Skip to content

YLG ย้ำ ทองคำปี‘68 “ขาขึ้น” ลุ้นแตะ 3,000 ดอลลาร์ รับ 4 ปัจจัยหนุน

30 ธ.ค. 2567 | 11:55น.
YLG ย้ำ ทองคำปี‘68 “ขาขึ้น” ลุ้นแตะ 3,000 ดอลลาร์ รับ 4 ปัจจัยหนุน

YLG ชี้ปี 68 ยังลุ้นทองขึ้นต่อ สู่เป้าหมาย 3,000 ดอลลาร์ ทองคำในประเทศลุ้น 50,000 บาท รับปัจจัยหนุน 1. กลุ่ม BRICS เตรียมใช้สกุลเงินดิจิทัลที่มีทองคำหนุนหลัง 2. ธนาคารกลางซื้อทองคำต่อเนื่อง 3. ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ 4. นโยบายดอกเบี้ยขาลง

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ของทองคำหลายด้าน ทั้งการขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 2,790 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงจากต้นปีถึงราคาสูงสุดกว่า 35%

ขณะเดียวกันก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในการทรงตัวอยู่ระดับสูงตลอดปีแม้ว่าช่วง 3 ไตรมาสแรก อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทรงตัวในระดับสูง ทำให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการในทุกภาวะตลาด

อย่างไรก็ดีในปี 2568 แม้ว่าเปิดต้นปีมาราคาทองคำจะถือว่าทรงตัวในระดับสูง แต่มองว่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ทิศทางยังอยู่ในขาขึ้น แม้ระหว่างทางจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาบ้าง แต่ภาพรวมยังไปได้ โดย YLG ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับเดิมคือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทย 96.5% มีโอกาสขึ้นแตะระดับ 50,000 บาทต่อบาททองคำ (หากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่โซน 35.10-35.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

เนื่องจากมองว่าในปี 2568 ปัจจัยบวกที่เคยสนับสนุนทองคำในปี 2567 จะยังคงอยู่หลายปัจจัย และมีบางปัจจัยจะมีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบด้วย

1. นโยบายทางด้านการเงินของกลุ่ม BRICS ที่เกิดกระแสว่าอยู่ระหว่างการเตรียมออกเงิน BRICS Currency Digital ที่มีทองคำหนุนหลัง เพื่อใช้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศสมาชิก ปัจจัยนี้เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายกำแพงภาษีแก่ประเทศที่มีความขัดแย้งและประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐ

โดยเคยกล่าวไว้ว่าจะขึ้นภาษี 100% ในกลุ่ม BRICS หากพวกเขานำสกุลเงินที่ท้าทายอิทธิพลของดอลลาร์สหรัฐมาใช้ ดังนั้น จึงควรจับตาอย่างใกล้ชิดว่า หลังจากทรัมป์เข้ารับตำแหน่งช่วงวันที่ 20 มกราคม 2568 แล้วจะยังแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวเช่นเดิมหรือไม่

2. ธนาคารกลางประเทศต่างๆทั่วโลก ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเมื่อมีจังหวะที่เหมาะสม โดยปัจจัยนี้เกี่ยวเนื่องจากปัจจัยแรกที่ประเทศสมาชิก BRICS กำลังทำการสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง เช่น จีนที่กลับเข้าซื้อทองคำเมื่อปลายปี 2567

หลังจากหยุดไปเมื่อกลางปี โดย ณ ปัจจุบัน กลุ่ม BRICS ได้ถือครองทองคำสะสม รวมกันกว่า 5,700 ตัน หรือ คิดเป็นกว่า 16% ของการถือครองในธนาคารกลางทั่วโลก นอกจากนี้ธนาคารกลางประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่สมาชิก BRICS ก็ยังคงเก็บสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

3. ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศว่าจะยุติสงครามได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่ง แต่ความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกก็ยังคงมีอยู่ และยังให้น้ำหนักกับการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้นยังตึงเครียดอยู่เป็นระยะ ๆ

จากทั้งฝั่ง เลบานอนที่ได้เปิดเผยว่า เครื่องบินรบอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศใส่ฝั่งตะวันออกของเลบานอน แม้อิสราเอล-เลบานอน จะเคยบรรลุข้อตกลงหยุดยิงไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ขณะที่ฝั่ง อิสราเอล-ฮามาส นั้นยังไม่สามารถบรรลุการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซาได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่าย ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้

4. ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยเฟด โดยแม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนว่าเฟดจะมีนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกมากแค่ไหน แต่หากอัตราดอกเบี้ยเป็นขาลงก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำ และหากนักลงทุนซึมซับต่อปัจจัยที่ตลาดกังวลว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยทั้งปี 2568 ได้เหลือเพียง 0.50% ตามที่ปรากฎใน Dot Plot ไปหมดแล้ว

หรือหากเกิดเห็นสัญญาณการอ่อนแอทางเศรษฐกิจ อันส่งผลให้เฟดจำเป็นต้องเร่งลดดอกเบี้ยลงอีกครั้ง ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

สำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุนในทองคำในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ YLG มีโปรโมชั่นให้กับลูกค้าเปิดบัญชีใหม่ รับฟรี 3 ต่อ

1. รับแรก ฟรีกระปุกออมสิน สำหรับลูกค้าเปิดพอร์ตที่วางเอกสารครบและวางเงินขั้นต่ำ 50,000 บาท

2 .รับสอง ฟรี! แก้วน้ำเก็บความเย็น YLG เมื่อซื้อขายทองคำทั้งทองคำแท่ง 96.5% ขั้นต่ำ 100 บาททองหรือทองคำแท่ง 99.99% ขั้นต่ำ 2 กิโลกรัม

3. Friend get Friend รับเลยแก้วน้ำเก็บความเย็น YLG ฟรี สำหรับลูกค้าเก่าที่แนะนำเพื่อนเปิดพอร์ต และมีเอกสารครบรวมถึงวางเงินขั้นต่ำ 50,000 บาท ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่ 16 ธ.ค. 2567 – 31 มี.ค. 2568 สนใจโทร 02 – 687 9888 # 1 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด