เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
Biz Movement การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
ดูทั้งหมด

วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้าน ทุบจีดีพีโตต่ำกว่า 2.4%

31 มี.ค. 2568 | 16:49น.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบแผ่นดินไหวเบื้องต้นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท เหตุการหยุดชะงักกิจกรรมทางเศรษฐกิจ-กำลังซื้อลดลง กระทบยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย จ่อทบทวนจำนวนนักท่องเที่ยวจากเดิม 37.5 ล้านคน หวั่นฉุดจีดีพีที่ -0.06% ฉุดต่ำกว่าประมาณการ 2.4% พร้อมติดตามคุณภาพหนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์-ที่อยู่อาศัย ดันหนี้เสียแตะกรอบ 2.65-2.85% จากประมาณการเดิม 2.7%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า วันที่ 28 มีนาคม 2568 แผ่นดินไหว 8.2 ริกเตอร์ ศูนย์กลางที่เมืองสะกาย เมียนมา ทำให้ประเทศไทยประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวและแรงสั่นสะเทือนรุนแรงในหลายเมือง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ (ระดับความรุนแรง 4.5-5.0 Modified Mercalli Intensity Scale-MMI) เชียงใหม่ (5.2-5.7 MMI) ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน อันประเมินค่าไม่ได้

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในเบื้องต้นความสูญเสียที่เกิดขึ้นอาจคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท หลัก ๆ มาจากการหยุดชะงักหรือเลื่อนออกไปของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคการบริการในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล หัวเมืองหลักอย่างเช่นเชียงใหม่ เป็นต้น ทั้งงานอีเวนต์ ร้านอาหาร ค้าปลีก การคมนาคมขนส่ง ฯลฯ

รวมถึงกำลังซื้อที่อาจลดลง เนื่องจากธุรกิจและครัวเรือนจะต้องโยกกระแสเงินสด/รายได้ ไปใช้เพื่อการตรวจสอบความเสียหายและซ่อมแซมอาคาร ทั้งนี้ หากรวมความเสียหายต่ออาคาร ทรัพย์สิน การทรุดตัว/การสั่นสะเทือนของอาคารบางแห่งเพิ่มเติม รวมถึงการซ่อมแซมและการเคลมประกันหลังจากนี้ ผลกระทบจะมากกว่านี้

ผลต่อภาคธุรกิจ เรามองว่า แม้การซ่อมแซมฟื้นฟูความเสียหาย และความต้องการในการหาที่พักสำรองจะทำให้การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ที่พักแนวราบ ได้รับอานิสงส์ แต่ผลกระทบด้านลบคงจะมีต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจช้าลงในบางโครงการ อีกทั้งความต้องการเช่า (ไม่ต้องการเป็นเจ้าของ) คงจะมีมากขึ้น ขณะที่จากข้อมูล REIC พบว่าจำนวนอาคารชุดสะสมรอขายในกรุงเทพฯ อยู่ที่กว่า 6.5 หมื่นหน่วย มูลค่า 3.75 แสนล้านบาท

ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยเป็นอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ตามความเชื่อมั่นต่อการเดินทางและการหาที่พักในพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย ขณะที่โรงแรมในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นอาคารสูง แม้จะไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น จากเดิมก็มี Downside อยู่แล้วหลังตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทย เช่น จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ เริ่มลดต่ำลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีความเสี่ยงมากขึ้นที่ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2568 ที่ 37.5 ล้านคน ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย จะถูกทบทวนปรับลง

ด้านมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน คงช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ประเด็นกำลังซื้อที่เปราะบางและหนี้ที่สูงจะยังเป็นแรงกดดันต่อการใช้จ่ายในภาพรวมของครัวเรือนและธุรกิจในระยะข้างหน้า ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าสถานการณ์ข้างหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ความเสี่ยงด้านลบจะมีมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย อุตสาหกรรมหลัก รวมถึงการขยายสินเชื่อและคุณภาพหนี้

ทั้งนี้ ผลกระทบต่อ GDP จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ -0.06% ซึ่งทำให้ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีโอกาสปรับลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.4% อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังรอติดตามการประกาศผลการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ (Reciprocal tariff) ในวันที่ 2 เมษายนนี้ หากไทยโดนภาษีในอัตรา 25% ก็จะส่งผลกระทบต่อ GDP เพิ่มเติมอีกราว -0.3%

จากผลกระทบสถานการณ์แผ่นดินไหว ประกอบกับความเสี่ยงสงครามการค้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง.มีโอกาสสูงขึ้นที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นกว่าเดิมที่คาดว่าจะปรับลดในช่วงครึ่งหลังของปี มาเป็นรอบการประชุมในเดือนเมษายนนี้ ในขณะที่ กนง.มีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2568 ท่ามกลางช่องว่างของนโยบาย (policy space) ที่ลดลง

ส่วนผลกระทบต่อภาคการเงิน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า

ธุรกิจประกัน : แม้ในปัจจุบันผู้ได้รับผลกระทบยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวก่อนแจ้งเคลม แต่คาดว่าผลกระทบต่อธุรกิจประกันน่าจะอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากเป็นเหตุที่ไม่เกิดบ่อยในไทย และบริษัทประกันไทยส่วนใหญ่มีการกระจายความเสี่ยงด้วยการทำประกันภัยต่อ (Reinsure) ไปยังต่างประเทศ ขณะที่อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (RBC) ของธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัยสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำถึงประมาณ 3 เท่า

ทั้งนี้ แม้ภัยธรรมชาติจะมีผลให้ลูกค้าตื่นตัวในการทำประกันภัยมากขึ้น ทั้งกลุ่มอัคคีภัยและ Industrial All Risks Insurance (IAR) แต่บริษัทประกันคงต้องบริหารจัดการ Loss Ratio อาทิ จากกลุ่มอัคคีภัยที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นตามความถี่ของภัยธรรมชาติ รวมถึงควบคุมความเสี่ยงจากธุรกิจอื่น ๆ ที่น่าห่วงมากกว่าและมีขนาดใหญ่ อย่างเช่นประกันภัยรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ และสุขภาพ

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ : มาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่เพิ่งประกาศออกมา อาจมีผลเฉพาะหน้าบางส่วนในการประคองภาพสินเชื่อรวม อย่างไรก็ตาม ภาพรวมสินเชื่อยังถูกกดดันจากอำนาจซื้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ยังคงมองการเติบโตของสินเชื่อระบบแบงก์ไทยปีนี้ที่ 0.6%

ขณะที่ประเด็นติดตามจะอยู่ที่ 1.คุณภาพหนี้ โดยเฉพาะในส่วนหนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเดิมก็มีแนวโน้มถดถอยลงหลังจากช่วงโควิด และศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินก่อนหน้านี้ว่า สัดส่วน NPLs ของระบบแบงก์มีโอกาสปรับจาก 2.7% ณ สิ้นปี 2567 มาแตะที่ขอบบนของกรอบ 2.65-2.85% สิ้นปี 2568 มากขึ้น 2.การไถ่ถอนหุ้นกู้ของภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบในระยะที่เหลือของปีนี้ และ 3.ผลจากการลดดอกเบี้ยในประเทศเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจนขึ้น อันจะกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของระบบแบงก์ไทยเพิ่มเติม