เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
Biz Movement การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ขึ้นเวที Forbes Global CEO Conference 2026 เดินหน้าลงทุน Data Center
Tech ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ขึ้นเวที Forbes Global CEO Conference 2026 เดินหน้าลงทุน Data Center
OECD ชี้ไทยจัด IMF-World Bank สะท้อนบทบาทเศรษฐกิจโลก ชวนร่วมกำหนดทิศทางอนาคต
Politics OECD ชี้ไทยจัด IMF-World Bank สะท้อนบทบาทเศรษฐกิจโลก ชวนร่วมกำหนดทิศทางอนาคต
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชวนอ่านเกมโลก ‘The Future of Thailand : Next Move’
Biz Movement พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชวนอ่านเกมโลก ‘The Future of Thailand : Next Move’
“ไทยแอร์เอเชีย” เพิ่มเที่ยวบินเข้า-ออกอุดรธานี รับมหกรรมพืชสวนโลก พร้อมลดสูงสุด 30%
Business “ไทยแอร์เอเชีย” เพิ่มเที่ยวบินเข้า-ออกอุดรธานี รับมหกรรมพืชสวนโลก พร้อมลดสูงสุด 30%
ธปท. ชง ‘Bangkok Blueprint’ 5 เสาหลัก สกัดภัยการเงิน-ภัยไซเบอร์ หนุนทั่วโลกนำไปปรับใช้
Finance ธปท. ชง ‘Bangkok Blueprint’ 5 เสาหลัก สกัดภัยการเงิน-ภัยไซเบอร์ หนุนทั่วโลกนำไปปรับใช้
“เฮอริเทจ เชียงราย” เปิดแพ็กเกจรับลมหนาว “Stay Longer, Feel Better” เริ่ม 7 คืน 12,600 บาท
Business “เฮอริเทจ เชียงราย” เปิดแพ็กเกจรับลมหนาว “Stay Longer, Feel Better” เริ่ม 7 คืน 12,600 บาท
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า หลังทรัมป์ยืนยันมาตรการภาษี

01 เม.ย. 2568 | 18:08น.
ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่าสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 1 เมษายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (01/04) ที่ระดับ 33.96/98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (31/03) ที่ระดับ 33.91/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐยืนยันว่า มาตรการภาษีตอบโต้ที่เขาเตรียมประกาศในวันที่ 2 เม.ย.นี้ จะครอบคลุม “ทุกประเทศ” ซึ่งเป็นการสยบกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า เขาอาจจำกัดขอบเขตของมาตรการภาษีดังกล่าว โดยมีผลกับแค่บางประเทศในช่วงแรก

ในขณะที่ทางด้านจีนได้ออกโรงเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐ หากรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังดึงดันจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้ชุดใหม่กับจีนในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ของเม็กซิโก ประกาศว่ารัฐบาลเม็กซิโกจะออกมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้แบบครอบคลุมในวันที่ 3 เม.ย. เช่นกัน

ทั้งนี้ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังคงค่อนข้างจำกัด จากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้ ในการประชุมเดือนกรกฎาคม กันยายน และพฤศจิกายน ตามลำดับ เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) ซึ่งรัฐบาลทรัมป์จะประกาศในวันพุธที่ 2 เม.ย. จะส่งมอบให้เงินเฟ้อของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น

โดยโกลด์แมน แซคส์ คาดว่าภายในสิ้นปี 2568 ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) จะอยู่ที่ระดับ 3.5% และคาดว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.5 นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4/2568 ของสหรัฐ ลงมาอยู่ที่ระดับ 1% จาก 1.5% และได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเป็น 35% จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 20%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขณะนี้อาจยังเร็วเกินไปที่จะประเมินตัวเลขผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 เนื่องจากผลกระทบจะส่งผ่านไปยังหลายช่องทาง โดยผลกระทบทางตรงจะเกิดกับทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักลงไปบ้าง ซึ่งตัวเลขความเสียหายจะทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังผลกระทบทางอ้อมที่จะเกิดกับความเชื่อมั่น ตลอดจนพฤติกรรมต่าง ๆ ของภาคธุรกิจและประชาชนที่อาจเปลี่ยนไป โดยเฉพาะผลต่อภาคการท่องเที่ยว ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลทำให้ต้องใช้การผ่อนคลายนโยบายการเงิน (ลดดอกเบี้ย) ต่อเนื่องหรือไม่นั้น นายสักกะภพ มองว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2568 ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% นั้น คณะกรรมการก็ได้ให้น้ำหนักทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เพราะมองว่ามีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสูงขึ้น

ซึ่งเมื่อมีข้อมูลใหม่เพิ่มเข้ามา (เหตุแผ่นดินไหว) ก็จะได้นำไปประมวลในที่ประชุม กนง.ครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ในการพิจารณากำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 68 ชะลอลงจากเดือนก่อน จากภาคบริการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยว

เนื่องจากจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ประกอบกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง โดยเฉพาะหมวดเคมีภัณฑ์และปิโตรเลียม และการลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ดี การส่งออกปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโคหะมีค่า ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งรายจ่ายประจำและลงทุนของรัฐบาลกลาง

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน ตามหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูป ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.98-34.14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 34.09/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (01/04) ที่ระดับ 1.0820/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (31/03) ที่ระดับ 1.0811/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ว่า ยอดค้าปลีกของเยอรมนีในเดือน ก.พ. เมื่อคำนวณตามมูลค่าที่แท้จริง (หักผลกระทบจากเงินฟ้อแล้ว) เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน หลังจากที่เดือน ม.ค.มีการปรับตัวเลขเป็นขยายตัว 0.7%

โดยตัวเลขดังกล่าวออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะไม่มีการเติบโตในเดือน ก.พ. และเมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 4.9% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขปรับปรุงในเดือน ม.ค.ที่เติบโต 3.3%

ทั้งนี้โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sacks) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้ ในการประชุมเดือนเมษายน มิถุนายน และกรกฎาคม ตามลำดับ เนื่องจากคาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มอ่อนแอลง โดยถูกกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โดยโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของ GDP ตลอดปี 2568 และปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของ EU โดยพิจารณาบนพื้นฐานของการคาดการณ์ว่า EU อาจจะใช้มาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐ

ทั้งนี้คาดว่า GDP ของ EU จะขยายตัวเพียง 0.1%, 0.0% และ 0.2% ในไตรมาส 2 ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ตามลำดับ พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของ EU ขึ้นสู่ระดับ 2.1% ในไตรมาส 4 เทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2% นอกเหนือจากนี้ คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงย้ำจุดยืนในคาดการณ์ของเธอว่าการที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าจะส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปเติบโตลดลง 0.3% ในปีแรก และอาจลดลงถึง 0.5% หากมีมาตรการตอบโต้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0800-1.0831 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0828/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้านี้ (01/04) ที่ระดับ 149.95/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (31/03) ที่ระดับ 149.22/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบเหนือระดับ 149 กระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) เปิดเผยข้อมูลเมื่อวานนี้ (31/03) ระบุว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายเดือน นับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

โดยดัชนีผลผลิตภาคโรงงานและเหมืองแร่ที่ปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว อยู่ที่ระดับ 102.4 เทียบกับฐานปี 2563 ที่ 100 ตัวเลขเบื้องต้นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ดัชนีลดลง 1.1% ในเดือน ม.ค. ทั้งนี้ แม้จะมีการเพิ่มขึ้นรายเดือน แต่ METI ยังคงการประเมินพื้นฐานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม “มีความผันผวนไม่แน่นอน”

นอกจากนี้ จากการสำรวจผู้ผลิต METI คาดการณ์ว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือน มี.ค. และ 0.1% ในเดือน เม.ย. และ METI ยังเปิดเผยอีกว่าการเติบโตของยอดค้าปลีกญี่ปุ่นชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.พ. โดยเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.0% และส่งสัญญาณถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงภายนอก โดยการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปีดังกล่าวถือเป็นการชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วจากอัตราการเติบโตที่ 4.4% นเดือน ม.ค.

อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบเป็นรายเดือน ยอดค้าปลีกในเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.51-150.14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.55/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ญี่ปุ่นเปิดเผยอัตราว่างงานเดือน ก.พ., ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 1/2568 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค.จาก Jibun Bank, จีนเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน มี.ค.จากไฉซิน, อังกฤษเปิดเผยราคาบ้านเดือน มี.ค.จากเนชันไวด์ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค. จาก S&P Global,

ฝรั่งเศสเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค. จาก HCOB, เยอรมนีเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค. จาก HCOB, อียูเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค. จาก HCOB, อัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค. (ประมาณการเบื้องต้น) และอัตราว่างงานเดือน ก.พ.

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.8/-7.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.75/-3.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ