เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

Next Move 3 คลื่นโอกาส สันติธาร เสถียรไทย

20 มี.ค. 2568 | 08:05น.
ดร.สันติธาร เสถียรไทย

ท่ามกลางความผันผวนและไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก นักเศรษฐศาสตร์วัย 43 ปี ดร.สันติธาร เสถียรไทย เห็นว่า ประเทศไทยต้องตั้งสติรับมือกับปัญหาและโฟกัสกับโอกาสที่เขาเปรียบเสมือน “คลื่น” ในท้องทะเลที่เร็ว แรง และไม่แน่นอน

“เราต้องฉกฉวยโอกาส ไม่จำเป็นต้องเป็นรถที่เร็วที่สุดหรือว่ายน้ำเร็วที่สุด เพียงแต่ต้องเป็นคนที่ถือเซิร์ฟบอร์ดอยู่ในมือ เตรียมพร้อมและอ่านคลื่นดี ๆ พอมันมาถูกที่ ถูกจังหวะแล้วเรากระโดดขึ้นบอร์ดขี่คลื่นนั้นทัน มันจะทำให้เราพุ่งตัวได้เร็วกว่าคนที่ว่ายน้ำเร็ว” กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าว

3 คลื่นสำคัญในจุดหักศอกที่ “สันติธาร” คิดว่าคนที่กำลังวิ่งตามหลังอย่างไทยต้องขี่ให้ทัน และเป็น New S-Curve ของประเทศ

Geopolitics-เงินผันสู่อาเซียน

อิทธิพลของโดนัลด์ ทรัมป์ Make America Great Again กำลังป่วนโลก ไม่มีใครปฏิเสธผลกระทบทั้งเชิงลบและบวกได้ สิ่งที่ไทยต้องทำคือถอยออกมามองภาพกว้างและเตรียมขี่คลื่นลูกใหญ่ที่ตัวเองมีต้นทุน

สันติธารมองว่า ตลอดช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา มีเงินทุนผันลงมาที่ “อาเซียน” เพิ่มมากขึ้น ศตวรรษของเอเชียกำลังจะมา ช่วงประมาณ 10 กว่าปีก่อน เป็นเรื่องของประเทศจีนล้วน ๆ แต่ปัจจุบันเงินทุนต่าง ๆ ที่เคยไปจีนเริ่มทยอยกระจายความเสี่ยงไปสู่ที่อื่น ทั้งไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ไปจนถึงอินเดีย ผ่านวิธีการหลากหลายรูปแบบ ทั้งลงทุนโดยตรงในอุตสาหกรรมยานยนต์อีวี เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือการลงทุนรูปแบบ Venture Capital ที่ตั้งอยู่หลายแห่งในเอเชีย ส่งผลให้เกิดการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ

“คนที่มีฐานะดีทั้งหลาย ย้ายมาสิงคโปร์เยอะมาก พอมาอยู่เยอะ สิงคโปร์ก็แพงมาก ค่าครองชีพกระโดดมหาศาล หลายคนเลยเริ่มบอกว่า ความจริงเมืองไทยเป็นสถานที่ที่ดีนะ แฮปปี้มาก เริ่มมาอยู่สมุยบ้าง ภูเก็ตบ้าง พัทยาบ้าง แล้วส่งลูกเข้าโรงเรียนอินเตอร์ดี ๆ ที่มีในเมืองไทยเยอะมาก ถึงเวลางานเขาก็บินไป บินกลับ”

ความเคลื่อนไหวในเชิงบวก ทั้งคน เงินทุน ธุรกิจ เริ่มมาสร้างและหลั่งไหลมาอยู่ในอาเซียน บวกกับขนาดเศรษฐกิจใหญ่ของอินเดียที่เติบโตเร็วและมีศักยภาพ ทำให้ไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ คำถามคือเราจะใช้ประโยชน์จากกระแสพวกนี้อย่างไร

“ถ้าไม่ทำอะไรเลย เราจะโดนเฉพาะส่วนที่แย่ เช่น สินค้าจีนทะลักเข้ามา แต่ถ้าจับจุดมันดี ๆ เราจะได้ทั้งเงินลงทุน ทาเลนต์ และเทคโนโลยี ที่ทำให้คนไทยเก่งขึ้น ประเทศไทยดีขึ้น”

Care Economy S-Curve ใหม่

ธีมใหญ่ของโลกและไทย คือ Care Economy เมื่อมนุษย์มี Life Span ช่วงอายุขัยที่ยาวนานขึ้น เราจึงต้องการมี Health Span หรือช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมีคุณภาพ ยาวนานขึ้นตาม นั่นหมายถึงการดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารดี ๆ

สันติธารมองว่า ประเทศไทยมีต้นทุนที่ดีเพื่อตอบรับธีมใหญ่ของโลก มีภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ผูกโยงเม็ดเงินมหาศาล นอกจากนั้น Care Economy ยังดึงดูดหลากหลายเซ็กเตอร์ด้านการผลิตเข้ามาผนวก เช่น อาหาร ยา อาหารเสริม สมุนไพร การศัลยกรรม เครื่องมือการแพทย์ Bio Economy ที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการเกษตร ที่เป็นต้นน้ำและพื้นฐานของไทย ทั้งหมดนี้คือจุดแข็งของประเทศ หากทำให้สอดคล้องและสัมพันธ์กันได้หมด จะเป็นพลังที่ใหญ่มาก

“S-Curve ใหม่ของเราเลย ถ้าทำดี ๆ”

Technology-ขี่ไม่ทันโดนทิ้ง

อดีตประธานทีมเศรษฐกิจ (Group Chief Economist) และกรรมการผู้จัดการของ Sea Group บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน พูดถึงคลื่นตัวที่ 3 อย่าง “เทคโนโลยี” ว่า ต้องเลิกมองสิ่งนี้เป็นเซ็กเตอร์อื่น เนื่องจากเป็นคลื่นที่แทรกซึมและเพิ่มผลิตภาพให้กับทุกสิ่ง เช่น เรื่องของสุขภาพ เราไม่สามารถเพิ่มจำนวนคุณหมอและพยาบาลได้ทันกับคนไข้ จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและเอไอเข้ามาช่วย

“เราขาดคน ประชากรวัยแรงงานลดน้อยลงเรื่อย ๆ ยังไงก็ต้องการเทคโนโลยีช่วยอยู่แล้ว เมืองไทยมันตอบโจทย์สุด ๆ ถ้าเราสามารถทำให้คนใช้เทคโนโลยีเป็นมากขึ้น เข้าถึงมากขึ้น สุดท้ายเพิ่มโปรดักทิวิตี้มหาศาล”

เขายกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก นักเรียนระดับมัธยมสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากการขายสินค้าผ่านการไลฟ์ โดยมีคุณแม่ช่วยทำบัญชี สต๊อกสินค้าอยู่ในบ้าน กลายเป็นวิธีการที่ใช้ต้นทุนน้อย แต่ได้ผลิตภาพสูง ซึ่งสิ่งดังกล่าวสามารถหาช่องทำได้ในทุกเซ็กเตอร์

“เราสามารถคืนคุณครูให้นักเรียน ถ้าเขามีเอไอทำเอกสารให้ คืนคุณหมอ คืนพยาบาลให้คนไข้ ถ้าลดต้นทุนเวลาต่าง ๆ ให้เขาได้ ฉะนั้นเทคโนโลยีเป็นคีย์ที่เมืองไทยต้องทำให้ได้”

1 ใน 7 คณะกรรมการ กนง.กล่าวว่า ยุคดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่เราเคยพูดถึงกันว่าเมืองไทยต้องมีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง “มันช้าไปแล้ว ถ้าคลื่นยักษ์ผ่านไปแล้ว อย่าไปว่ายตามมัน” รอคลื่นใหม่ ซึ่งตอนนี้ที่ยังไม่มีใครจับจองคือ เอไอ

ขณะนี้อยู่ในช่วงที่แข่งขันกันว่าของใครฉลาดกว่ากัน แต่สุดท้ายจะเข้าสู่โหมดการสร้างประโยชน์อย่างแท้จริง เช่น เอไอสำหรับการเกษตร, การศึกษา, สุขภาพ คลื่นเหล่านี้เราต้องหาทางเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง พัฒนา และนำมาใช้

“3 คลื่นนี้ เป็นจุดหักศอกสำคัญที่เราห้ามพลาด ถ้าพลาดแล้วคนอื่นที่ว่ายนำเราอยู่แล้ว เขาขี่ทิ้งไป มันยิ่งทิ้งช่องว่างมหาศาลเลย” สันติธารทิ้งท้าย