เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเปก – ราคา แว่นเอไอ Ray-Ban META เปิดขายในไทยแล้ว
Tech เช็กสเปก – ราคา แว่นเอไอ Ray-Ban META เปิดขายในไทยแล้ว
SCG CBM ทดลองใช้หน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ รับเป้า Net Zero 2050
SD SCG CBM ทดลองใช้หน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ รับเป้า Net Zero 2050
อนุทิน ชี้ต้องดูกฎหมาย ปมคุมงบ ‘ไทยพีบีเอส’ หลังมีเสียงไม่เห็นด้วย
Politics อนุทิน ชี้ต้องดูกฎหมาย ปมคุมงบ ‘ไทยพีบีเอส’ หลังมีเสียงไม่เห็นด้วย
แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค.วันนวมินทรมหาราช
SD แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค.วันนวมินทรมหาราช
จิตแพทย์แนะทำอย่างไร ในวันที่ความสำเร็จของลูกถูกตั้งคำถาม
Biz Movement จิตแพทย์แนะทำอย่างไร ในวันที่ความสำเร็จของลูกถูกตั้งคำถาม
สื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากใครและรับผิดชอบต่อใคร
SD Talk สื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากใครและรับผิดชอบต่อใคร
Pi เปิดตัว DR03 ใหม่ ลุย 13 ธีมลงทุนแห่งอนาคต เริ่มเทรด 15 ต.ค.นี้
Finance Pi เปิดตัว DR03 ใหม่ ลุย 13 ธีมลงทุนแห่งอนาคต เริ่มเทรด 15 ต.ค.นี้
เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ทนายชี้ฝ่ายค้านได้อานิสงส์ แต่กันสิทธิ์คนอื่น
Politics เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ทนายชี้ฝ่ายค้านได้อานิสงส์ แต่กันสิทธิ์คนอื่น
IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
Finance IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
เสนาฯ ผนึก SAM ดึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อบ้านผ่าน LivNex เช่าก่อนเป็นเจ้าของ
Real Estate เสนาฯ ผนึก SAM ดึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อบ้านผ่าน LivNex เช่าก่อนเป็นเจ้าของ
ดูทั้งหมด

“กอบศักดิ์” แนะ 5 ทางรอดไทยรับมือภาษี 36% ชี้จีดีพีจ่อหลุดต่ำ 2.5%

08 เม.ย. 2568 | 15:38น.
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล

“กอบศักดิ์” มองสหรัฐขึ้นภาษี 36% จุดเริ่มต้น After Shock ระบบเศรษฐกิจและการค้าโลก ไทยเตรียม 5 ทางรอดทางออก เร่งเจรจาก่อน 70 ประเทศที่เข้าคิวรอ หวั่นช้ายิ่งเสียโอกาส ชี้รักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจหลังเผชิญลมต้าน คาดจีดีพีไทยปี’68 จ่อต่ำกว่า 2.5% รับแรงกระแทกภาษี-แผ่นดินไหว มองมาตรการ Short Sell ช่วยได้ชั่วคราว ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น-ปัจจัยพื้นฐาน

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในรายการ “Bnomics by Bangkok Bank” ภายใต้หัวข้อ “After Shock Reciprocal Tariffs” ว่า ภายหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้า (Reciprocal Tariffs) ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนเป็นต้นมา จะเห็นว่าตลาดมีความผันผวนรุนแรงต่อนื่อง โดยจะเห็นดัชนีและสินทรัพย์ต่าง ๆ ปรับลดลง เช่น ดาวโจนส์ ร่วง 1,500 จุด หรือ Nikkei และ TWSE ของไต้หวัน ต้องปิดการซื้อขายชั่วคราว และหากตลาดหุ้นไทยไม่ปิด เชื่อว่าอาจจะต้องปิดการซื้อขายชั่วคราวเช่นกัน ซึ่งมองว่า After Shock ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นระบบเศรษฐกิจและการค้าโลก

ทั้งนี้ ทางออกและทางรอดของไทย หลังจากถูกขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในอัตรา 36% โดยสิ่งที่ไทยต้องเตรียมการ 5 ด้าน ได้แก่ 1.เริ่มเจรจา เนื่องจากเศรษฐกิจเผชิญลมต้าน (Head Wind) ค่อนข้างเยอะ หากเจรจาช้า ไทยจะสูญเสียโอกาส เพราะปัจจุบันมี 70 ประเทศที่รอเจรจาอยู่ 2.ต้องรักษาโมเมนตัมของเศรษฐกิจให้ได้อย่างไร เพราะหากไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐได้ จะสามารถส่งออกไปที่ไหนได้ เช่น อินเดีย เป็นต้น

3.การรับมือกับสินค้าจีนที่จะเข้ามาอย่างไร หากสินค้าจีนไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐได้ 4.มหากาพย์เรื่องกำแพงภาษียังไม่จบง่ายแน่นอน ดังนั้น ไทยจะต้องพยายามลดสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐ จากปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 18% อาจจะตั้งเป้าลดลงมาเหลือ 10% และกระจายไปตลาดอื่น ๆ เป็นต้น 5.วางตำแหน่งตัวเองสำหรับความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เพราะจะต้องให้ไทยเลือกข้าง

“เราต้องเรียนรู้ เราไม่ได้อยู่ในฐานะจำยอม เพราะภาษี 36% มันเยอะเกินไป และเราก็ไม่สามารถตอบโต้ได้ เพราะไทยเป็นประเทศเล็กเกินไป ดังนั้น เราต้องเจรจา เพราะตอนนี้มี 70 ประเทศรอกำลังเจรจาอยู่ หากเราเจรจาช้า หากจะเสียโอกาส เช่น เวียดนามที่เจรจา หากภาษีเขาลดลงมาเหลือ 0-10% เขาจะได้เปรียบเราทันที และในระยะกลางและยาว เราจะต้องไม่พึ่งพาเขา เพราะเราจะเป็นเบี้ยเขา เราต้องไปตลาดอื่นหรือค้าขายกับคนอื่น”

สำหรับผลกระทบจะผ่าน 5 ช่องทางหลักด้วยกัน ได้แก่ 1.การค้าเริ่มจะเห็นการชะลอการสั่งสินค้าแล้ว หรือสั่งไปก่อนหน้าที่จะมีการประกาศขึ้นภาษี 2.นักท่องเที่ยว อาจจะต้องรอติดตามภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) หรือค่าเงินมีความผันผวนอาจจะกระทบภาคท่องเที่ยวได้เช่นกัน 3.เงินทุนไหลออกเมื่อเกิดความผันผวน หรือสหรัฐและจีนมีการพูดหรือประกาศอะไรออกมา ซึ่งมีสัญญาณไหลออกให้เห็นแล้ว 4.ความผันผวนของสินทรัพย์ต่าง ๆ และ 5.ความเชื่อมั่นที่หายไปเยอะพอสมควร

ดังนั้น ปัจจัยภายนอกสิ่งที่กังวลและน่าห่วง คือ สหรัฐและจีนทะเลาะกันเกิดขึ้น จะเป็นประเด็นความขัดแย้งที่น่ากังวลใจ และอาจขยายมิติและลุกลามไปจุดอื่นได้ เช่น สงครามทางการทหาร เป็นต้น และปัจจัยภายในประเทศ จะเห็นว่าไทยยังมีความเปราะบาง ทั้งเรื่องหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ภายใต้โลกที่ปั่นป่วนจะเป็นปัจจัยซ้ำเติม

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะยังไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) แต่ธนาคารกรุงเทพได้มีการปรับประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในปี 2568 จากเดิมต้นปีคาดว่าจะขยายตัว 3% ปรับมาอยู่ในกรอบ 2.5-3% แต่หลังจากสหรัฐประกาศขึ้นภาษีเกินกว่าคาดหมาย และมีสถานการณ์แผ่นดินไหว จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 2.5% บวกลบ แต่มีทิศทางจะขยายตัวต่ำกว่า 2.5%

ขณะที่ภาคการลงทุนของไทย ภายใต้มรสุมมีพายุพัด เปรียบเหมือนคนที่เล่นสกี เรือใบ อาจจะต้องเชี่ยวชาญ ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียชีวิตได้ จะเห็นว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเกิดความผันผวนมากมายจากลมปาก และความเชื่อมั่นที่หายไป ซึ่งไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานเลย ดังนั้น จำเป็นต้องหาสินทรัพย์ที่มั่นคงมากขึ้น และหากไม่พร้อมควรออกจากตลาด และการลงทุนอาจจะต้องใช้เงินเย็น

อย่างไรก็ดี มาตรการที่เกี่ยวกับการซื้อขาย และ Short Sell ชั่วคราวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มองว่า มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการชั่วคราว อาจจะช่วยการซอร์ตเซลและหุ้นตกได้ แต่ไทยจะต้องสร้างความเชื่อมั่นและสร้างปัจจัยพื้นฐานให้ตลาด

“เราต้องประคับประคองและรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ การส่งออกและท่องเที่ยวให้ได้ ทำให้บริษัทที่จะมาลงทุนในไทยลงทุนเร็วขึ้น และเราจะต้องเตรียมตัวเลือกข้าง เพราะในอนาคตระบบการค้าโลกจะเปลี่ยนไปสู่ผู้มีอำนาจใหญ่ จากเดิมคนตัวเล็กได้ประโยชน์มีคนดูแล แต่ต่อไปคนตัวเล็กจะไม่ได้รับการปกป้อง และจะมีการค้าขายกับเพื่อนบ้านมากขึ้น เป็น Multipolar Trading World แบ่งขั้วค้าขาย และเกิดการจับขั้วเพื่อแข่งขัน เราจึงต้องเตรียมการและใช้ทุกปาร์ตี้ในการเจรจา”