Skip to content

ส่องรายได้ MGI-Q3/67 ต้นสังกัด “ชาล็อต ออสติน” ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4

13 ธ.ค. 2567 | 11:00น.
ส่องรายได้ MGI-Q3/67 ต้นสังกัด “ชาล็อต ออสติน” ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4

ส่องรายได้ย้อนหลัง-ผลประกอบการไตรมาส 3/2567 บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ต้นสังกัดของสาว “ชาล็อต ออสติน” ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 เป็นจำนวนกว่า 3,000,000 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.63% ขยับขึ้น 2 อันดับจากปี 2566

กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากสำหรับสาว “ชาล็อต ออสติน” นางงามรองอันดับ 5 จากเวที Miss Grand Thailand 2022 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระหว่างการแข่งขัน แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ครองมงกุฎอันดับ 1 แต่ด้วยความนิยมที่ล้นหลาม ทำให้ชาล็อตโดดเด่นและมีผลงานมากมายตามมาภายใต้สังกัดมิสแกรนด์

ตั้งแต่บทบาทพรีเซ็นเตอร์ ถ่ายแบบ เดินแบบ ศิลปิน และการเป็นนักแสดงที่ชิมลางเรื่องแรก “Show Me Love The Series แค่อยากบอกรัก” ซีรีส์ Girl Love แสดงร่วมกับคู่จิ้นอย่างอิงฟ้า วราหะ ตามมาด้วยละครในตำนานอย่าง “มนต์รักลูกทุ่ง 2567” ฉายทางช่อง 3

ซึ่งการทำงานและสร้างรายได้ รวมถึงปลุกกระแสมากมายให้กับบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  ของณวัฒน์ อิศรไกลศีล ประกอบธุรกิจประเภทกิจกรรมของบริษัทตัวแทนและสำนักงานคัดเลือกนักแสดง ก่อนจะที่แปรสภาพมาเป็นบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพาณิชย์การจัดการประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล

เป็นรูปแบบการประกวดนางงามระดับประเทศและระดับโลก และกิจกรรมอื่น ๆ จากศิลปิน นำไปสู่การประกอบธุรกิจพาณิชย์ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง ในหลากหลายช่องทางการจัดจำหน่าย ผ่านตราสินค้าของบริษัท แบรนด์ Miss Grand, NangNgam, นางงาม, MGI และสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ จากตัวแทนจำหน่ายหรือแหล่งผลิตอื่น ๆ ที่หลากหลาย

ภายหลังการแปรสภาพมาเป็นบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่มีทุนจดทะเบียน 147,000,000 บาท เมื่อปลายปี 2566 เราจึงจะเห็นชื่อของชาล็อตอยู่ในรายชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของบริษัท โดยมีจำนวน 2,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.95%

ก่อนจะพบข้อมูลผู้ถือหุ้นรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์ฯที่อัพเดตเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ว่า ตอนนี้ ชาล็อต ออสติน ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับที่ 4 จำนวน 3,419,800 หุ้น คิดเป็น 1.63% 

รายได้ย้อนหลัง 5 ปี

  • ปี 2562 รายได้รวม 131,433,313.38 บาท กำไรสุทธิ 7,718,416.49 บาท
  • ปี 2563 รายได้รวม 341,671,848.38 บาท กำไรสุทธิ 44,295,689.23 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 345,095,122.00 บาท กำไรสุทธิ 29,005,574.00 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 319,855,363.88 บาท กำไรสุทธิ 47,851,510.09 บาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 617,040,746.05 บาท กำไรสุทธิ 119,441,551.08 บาท

จากรายได้ใน 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ผลประกอบการในปี 2566 (ที่มีการแปรสภาพช่วงเดือนสุดท้ายของปี) มีอัตราการก้าวกระโดดของรายได้เกือบครึ่งของปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความเติบโตของบริษัท

ผลประกอบการ Q3/67

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปี 2567 บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI มีรายได้รวม 130.58 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.58 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากรายได้จากสื่อบันเทิงและศิลปินลดลง แต่สำหรับรายได้ 9 เดือนแรกของปี 2567 ยังคงมีรายได้รวมเติบโตสูงขึ้นกว่า 518.87 ล้านบาท มาจากธุรกิจพาณิชย์ และการจัดการประกวด โดยบริษัทได้แจกแจงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3 ของปีไว้ดังนี้

  • การขายสินค้า โดยมี 5 อันดับสินค้าที่ขายดีที่สุด ได้แก่

อันดับ 1 Nangngam Neck Serum
อันดับ 2 Nangngam Sun Screen Serum
อันดับ 3 นํ้าหอม 4 กลิ่น ตราฟินเวอร์
อันดับ 4 น้ำพริกปลาสลิด ตรานางงาม
อันดับ 5 Nangngam Anti-Melasma & Dark Spot Cream

  • งานคอนเสิร์ต “โคตรซิ่ง 7.7” ณ JJ MALL CHATUCHAK ชั้น 6 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2567
  • งานคอนเสิร์ต The Grand Charlotte Possible 2
  • งานคอนเสิร์ตของชาล็อต จัดขึ้นวันที่ 17 สิงหาคม 2567 ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK
  • MGI Open House “A star is born”
  • Grand Dancer 2024 รายการค้นหา Grand Dancer คนแรกของประเทศ และมีโชว์สุดพิเศษจากทีมศิลปิน MGI อาทิ อิงฟ้า ชาล็อต สแน็ก ข้าวโพด
  • Love Bully Party คอนเสิร์ตของศิลปิน MGI เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567
  • Early Birthday Party Snack and Friends มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินแกรนด์ อาทิ อิงฟ้า ชาล็อต วันที่ 18 สิงหาคม 2567

ด้านกำไรในไตรมาส 3/67 บริษัทมีกำไรสุทธิ จํานวน 8.02 ล้านบาท และ 88.15 ล้านบาท ลงร้อยละ 67.96 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ขณะที่กำไรใน 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.29 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 เนื่องจากไตรมาส 3 ปี 2567 มีการแข่งขันกันในการขายสินค้าบน Platform ที่สูงขึ้น ทั้งด้านราคาและการสร้างคอนเทนต์

อย่างไรก็ตาม ในงวด 9 เดือนแรกปี 2567 กำไรสุทธิของบริษัทยังคงเติบโตขึ้น เนื่องจากธุรกิจการประกวดและธุรกิจพาณิชย์ของบริษัทเติบโตขึ้น จากการจัดกิจกรรมให้ศิลปินของบริษัท และขายสินค้าได้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม TikTok