เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

‘น็อนแบงก์’ ยื่นหนังสือขอคลัง เปิดทางเข้าร่วม ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’

15 พ.ค. 2568 | 06:54น.
สิทธิกร ดิเรกสุนทร-ศรัณย์ ทองธรรมชาติ

หลังจากกระทรวงการคลังคิกออฟโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ไป ตั้งเป้าหมายเฟสแรกวงเงิน 5,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากยังมีแค่ 4 สถาบันการเงินที่เข้าร่วม ทำให้ความคืบหน้าในเชิงวงเงินที่ใช้ไปอาจจะยังไม่มากเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี แนวโน้มน่าจะดีขึ้น เนื่องจากโครงการดังกล่าว จะทำให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

เตรียมปรับโครงการ เฟส 2

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะใหม่ “บสย. SMEs PICK-UP” ภายใต้โครงการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ล่าสุด บสย.อนุมัติค้ำประกันแล้วประมาณ 50 คัน ยังไม่ได้สูงมาก ส่วนหนึ่งมาจากสถาบันการเงิน ต้องมีการเตรียมระบบ แต่จะเห็นตัวเลขที่มากขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป

ปัจจุบันมีสถาบันการเงิน 4 แห่งเข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ธนาคารทิสโก้ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) และบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด

“ยังมีตัวเลขรถกระบะที่อยู่ในกระบวนการ ซึ่งได้ยอดจากงานมอเตอร์โชว์อีกเกือบ 700 คัน โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนที่ไฟแนนซ์พิจารณาวงเงินสินเชื่อ ขณะที่ บสย.อนุมัติไปแล้ว 50 คัน วงเงินเฉลี่ยต่อคันอยู่ที่ 6 แสนบาท แต่ บสย.ให้วงเงินสูงสุดต่อราย 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินจะขึ้นอยู่กับว่าหักยอดดาวน์แล้ว เหลือยอดสินเชื่อเท่าไร แล้วจึงส่งให้ บสย.ค้ำ”

สำหรับเฟสแรก วงเงิน 5,000 ล้านบาท คาดว่าจำนวนรถกระบะที่ได้รับการค้ำประกัน จะอยู่ที่ 6,000 คัน ขณะเดียวกันก็เตรียมเดินหน้าเฟส 2 วงเงินอีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทันทีหลังเฟสแรกเต็มวงเงิน

เล็งขยายขอบเขตไฟแนนซ์

นายสิทธิกรกล่าวว่า อย่างไรก็ดี หลังวันที่ 1 มิ.ย. 2568 ต้องจับตาพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดให้การประกอบธุรกิจทางการเงินบางประเภทอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. …. จะบังคับใช้ ซึ่งเป็นกฎหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์)

“พ.ร.ฎ.ดังกล่าว เป็นโอกาสของ บสย.ที่จะขยายขอบเขตโครงการให้ครอบคลุมไฟแนนซ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับ ธปท.ด้วยได้ ไม่ใช่เฉพาะไฟแนนซ์ที่อยู่ภายใต้แบงก์อย่างปัจจุบัน ซึ่งจะครอบคลุมไฟแนนซ์ที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ หรือ Captive Finance ที่เป็นกลุ่มที่กล้าปล่อยสินเชื่อ สะท้อนผ่านงานมอเตอร์โชว์ ที่เห็นยอดจองรถกระบะสูงกว่า 40%”

นอกจากนี้ บสย.ได้พูดคุยกับ “สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย” ถึงการขยายมาตรการไปยังกลุ่มน็อนแบงก์ ซึ่งทางสมาคมก็เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีสามารถแก้จุดที่เป็นอุปสรรค (Pain Point) เช่น ยอดการปฏิเสธสินเชื่อ หรือช่วยดูดซับราคารถมือสอง เป็นต้น

“จะเห็นว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินค่อนข้างเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อยอดเพิ่มสูงขึ้นไปถึง 30% บสย.อยากเห็นยอดการปฏิเสธสินเชื่ออย่างน้อยจะต้องลดลงกลับมาจุดเดิมที่อยู่ราว 10-15% แต่เราต้องรอดูตัวเลขหลังวันที่ 1 มิ.ย. เพราะต้องรอให้ระบบของแต่ละไฟแนนซ์ พร้อมก่อนด้วย”

ดันน็อนแบงก์ร่วมโครงการ

นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ นายกสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า ยอดขายรถกระบะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 อยู่ที่ 163,756 คัน เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) ยังลดลง 6.5% ซึ่งโครงการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” เป็นโปรเจ็กต์ที่ดี จึงอยากให้ขยายสู่กลุ่มน็อนแบงก์ด้วย สมาคมจึงส่งจดหมายไปถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้มีการขยายขอบเขตให้น็อนแบงก์เข้าร่วมโครงการ เฟส 2 ได้จากที่เฟสแรกเปิดให้เฉพาะธนาคาร และบริษัทลูกของธนาคารเท่านั้น

“การขยายเกณฑ์ครอบคลุมน็อนแบงก์ จะเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้สมาคม โดยเฉพาะกลุ่ม Captive Finance ซึ่งเป็นตลาดค่อนข้างใหญ่ ทั้งนี้ ปัจจุบันจะเห็นสัญญาณการอนุมัติสินเชื่อรถกระบะปรับดีขึ้นเล็กน้อย จากเดิมยอดการปฏิเสธสินเชื่อ เฉลี่ยอยู่ที่ 30% ปัจจุบันลดลงมาเหลือ 20%”

แบงก์ห่วงหนี้เสีย-ยันไม่ปล่อยมั่ว

นอกจากนี้ มีเสียงสะท้อนจากธนาคารพาณิชย์ ระบุว่า โครงการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” จะช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบางได้มากขึ้น เนื่องจากรถกระบะเป็นรถที่ใช้ประกอบอาชีพ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ดี ธนาคารคงไม่สามารถปล่อยกลุ่มลูกค้าเปราะบาง หรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk) ไปให้ บสย.ได้ทั้งหมด เนื่องจากหากเกิดเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มากขึ้นในภายหลัง จะกระทบต่อผลการดำเนินงานของธนาคาร ซึ่งอัตราการเคลมของ บสย.อาจจะไม่เพียงพอ

“ธนาคารจะต้องปล่อยสินเชื่อผสมผสานระหว่างกลุ่มคนเปราะบางและมีศักยภาพรวมกัน เพื่อพยุงพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะโดยรวม เช่น กลุ่มเกษตรกร-ชาวนา ที่มีเอกสารสิทธิที่ดิน มีรายได้ และมีโฉนด กลุ่มนี้สามารถเข้าร่วมโครงการ เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่มีเอกสารหรือไม่มีรายได้ชัดเจน กลุ่มนี้อาจจะไม่ได้ไป”

อย่างไรก็ดี ในส่วนธนาคารพาณิชย์ คาดหวังว่าโครงการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” จะช่วยกระตุ้นยอดรถกระบะเพิ่มขึ้นได้ หรือเพิ่มจากปกติที่ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 คันต่อเดือน เพิ่มเป็น 25,000 คันต่อเดือนได้ ซึ่งยอดขายรถกระบะ มีสัดส่วนประมาณ 30% ของยอดขายรถทั้งหมด