เตือนภัยเกษตรกร ผู้เลี้ยงโค กระบือ เฝ้าระวังโรคปาก-เท้าเปื่อยในช่วงฤดูหนาว
กรมปศุสัตว์เตือนภัยเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เฝ้าระวังการเกิดโรคปากและเท้าเปื่อยในช่วงฤดูหนาว หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยหรือตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที
นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมเตือนภัยการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในโค กระบือในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากสภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้โคและกระบือเกิดความเครียด มีสุขภาพอ่อนแอ และภูมิคุ้มกันต่อโรคลดลง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อยได้ง่าย ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ
จึงขอความร่วมมือสหกรณ์โคนม ศูนย์รับนม สหกรณ์โคเนื้อ สมาคม ผู้เลี้ยงโคเนื้อและกระบือ รวมทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เป็นเครือข่ายการเฝ้าระวัง ค้นหาโรคในสัตว์ โดยตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกร หากพบฟาร์มที่สงสัยโรคระบาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที เพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบและการควบคุมโรคโดยเร็ว เข้มงวดด้านมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เช่น
พ่นยา ฆ่าเชื้อยานพาหนะ ทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ศูนย์รับนม สหกรณ์โคนม ตลอดจนบุคคลที่เข้าออกฟาร์ม ทุกครั้งเข้มงวดในการควบคุมและกำจัดแมลงพาหะนำโรค โดยการใช้สารกำจัดแมลงพาหะด้วยวิธีการฉีดพ่นบริเวณคอก หรือสถานที่พักอาศัยของสัตว์ ร่วมกับการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์หรือแหล่งรวมสัตว์ ไม่ให้มีแหล่งน้ำขังหรือแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ

รวมทั้งเน้นย้ำเกษตรกรในการป้องกันการนำโรคเข้าฟาร์ม ประกอบด้วย งดการนำเข้าสัตว์มาเลี้ยงใหม่ จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคระบาดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคสงบและเข้มงวดในการจัดการเพื่อป้องกันโรคเข้าฟาร์ม ได้แก่
(1) ห้ามบุคคลภายนอกเข้าฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนรองเท้าที่ใช้เฉพาะภายในฟาร์มและฆ่าเชื้อทุกครั้ง
(2) ห้ามยานพาหนะทุกชนิด เช่น รถรับซื้อสัตว์ รถขนอาหารสัตว์ รถรับซื้อมูลสัตว์เข้าภายในฟาร์ม
โดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องพ่นยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง
(3) หากฟาร์มอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาดให้หลีกเลี่ยงการผสมเทียม และงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ในช่วงที่มีโรคระบาด
กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ให้ดูแลสัตว์ของตนเองให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง โดยให้ได้รับความอบอุ่นตลอดเวลา หรืออยู่ในสถานที่ที่ป้องกันความหนาวได้ และป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะนำเชื้อโรคเข้าฟาร์ม ได้แก่ คน ยานพาหนะต่าง ๆ สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ ถังนม อาหาร รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ประกอบกับหมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงของตนเองอยู่เสมอ
หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยหรือตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ หรือผ่านทาง Application DLD 4.0 หรือโทรศัพท์สายด่วน 06-3225-6888 เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที
