เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
Economic PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ดูทั้งหมด

พันธมิตรเอเชียจับตา “ทรัมป์” รักษาหรือทิ้ง สิ่งที่ “ไบเดน” ซ่อมสร้าง

05 ม.ค. 2568 | 19:42น.
โดนัลด์ ทรัมป์ โจ ไบเดน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ภายใต้สโลแกนเดิมคือ “อเมริกาต้องมาก่อน” เป็นที่รับรู้กันว่าไม่ใช่ “ข่าวดี” ของโลกแน่ ๆ เนื่องจากทรัมป์แสดงออกซึ่งความไม่เป็นมิตรต่อทุกประเทศ ไม่ว่าประเทศนั้นจะเป็นพันธมิตรหรือไม่ใช่ก็ตาม อย่างน้อยทรัมป์ประกาศว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ

สำหรับพันธมิตรของสหรัฐในเอเชียนั้น ดูเหมือนการกลับมาของทรัมป์ในรอบนี้ที่มาพร้อมกับ “ความไม่แน่นอน” เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ย่ำแย่มาก ๆ เพราะจีนเองกำลังเพิ่มความแข็งกร้าวในการอ้างสิทธิในพื้นที่ทะเลจีนใต้และเกาะไต้หวัน ปรับปรุงศักยภาพทางทหารและอาวุธนิวเคลียร์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ส่วนเกาหลีเหนือก็ประกาศกร้าวทุกวันว่าพร้อมจะทำสงครามกับศัตรู และที่สำคัญทั้งสองประเทศเพิ่มระดับการเอียงไปหารัสเซียมากขึ้น

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่สหรัฐให้การสนับสนุนด้าน “ความมั่นคง” แก่พันธมิตรในเอเชีย มีการส่งกำลังทหารมาประจำการในภูมิภาคนี้มากกว่าที่ใดในโลก และพร้อมจะช่วยเหลือหากถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ซึ่งในสมัยของรัฐบาล “โจ ไบเดน” ได้สนับสนุนพันธมิตรเหล่านี้และตลอด 4 ปีก็ได้พยายามสร้างและขยายเครือข่ายพันธมิตรในเอเชียให้เข้มแข็ง

แต่เมื่อทรัมป์กำลังจะกลับมา พร้อมกับประกาศว่าเขาต่อต้านพันธมิตรที่เอาแต่ประโยชน์ แต่กลับไม่อยากเสียอะไร และไม่ยอมเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมให้เพียงพอเพื่อปกป้องตัวเอง และเอียงเข้าหาเผด็จการ เขาก็จะไม่ช่วยเหลือ ก็ทำให้พันธมิตรในเอเชียตั้งมือพร้อมรับท่าทีของทรัมป์

บรรดาผู้สังเกตการณ์ชี้ว่า เกิดคำถามหลายอย่างขึ้นในใจของพันธมิตรสหรัฐในเอเชีย นั่นก็คือ ทรัมป์จะขอให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมมากกว่าที่พวกเขาสามารถจ่ายหรือไม่ หรือทรัมป์จะใช้มาตรการสุดขั้วด้วยการถอนทหารออกไปทั้งหมดหรือไม่ หากประเทศเหล่านี้ไม่เพิ่มงบฯ หรือทรัมป์จะทำข้อตกลงกับจีน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย ที่บ่อนทำลายผลประโยชน์ของพันธมิตรสหรัฐหรือไม่

ยิ่งใกล้วันสาบานตนเข้ามาในเดือนมกราคมนี้ รัฐบาลทั่วเอเชียยิ่งอยากรู้มากขึ้นว่าทรัมป์จะจัดการความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับพันธมิตรและศัตรูอย่างไร เพราะในสายตาของหลายคนในรัฐบาลสหรัฐและเอเชีย เห็นว่าพันธมิตรในเอเชีย-แปซิฟิกของสหรัฐ มีความจำเป็นมากขึ้นท่ามกลางภาวะที่ความสัมพันธ์ในภูมิภาคขัดแย้งกันมากขึ้นดังกล่าวข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีท่าทีของจีน หรือเกาหลีเหนือ

แซม ร็อกเกวีน ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงระหว่างประเทศ สถาบันโลวี ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย ชี้ว่า ความสำคัญอันดับแรกของทรัมป์มุ่งเน้นอย่างมากไปที่ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจะต้องไม่พ่ายแพ้ให้กับจีน แต่แทบไม่มีสัญญาณว่าทรัมป์ให้ความสนใจลึกซึ้งในด้านการทหารหรือกลยุทธ์ที่จะสร้างสมดุลในเอเชียตะวันออก

ทรัมป์อาจให้ความสนใจเรื่องที่สหรัฐต้องมีกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งเพื่อปกป้องสหรัฐ แต่ไม่ได้มีความคิดว่าพลังอำนาจของสหรัฐเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หรือทดแทนไม่ได้ในระดับโลกอย่างที่สหรัฐเคยแสดงบทบาทมานาน

มูราตะ โคจิ อาจารย์รัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยโดชิชะ ญี่ปุ่น เห็นว่าตอนนี้สหรัฐไม่ใช่ประเทศที่พันธมิตรจะพึ่งพาได้ตลอดแบบไม่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นสิ่งที่ผันแปรมากกว่า ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมญี่ปุ่นต้องขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงนอกเหนือไปจากสหรัฐ ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเพิ่มความเห็นหุ้นส่วนกับยุโรปในปัญหาที่เป็นความกังวลร่วมกัน

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ไม่มีแนวโน้มที่ทรัมป์จะเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคนในแง่การวางกำลังทหารไว้ในภูมิภาคนี้ คงไม่มีการถอนทหารหรือฉีกสัญญาการเป็นพันธมิตร โดยเฉพาะในยามที่สหรัฐมุ่งให้ความสำคัญกับท่าทีของจีนที่ท้าทายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่า นโยบายเศรษฐกิจที่แข็งกร้าวต่อจีน อาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการสื่อสารด้านการทหารระหว่างสองประเทศ เพิ่มความเสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากันทางทหาร

นอกจากนั้น หากพันธมิตรสหรัฐได้รับผลกระทบจากการที่ทรัมป์จะเก็บภาษีสินค้านำเข้า อาจทำให้พันธมิตรเหล่านี้ของสหรัฐไม่มีทางเลือก นอกจากหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น

กล่าวได้ว่าในขณะนี้ พันธมิตรสหรัฐในเอเชียต่างเฝ้าจับตาว่า ทรัมป์จะรักษาหรือจะทิ้งสิ่งที่ “โจ ไบเดน” ได้พยายามสร้างและเพิ่มความแข็งแกร่งของพันธมิตรในภูมิภาค