เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

หุ้นแบงก์น่าสน ? ราคาต่ำกว่า Book Value สะสมกินปันผล

15 ก.พ. 2568 | 12:53น.
หุ้นไทย

หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) ถือว่ามีความแข็งแกร่งกว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในเวลานี้ เพราะถ้าเทียบปลายปี 2567 ที่ดัชนี SET อยู่ที่ 1,400 จุด และตอนนี้ปรับตัวลดลงมาเหลือประมาณ 1,270 จุด ติดลบไป 10% ในขณะที่เซ็กเตอร์แบงก์ยังปรับตัวเป็นบวกได้กว่า 3% สาเหตุที่เซ็กเตอร์แบงก์ยังแกร่งกว่าดัชนี SET

“กรกช เสวตร์ครุตมัต” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป็นผลจากภาพรวมงบการเงินไตรมาส 4/2567 ที่ออกมาดีกว่าคาด สาเหตุหลักมาจากกำไรเงินลงทุนดีกว่าคาด และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ต่ำกว่าคาด และมีความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์สินเชื่อเช่าซื้อที่ลดลง

ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยรวมเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้ขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ และจำนวนผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ดูเหมือนจะสมัครน้อยมาก โดยจนถึงขณะนี้คิดเป็นเพียงไม่เกิน 1% ของสินเชื่อ

ในส่วนการบริหารเงินทุนให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (dividend yield) ถือว่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้หุ้นแบงก์หลายแห่งให้ dividend yield อยู่ในระดับ 7-8% ซึ่งสูงในระดับการซื้อหุ้นกู้เสี่ยงสูง (High Yield Bond) แต่จ่ายผลตอบแทนที่แน่นอนกว่า และผู้บริหารทุกรายมีแผนจะจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นด้วย รวมทั้งบางแบงก์ยังมีการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม

“ทำให้เซ็กเตอร์แบงก์ราคาหุ้นค่อนข้างเพอฟอร์มดีเมื่อเทียบกับเซ็กเตอร์อื่น ๆ ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวน ฝ่ายวิจัยกสิกรฯจึงได้ปรับเพิ่มมุมมองจาก “เชิงลบ” เป็น “เป็นกลาง” เนื่องจากเชื่อว่า Downside Risk จะมีอยู่อย่างจำกัดมากขึ้นจากการบริหารเงินทุนที่ดีขึ้น และแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ที่ทรงตัว และหุ้นมี Valuation ไม่แพง ซื้อขายด้วยราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (Price/Book Value) ต่ำกว่า 1 เท่า โดย PBV เฉลี่ยอยู่ที่ 0.68 เท่า”

แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันราคาหุ้นแบงก์หลายแห่งมีการปรับตัวตอบรับปัจจัยเชิงบวกขึ้นมามากพอสมควรแล้ว ดังนั้นสำหรับใครที่ยังไม่มีหุ้น คิดว่าไม่ควรไล่ในรอบนี้แล้ว แปลว่าซื้อตอนนี้จะได้แค่ dividend yield ที่ 4-5% ดังนั้นแต้มต่อไม่ได้มีมากแล้ว เหมือนกับช่วงปีที่แล้วหรือปลายปีที่แล้ว

แต่สำหรับคนที่ถือหุ้นแบงก์อยู่แล้ว ไม่ถึงขั้นต้องรีบขาย สามารถรอไปจนถึงช่วงประกาศจ่ายปันผลได้ และถึงตอนนั้นจะเป็นข่าวดีรอบสุดท้ายสำหรับการเล่นลงทุนในรอบนี้

ทั้งนี้สำหรับคำแนะนำการลงทุนหุ้นแบงก์ ยังชื่นชอบ TTB เป็นเบอร์ 1 เพราะมีการซื้อหุ้นคืน 2.1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี (ซื้อคืนปีละ 7 พันล้านบาท) และการจ่ายปันผลมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยถ้าย้อนไปช่วงปีกว่า ๆ SCB จะเป็นแชมป์ในเรื่องการจ่ายปันผล เพราะจ่ายปันผลคิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร (Dividend Payout Ratio) ที่ 80% ได้ dividend yield ที่ 8% แซงหน้า TISCO ที่เป็นแชมป์มาเป็นเวลา 10 ปี

แต่ที่แนะนำ TTB เพราะเดิมตลาดคาดหวังอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไรที่ 60% แต่หลังการประชุมนักวิเคราะห์ของ TTB ทางผู้บริหารให้กรอบเพิ่มขึ้นเป็น 60-70% เพราะฉะนั้นถ้าปรับเป็น 70% จะได้ dividend yield ขึ้นไปที่กว่า 8%

ซึ่งจะแซง SCB จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุน SCB ที่เน้นปันผล อาจจะหมุนเงินมาลงทุน TTB ได้บ้าง เพราะถ้าพิจารณาพอร์ตคุณภาพสินทรัพย์ TTB มีความปลอดภัยกว่า SCB ในระดับหนึ่ง

ถัดมาหุ้นแบงก์ที่จะแนะนำเป็นลำดับที่สองคือ KTB ที่จะมีอัพไซด์ราคาหุ้นจากเรื่องปันผล เพราะนโยบายจ่ายปันผลที่กำหนดไว้ว่า อัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไรที่ 40% มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ จากการให้สัมภาษณ์ของคุณผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ประกอบกับเงินทุนที่มีเหลืออยู่จำนวนมาก และไม่มีแผนในการลงทุนใหม่ ๆ ในช่วงเวลานี้ จึงเป็นหุ้นแบงก์ที่อาจจะต้องมีติดไว้ในพอร์ต

“แต่สำหรับ SCB ไม่แนะนำให้ซื้อแล้ว เพราะมองคุณภาพสินทรัพย์ไม่ได้ดีนักเมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยยังเห็นการไหลตกชั้นเป็น NPL ที่สูงขึ้น จากลูกหนี้สินเชื่อ Stage 2 กับ Valuation ที่สูง โดย PBV สูงสุดในกลุ่มแบงก์ใหญ่

กล่าวโดยสรุปคือหุ้น SCB มีข้อดีเรื่องผลตอบแทนเงินปันผล แต่ราคาหุ้นแพงไปแล้ว และไม่มั่นใจเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ ประกอบกับการให้สัมภาษณ์ล่าสุดของคุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBX ที่ไม่มีแนวทางจะซื้อหุ้นคืน โดยจะรักษาการจ่ายปันผลที่สูงในอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไรที่ 80%”

และหากไปเทียบแบงก์ใหญ่อย่าง BBL ถือว่าก็ยังน่าสนใจอยู่ ในแง่ PBV แค่ 0.6 เท่า น้อยมากเมื่อเทียบกับแบงก์ใหญ่ที่ขึ้นไปอยู่ระดับ 0.7-0.8 เท่ากันหมดแล้ว และฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มลูกค้าองค์กรซึ่งไม่ได้มีความเสี่ยงสูงมาก

เพียงแต่ภายใต้ธีมของแบงก์ที่มีเงินทุนเหลืออยู่มาก และอยากจะจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นในอัตราที่สูง แต่เป้าหมายของ BBL ค่อนข้างชัดเจนที่จะไม่จ่ายปันผลสูง ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นจะด้อยกว่ากลุ่ม

แต่อย่างไรก็ดี จากการให้สัมภาษณ์ของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ที่อยากให้บริษัทจดทะเบียนหันมาพิจารณาการซื้อหุ้นคืน ซึ่ง ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ปัจจุบันก็เป็นกรรมการ BBL จึงมีลุ้นเซอร์ไพร์ส เพราะ BBL มี PBV แค่ 0.6 เท่า

ซึ่งทางทฤษฎีถ้าซื้อหุ้นคืนบน PBV ไม่ถึง 1 เท่า ถือว่าคุ้ม เพราะเงินที่ใช้ซื้อคืนหนุน PBV กลายเป็น 1 เท่าทันที ดังนั้นก็ต้องรอติดตาม ถ้า BBL มีมูฟเมนต์เรื่องจะจ่ายปันผลเพิ่ม หรือการซื้อหุ้นคืน จะเป็นตัว Unlock Value ให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นไปได้

“กรกช” กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับเป้าหมายทางการเงินปี 2568 ของธนาคารส่วนใหญ่อาจจะไม่น่าตื่นเต้นนัก จากกลยุทธ์การเติบโตของสินเชื่อเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลงเล็กน้อยจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปีนี้

และการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลงเพียงเล็กน้อย โดยคาดการณ์กำไรแบงก์ปี 2568 (ไม่รวม KBANK) จะอยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท ลดลง 2% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน

สุดท้ายการลงทุนหุ้นแบงก์ในเวลานี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเซ็กเตอร์ที่ไม่เสี่ยงนักภายใต้สถานการณ์ที่ตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวน และมีโอกาสได้รับเงินปันผล ซึ่งแต่ก่อนกลุ่มแบงก์จ่ายปันผลกันแค่ระดับ 3-4% แต่ปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นเกิน 5% ไปแล้ว ก็เป็นทางเลือกที่ดูน่าสนใจ

ประกอบกับเซ็กเตอร์แบงก์ก็เป็นกลุ่มที่มีรีพอร์ตในการวิเคราะห์ออกมาทุกเดือนว่า Performance เป็นอย่างไร ทำให้การลงทุนไปแล้วก็ยังพอกลับตัวได้ทัน และที่สำคัญเรื่องธรรมมาภิบาลค่อนข้างดีด้วย