลงทะเบียนลูกหนี้ผ่าน ธปท.

โดย “ผยง ศรีวานิช” ประธานสมาคมแบงก์ ระบุว่า แหล่งเงินจะมาจาก 2 ส่วน คิดเป็นเม็ดเงินความช่วยเหลือรวมอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี ประกอบด้วย 1.เงินนำส่ง FIDF สัดส่วน 0.23% ซึ่งเม็ดเงินจะอยู่ที่ประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาทต่อปี และ 2.เงินสนับสนุนจากภาคธนาคาร ซึ่งขึ้นอยู่กับลูกหนี้ของแต่ละธนาคาร

“มาตรการแก้หนี้ จะเป็นจุดตั้งต้นในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการที่มุ่งแก้ปัญหาชั่วคราว โดยทางรัฐบาลจะต้องมีมาตรการในการดึงทุกภาคส่วนเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ทุกฝ่ายทราบถึงภาระและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้ ไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้เกินกำลังหรือเกินความจำเป็น” ประธานสมาคมแบงก์ระบุ